เงารัตติกาลทมิฬ
Chapter 1 — เงารัตติกาลทมิฬ
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังแหลมเสียดแทงทะลุความมืดมิดราวกับมีดคมกริบ กานดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดจนแทบแหลกละเอียด เธอสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมทั่วร่าง ปลายนิ้วสั่นระริก
คฤหาสน์ศิลาดำ… ที่แห่งนี้อีกแล้ว ฝันร้ายเดิมๆ วนเวียนซ้ำเติมไม่จบสิ้น กานดาพยายามรวบรวมสติ สูดลมหายใจลึกๆ เพื่อดับความหวาดหวั่นที่กัดกินอยู่ภายใน แต่ความพยายามนั้นกลับไร้ผล เมื่อความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อสิบปีก่อนหวนคืนมาตอกย้ำราวกับเงาตามตัว
สิบปีก่อน… เธอและครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ศิลาดำหลังนี้ คฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูง มองเห็นทิวทัศน์ของผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล แต่ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยบรรยากาศอันวังเวงและน่าขนลุกตั้งแต่แรกเห็น กานดาในวัยสิบขวบสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในคฤหาสน์หลังนี้
“แก… ได้ยินเสียงอะไรไหม?” กานดาเอ่ยถามน้องชายฝาแฝดของเธอ ธาม ที่กำลังยืนมองสำรวจรูปปั้นหินโบราณบริเวณสวนหน้าบ้าน
ธามเงยหน้าขึ้นมองกานดาด้วยสีหน้าสงสัย “เสียงอะไร? ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย”
กานดาส่ายหน้าเบาๆ เธอไม่อยากบอกว่าเธอได้ยินเสียงกระซิบแว่วหวานที่ดังมาจากภายในคฤหาสน์ ราวกับมีใครกำลังเรียกชื่อของเธอซ้ำๆ แต่เมื่อเธอตั้งใจฟัง เสียงนั้นก็กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ไม่มีอะไรหรอก” กานดาตอบปัดไป เธอไม่อยากให้น้องชายเป็นกังวล
แต่ความจริงแล้ว กานดาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวกับสถานที่แห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านห้องโถงใหญ่ เธอจะรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา และทุกครั้งที่เธอนอนหลับ เธอจะฝันร้ายถึงคฤหาสน์หลังนี้เสมอ ฝันร้ายที่เต็มไปด้วยเงาดำมืดและเสียงกระซิบอันน่าสะพรึงกลัว
เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง คืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ กานดาตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอเดินลงมายังห้องนั่งเล่นเพื่อหาอะไรดื่ม แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
ร่างของพ่อและแม่ของเธอลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาทั้งสองเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ร่างกายบิดเบี้ยวราวกับถูกทรมานอย่างแสนสาหัส และรอบๆ ตัวพวกเขามีเงาดำมืดวนเวียนอยู่ราวกับพยายามฉีกทึ้งร่างของพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ
กานดากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เธอพยายามวิ่งเข้าไปช่วยพ่อและแม่ แต่กลับถูกเงาดำมืดเหล่านั้นผลักกระเด็นออกมา เธอได้แต่ยืนมองดูพ่อและแม่ของเธอถูกเงาดำมืดกลืนกินเข้าไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งร่างของพวกเขาสลายหายไปในความมืดมิด
หลังจากเหตุการณ์นั้น กานดาก็สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไปทั้งหมด เธอจำได้เพียงแค่ว่าพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และเธอและธามถูกส่งไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด
สิบปีผ่านไป… กานดาและธามกลับมายังคฤหาสน์ศิลาดำอีกครั้ง เพื่อจัดการมรดกที่พ่อแม่ของพวกเขาทิ้งไว้ให้ แต่สิ่งที่กานดาไม่รู้ก็คือ การกลับมาครั้งนี้จะนำพาเธอไปเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกซ่อนไว้ในคฤหาสน์หลังนี้
กานดาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังสวนหน้าบ้าน แสงจันทร์สาดส่องลงมายังรูปปั้นหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวน กานดารู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที เธอรู้สึกเหมือนรูปปั้นเหล่านั้นกำลังจ้องมองเธออยู่
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่” กานดาพึมพำกับตัวเอง เธอตัดสินใจว่าจะต้องสืบหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนให้ได้ ไม่ว่ามันจะน่ากลัวแค่ไหนก็ตาม
เธอเดินออกจากห้องนอน ตรงไปยังห้องสมุด ห้องสมุดที่พ่อของเธอเคยใช้เป็นที่ทำงาน ห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่และเอกสารมากมาย กานดาหวังว่าเธอจะพบเบาะแสบางอย่างที่สามารถไขปริศนาการตายของพ่อแม่ของเธอได้
เมื่อกานดาเปิดประตูเข้าไปในห้องสมุด เธอก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย ราวกับว่ามีใครกำลังจ้องมองเธออยู่จากในเงามืด เธอเดินเข้าไปสำรวจชั้นหนังสืออย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบอะไรที่น่าสงสัย
ทันใดนั้นเอง สายตาของกานดาก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของพ่อ หนังสือปกหนังสีดำสนิท ไม่มีชื่อเรื่อง ไม่มีลวดลายใดๆ ทั้งสิ้น กานดาหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดู
ภายในหนังสือเต็มไปด้วยตัวอักษรโบราณที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และภาพวาดประหลาดที่ดูน่ากลัวและน่าขนลุก กานดาพยายามอ่านตัวอักษรเหล่านั้น แต่ก็ไม่เข้าใจความหมายของมันเลย
ในขณะที่กานดากำลังพยายามอ่านหนังสือเล่มนั้นอยู่นั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงกระซิบแว่วหวานดังมาจากด้านหลังของเธอ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน…” เสียงกระซิบนั้นกล่าว
กานดารีบหันกลับไปมอง แต่ก็ไม่พบใครเลยในห้องสมุด มีเพียงความมืดมิดและความเงียบสงัดเท่านั้น
“ใครน่ะ?” กานดาเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น
กานดารู้สึกหวาดกลัวจับใจ เธอพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเดินออกจากห้องสมุดอย่างรวดเร็ว
เมื่อเธอกลับมาถึงห้องนอน เธอก็พบว่าธามกำลังนั่งรอเธออยู่บนเตียง
“แกหายไปไหนมา?” ธามถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ฉัน… ฉันไปสำรวจห้องสมุดมา” กานดาตอบ
“แล้วเจออะไรบ้าง?” ธามถามต่อ
กานดาส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เจออะไรเป็นพิเศษหรอก”
เธอไม่อยากบอกธามเกี่ยวกับเรื่องเสียงกระซิบที่เธอได้ยิน เพราะเธอไม่อยากให้เขาเป็นกังวล
“ฉันว่าเราควรจะออกจากที่นี่นะ” ธามพูดขึ้นมาอย่างกระทันหัน
“ทำไมล่ะ?” กานดาถามด้วยความสงสัย
“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย ตั้งแต่ที่เรากลับมาที่นี่ ฉันรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจับจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา” ธามตอบ
กานดาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอเข้าใจความรู้สึกของธามดี เพราะเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
“ฉันรู้ว่าแกกำลังคิดอะไรอยู่” ธามพูดต่อ “แกกำลังคิดจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนใช่ไหม?”
กานดาพยักหน้าเบาๆ
“ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำเลยนะ” ธามพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “เรื่องนั้นมันจบไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นอดีตไปเถอะ”
“ฉันทำไม่ได้” กานดาตอบ “ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของเรา”
ธามถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง “ถ้าแกตัดสินใจแล้ว ฉันก็จะไม่ห้ามแก แต่ขอให้แกรู้ไว้ว่าฉันจะอยู่ข้างๆ แกเสมอ”
กานดายิ้มให้ธามด้วยความขอบคุณ เธอรู้ว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่มีน้องชายที่คอยเป็นห่วงและคอยสนับสนุนเธออยู่เสมอ
ในขณะที่กานดากำลังคิดถึงเรื่องราวต่างๆ อยู่นั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านล่างของคฤหาสน์ เสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงโซ่ที่ถูกลากไปตามพื้น
กานดาและธามมองหน้ากันด้วยความตกใจ
“นั่นมันเสียงอะไร?” ธามถาม
กานดาส่ายหน้าเบาๆ เธอไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงอะไร แต่เธอรู้ว่ามันไม่ใช่เสียงที่ดีอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเอง เสียงโซ่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
กานดาและธามลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว พวกเขาเดินไปที่ประตูห้องนอนและเปิดมันออก
สิ่งที่พวกเขาเห็นทำให้พวกเขาแทบหยุดหายใจ
ที่ปลายสุดของทางเดิน มีร่างเงาดำมืดขนาดใหญ่ยืนอยู่ ร่างนั้นสูงตระหง่านจนเกือบจะชนเพดาน และมันกำลังลากโซ่เส้นใหญ่ไปตามพื้น
ร่างเงาดำมืดนั้นค่อยๆ หันหน้ามาทางพวกเขา และในความมืดมิดนั้นเอง พวกเขาก็เห็นดวงตาสีแดงก่ำสองดวงที่จ้องมองมายังพวกเขาด้วยความโกรธแค้น
ร่างนั้นคำรามออกมาด้วยเสียงที่ดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ เสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงของปีศาจที่ถูกกักขังมานานแสนนาน
และในขณะนั้นเอง กานดาก็รู้สึกได้ถึงความทรงจำบางอย่างที่หวนคืนกลับมา ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจของเธอ
เธอจำได้แล้ว… เธอจำทุกอย่างได้แล้ว
ปีศาจตนนั้น… มันคือสิ่งที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอ