กลิ่นโลหิตใต้เงาจันทรา

Chapter 1 — กลิ่นโลหิตใต้เงาจันทรา

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังเสียดแทงทะลุความมืดมิดของป่าหิมพานต์ ปลุกให้ฝูงนกการเวกที่จำศีลอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุสะดุ้งตื่น แสงจันทร์สีเลือดสาดส่องร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกตรึงอยู่กับแท่นศิลาโบราณ เลือดสีแดงฉานไหลรินอาบย้อมพื้นดินเบื้องล่าง

"พอได้แล้ว! ท่านอาจารย์! ข้าเจ็บ!" เสียงร้องขอชีวิตของเด็กหนุ่มนามว่า 'ศิลา' สั่นเครือ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดและสิ้นหวัง เขาถูกอาจารย์ของตนเองทรยศ หักหลัง และนำมาสังเวยให้กับพิธีกรรมอันชั่วร้ายนี้

อาจารย์ของเขา นามว่า 'ทักษิณ' ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นบูชา สวมใส่ชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายอักขระโบราณสีทอง ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟปรารถนา มือขวายกขึ้นสูง ถือมีดสั้นที่ทำจากกระดูกมังกรจันทรา แสงจันทร์สะท้อนคมมีดวาววับ ราวกับกำลังกระหายเลือด

"ศิลา... เจ้าคือศิษย์รักของข้า ข้าเสียใจที่ต้องทำเช่นนี้ แต่เพื่อความอมตะ เพื่อพลังอำนาจที่เหนือกว่าใคร ข้าจำเป็นต้องสังเวยเจ้า" ทักษิณกล่าวเสียงเย็นชา ไร้ซึ่งความเมตตาที่ศิลาเคยสัมผัสได้จากเขา

"ท่านอาจารย์... ท่านโกหก! ท่านบอกว่ารักและเอ็นดูข้า! ท่านบอกว่าจะถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้ข้า!" ศิลาร้องตะโกน น้ำตาไหลอาบแก้ม เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์ที่เขารักและเคารพมากที่สุดถึงกลายเป็นปีศาจร้ายเช่นนี้

"ความรัก ความเอ็นดู? นั่นเป็นเพียงแค่เครื่องมือ เพื่อให้เจ้าตายใจและยอมให้ข้าดึงพลังปราณบรรพกาลที่ซ่อนอยู่ในร่างของเจ้าออกมา" ทักษิณหัวเราะเสียงดังก้องกังวานไปทั่วป่า "เจ้าคือผู้ถูกเลือก ศิลา ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับดวงดาวต้องสาป พลังของเจ้าจะทำให้ข้ากลายเป็นอมตะ!"

ทักษิณไม่รอช้า เขากระหน่ำแทงมีดสั้นลงบนร่างของศิลาอย่างไม่ยั้ง เลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกมาเป็นสาย ศิลาส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน พลังปราณในร่างกายของเขากำลังถูกดึงออกไปอย่างช้าๆ

ภาพความทรงจำในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของศิลา ราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ เขาจำได้ว่าเมื่อสิบปีก่อน เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง วันหนึ่ง ทักษิณได้เดินทางผ่านมาและเห็นพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ของเขา ทักษิณจึงรับเขาเป็นศิษย์และพาเขามาฝึกฝนที่สำนักเขาพระสุเมรุ

ศิลาฝึกฝนอย่างหนัก เขาไม่เคยเกียจคร้านหรือย่อท้อ เขาต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อตอบแทนบุญคุณของอาจารย์ และเพื่อปกป้องคนที่เขารัก เขาไม่เคยสงสัยในตัวของทักษิณเลย แม้แต่น้อย

แต่ในวันนี้ ทุกอย่างพังทลายลง ความเชื่อใจ ความรัก ความเคารพ ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา ศิลาถูกทรยศอย่างเลือดเย็น เขาไม่รู้ว่าเขาจะสามารถไว้ใจใครได้อีกต่อไป

"ข้า... จะไม่ยอม... ให้ท่าน... ทำสำเร็จ..." ศิลาพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ เขาข่มความเจ็บปวดและเริ่มร่ายรำมวยโบราณที่เขาเคยฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก

มวยโบราณนี้เป็นมวยที่สืบทอดกันมาในตระกูลของเขา เป็นมวยที่เน้นการใช้พลังปราณภายในร่างกาย เป็นมวยที่แข็งแกร่งและอันตราย ศิลาไม่เคยใช้มวยนี้ในการต่อสู้จริงมาก่อน เพราะทักษิณเคยเตือนเขาว่ามวยนี้มีพลังทำลายล้างสูง และอาจจะทำให้เขาควบคุมพลังไม่ได้

แต่ในวันนี้ ศิลาไม่มีทางเลือกอื่น เขาต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด เขาต้องหยุดทักษิณให้ได้

พลังปราณในร่างกายของศิลาเริ่มปั่นป่วน เขาควบคุมมันได้ยากลำบาก แต่เขาก็พยายามอย่างเต็มที่ เขาต้องรวบรวมพลังให้ได้มากที่สุด ก่อนที่เขาจะหมดสติไป

"เจ้า... กำลังทำอะไร?" ทักษิณเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาหยุดการกระทำและมองศิลาด้วยความสงสัย

"ข้า... จะฆ่าท่าน!" ศิลากล่าวเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น เขาพุ่งตัวเข้าใส่ทักษิณด้วยความเร็วสูง หมัดของเขาเต็มไปด้วยพลังปราณที่พร้อมจะระเบิดออกมา

ทักษิณรีบหลบหลีกการโจมตีของศิลาอย่างทุลักทุเล เขาไม่คาดคิดว่าศิลาจะยังมีแรงเหลืออยู่มากขนาดนี้ เขาประมาทศิลาเกินไป

"เจ้าหนู! เจ้าบังอาจ!" ทักษิณคำรามด้วยความโกรธ เขาเริ่มตอบโต้การโจมตีของศิลาอย่างรุนแรง การต่อสู้ของทั้งสองคนดุเดือดเลือดพล่าน พลังปราณของพวกเขากระแทกเข้าหากันอย่างรุนแรง ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ

ศิลาเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงถูกตรึงอยู่กับแท่นศิลา ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก อีกทั้งเขายังเสียเลือดไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแอลง

แต่ศิลาก็ไม่ยอมแพ้ เขายังคงต่อสู้ต่อไป เขาต้องหาทางเอาชนะทักษิณให้ได้ เขาต้องล้างแค้นให้กับตัวเอง

ทันใดนั้น ศิลาเหลือบไปเห็นดาบโบราณเล่มหนึ่งวางอยู่บนแท่นบูชา ดาบเล่มนั้นมีลักษณะแปลกประหลาด ใบดาบเป็นสีดำสนิท ด้ามดาบทำจากกระดูกสัตว์ประหลาด และมีอักขระโบราณสลักอยู่ทั่วทั้งเล่ม

ศิลาไม่รู้ว่าดาบเล่มนั้นคืออะไร แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากดาบเล่มนั้น เขาตัดสินใจที่จะคว้าดาบเล่มนั้นมาใช้

เขาใช้พลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดปลดปล่อยตัวเองจากการตรึง แล้วพุ่งตัวไปคว้าดาบเล่มนั้นมา

ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับดาบเล่มนั้น พลังงานบางอย่างก็ไหลผ่านเข้ามาในร่างกายของเขา พลังงานนั้นรุนแรงและบ้าคลั่ง มันทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน

ดวงตาของศิลาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ผมของเขาก็เริ่มยาวขึ้นและกลายเป็นสีดำสนิท ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไป

"เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?" ทักษิณมองศิลาด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน

ศิลาไม่ตอบ เขาเงยหน้าขึ้นมองทักษิณด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก เขาไม่เหลือความเป็นมนุษย์อยู่อีกต่อไป

เขากระชับดาบในมือแน่น แล้วพุ่งตัวเข้าใส่ทักษิณด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม

"ข้า... จะฆ่าเจ้า!" เสียงของศิลาดุดันและน่ากลัว มันไม่ใช่เสียงของเด็กหนุ่มที่อ่อนแอและสิ้นหวังอีกต่อไป

การต่อสู้ครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้น การต่อสู้ที่ดุเดือดและรุนแรงกว่าเดิม ศิลาในร่างใหม่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก เขาโจมตีทักษิณอย่างไม่ยั้ง ทักษิณเริ่มเสียเปรียบ เขาไม่สามารถต้านทานพลังของศิลาได้อีกต่อไป

"เจ้า... เจ้ากลายเป็นอะไรไปแล้ว?" ทักษิณร้องถามด้วยความหวาดกลัว

ศิลาไม่ตอบ เขาเงื้อดาบขึ้นสูง แล้วฟันลงบนร่างของทักษิณอย่างเต็มแรง

ฉัวะ!

ร่างของทักษิณถูกดาบผ่าออกเป็นสองท่อน เลือดสีแดงสดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

ทักษิณสิ้นใจตายอย่างอนาถ ศิลาได้ล้างแค้นให้กับตัวเองได้สำเร็จ

แต่ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เขามีความสุขเลยแม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกว่างเปล่าและโดดเดี่ยว เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไป

เขามองไปรอบๆ ตัว เขาเห็นแต่ซากศพและร่องรอยของการต่อสู้ ป่าหิมพานต์ที่เคยสวยงามบัดนี้กลับกลายเป็นดินแดนแห่งความตาย

ศิลายืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและความเงียบงัน เขารู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวในโลก

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่หน้าอก เขาก้มลงมองและเห็นว่ามีรอยสักรูปดอกบัวโลหิตปรากฏขึ้นบนผิวหนังของเขา รอยสักนั้นกำลังเรืองแสงสีแดงก่ำ

ศิลาไม่รู้ว่ารอยสักนี้คืออะไร แต่เขารู้สึกว่ามันกำลังเชื่อมต่อเขากับพลังอำนาจบางอย่าง พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่และอันตราย

ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรต่อไป สติของเขาก็ดับวูบลง เขาล้มลงหมดสติอยู่บนพื้นดิน

เมื่อศิลาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย สถานที่แห่งนี้เป็นถ้ำลึกที่เต็มไปด้วยคริสตัลหลากสีสัน แสงสว่างส่องประกายระยิบระยับ ทำให้ถ้ำแห่งนี้ดูราวกับดินแดนในฝัน

แต่ศิลากลับไม่รู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในเงามืด

เขาลุกขึ้นยืนและเริ่มสำรวจถ้ำแห่งนี้อย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และเขาไม่รู้ว่าเขาจะสามารถออกจากที่นี่ได้หรือไม่

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา เสียงนั้นมาจากส่วนลึกของถ้ำ

"ศิลา... ศิลา... จงตามข้ามา..."

ศิลารู้สึกหวาดกลัว แต่เขาก็อยากรู้ว่าใครเป็นคนเรียกเขา เขาตัดสินใจที่จะเดินตามเสียงนั้นไป

เขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำมากขึ้นเรื่อยๆ ความมืดมิดเริ่มปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง แสงจากคริสตัลเริ่มเลือนรางลง

ในที่สุด เขาก็มาถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำ ที่นั่น เขาพบกับหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนแท่นหิน หญิงชราคนนั้นมีใบหน้าที่เหี่ยวย่น ดวงตาของเธอมืดมิด ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง

"เจ้าคือศิลาใช่หรือไม่?" หญิงชราถามเสียงแหบแห้ง

"ใช่ ข้าคือศิลา ท่านเป็นใคร?" ศิลาถามด้วยความสงสัย

"ข้าคือผู้เฝ้าประตู ข้าคือผู้ที่รอคอยเจ้ามานานแสนนาน" หญิงชรากล่าว

"รอคอยข้า? รอคอยข้าทำไม?" ศิลาถาม

"เจ้าคือผู้ถูกเลือก ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับดวงดาวต้องสาป เจ้าคือผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้" หญิงชราตอบ

"เปลี่ยนแปลงโลก? ข้า?" ศิลาไม่เข้าใจ

"ใช่ เจ้าคือผู้ที่จะปลดปล่อยพลังที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้า เจ้าคือผู้ที่จะกลายเป็นตำนาน" หญิงชรากล่าว

"ตำนาน?" ศิลาถาม

"จงก้าวเข้ามา ศิลา จงก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร จงก้าวเข้ามาสู่โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและความท้าทาย จงก้าวเข้ามาสู่โลกที่เจ้าจะกลายเป็นตำนาน" หญิงชรากล่าว

หญิงชราลุกขึ้นยืนและกางมือออก ร่างกายของเธอเริ่มเรืองแสงสีขาวสว่างจ้า

"จงเลือก ศิลา จงเลือกเส้นทางของเจ้า" หญิงชรากล่าว

ต่อหน้าของศิลา ปรากฏเส้นทางสองเส้นทาง เส้นทางหนึ่งสว่างสดใส เส้นทางหนึ่งมืดมิด

"เส้นทางที่สว่างสดใส คือเส้นทางแห่งความสงบสุขและความสุขสบาย เจ้าจะสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขและลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด" หญิงชรากล่าว

"เส้นทางที่มืดมิด คือเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรและการต่อสู้ เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายและความท้าทายนับไม่ถ้วน แต่เจ้าจะได้รับพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และเจ้าจะกลายเป็นตำนาน" หญิงชรากล่าว

ศิลาจ้องมองเส้นทางทั้งสองด้วยความลังเล เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะเลือกเส้นทางไหน

เขาอยากจะเลือกเส้นทางที่สว่างสดใส เขาอยากจะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และใช้ชีวิตอย่างปกติสุข

แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขาไม่สามารถลืมความเจ็บปวดและความแค้นที่เขามีต่อทักษิณได้ เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น เขาต้องล้างแค้นให้กับตัวเอง

เขาตัดสินใจแล้ว

"ข้า... เลือกเส้นทางที่มืดมิด" ศิลากล่าวด้วยความมุ่งมั่น

หญิงชรายิ้มออกมา รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

"เจ้าได้เลือกแล้ว ศิลา จงเดินหน้าต่อไป จงอย่าหวั่นไหว จงอย่าท้อแท้ จงอย่าสิ้นหวัง" หญิงชรากล่าว

หญิงชรายกมือขึ้นและสัมผัสหน้าผากของศิลา ทันใดนั้น ความรู้และประสบการณ์มากมายก็ไหลผ่านเข้ามาในหัวของเขา เขาเรียนรู้เกี่ยวกับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร เขาเรียนรู้เกี่ยวกับพลังปราณและเคล็ดวิชาต่างๆ

"ข้าได้มอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามีให้กับเจ้าแล้ว ศิลา จงใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด" หญิงชรากล่าว

"ขอบคุณ ท่านผู้เฒ่า" ศิลากล่าว

"จงไปเถิด ศิลา จงไปสร้างตำนานของเจ้า" หญิงชรากล่าว

ศิลาหันหลังกลับและเดินเข้าไปในเส้นทางที่มืดมิด เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่ข้างหน้า แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง

เขาจะกลายเป็นตำนาน เขาจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้

ขณะที่ศิลาก้าวเดินไปในความมืดมิด หญิงชรายืนมองตามหลังเขาด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย

"ขอให้เจ้าโชคดี ศิลา" หญิงชรากระซิบ

ทันใดนั้น ร่างของหญิงชราก็สลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า

ณ อีกฟากหนึ่งของโลก ที่ซึ่งแสงตะวันไม่เคยส่องถึง ดินแดนแห่งความมืดมิดและปีศาจ เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังก้องกังวาน

"ในที่สุด... ผู้ถูกเลือกก็ปรากฏตัวแล้ว... อีกไม่นาน... โลกทั้งใบ... จะตกอยู่ในเงื้อมมือของข้า!" เสียงนั้นกล่าวด้วยความสะใจ

และในตอนนั้นเอง รอยสักรูปดอกบัวโลหิตบนหน้าอกของศิลาก็เริ่มเรืองแสงอีกครั้ง คราวนี้ แสงนั้นไม่ได้เป็นสีแดงก่ำ แต่เป็นสีดำสนิท

ชะตากรรมของศิลาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ชะตากรรมที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาล...

แต่สิ่งที่ศิลาไม่รู้ก็คือ ดาบที่เขาใช้สังหารทักษิณนั้น...ไม่ใช่ดาบธรรมดา มันคือ 'ทมิฬชาติ' ดาบต้องสาปที่กระหายเลือดเนื้อและวิญญาณ... และมันกำลังกลืนกินจิตใจของเขาอย่างช้าๆ...