พันธนาการรักมาเฟีย: บทที่ 1 - รอยสักบนแผ่นหลัง

Chapter 1 — พันธนาการรักมาเฟีย: บทที่ 1 - รอยสักบนแผ่นหลัง

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในอากาศ ร่างของชายคนหนึ่งทรุดฮวบลงกับพื้นถนน ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย นั่นคือภาพสุดท้ายที่ ‘ณัฏฐณิชา’ ได้เห็น ก่อนสติของเธอจะดับวูบไป

ห้าปีต่อมา…

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบาง กระทบกับใบหน้าหวานของหญิงสาวที่กำลังหลับใหล ณัฏฐณิชาพลิกตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังนาฬิกาที่วางอยู่ข้างเตียง เวลา 7:00 น. เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานในฐานะครูสอนภาษาไทยที่โรงเรียนนานาชาติชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ หลังจากที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายมากมายในอดีต

ณัฏฐณิชาลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย เธอส่องกระจก มองใบหน้าของตัวเองที่ปราศจากเครื่องสำอาง ผิวขาวเนียนละเอียด ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ยกเว้นแววตาที่ดูเศร้าสร้อยและระแวดระวังมากยิ่งขึ้น

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ณัฏฐณิชาก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้า เลือกชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนยาวคลุมเข่า สวมใส่แล้วดูสุภาพเรียบร้อย เหมาะสมกับบทบาทของครู เธอแต่งหน้าอ่อนๆ ปล่อยผมยาวสลวย แล้วเดินลงไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้า

ในขณะที่กำลังทานอาหารเช้า ณัฏฐณิชาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูข่าวสารต่างๆ ในโลกออนไลน์ เธอเลื่อนผ่านข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง ข่าวอาชญากรรม จนกระทั่งมาสะดุดอยู่ที่ข่าวหนึ่งที่ทำให้เธอต้องชะงัก

“มาเฟียหนุ่ม ‘คิมหันต์’ กลับมาทวงบัลลังก์ ผงาดขึ้นเป็นเจ้าพ่อแห่งเอเชีย”

ภาพของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ใบหน้าคมสัน ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป ทุกอย่างบนใบหน้าของเขาช่างดูสมบูรณ์แบบ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและอำมหิต

ณัฏฐณิชารีบปิดโทรศัพท์ทันที หัวใจของเธอเต้นระรัว มือไม้สั่นเทา เธอพยายามที่จะลืมเรื่องราวในอดีต พยายามที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ดูเหมือนว่าอดีตจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ

คิมหันต์… ชื่อนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวของเธอเสมอ เขาคือคนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ เขาคือคนที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

ณัฏฐณิชาตัดสินใจที่จะออกไปทำงานก่อนเวลาเล็กน้อย เธอไม่อยากที่จะอยู่บ้านคนเดียว เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย เธอรู้สึกว่าคิมหันต์กำลังจ้องมองเธออยู่

ระหว่างทางไปโรงเรียน ณัฏฐณิชาก็พยายามที่จะควบคุมสติอารมณ์ของตัวเอง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยายามที่จะคิดถึงเรื่องอื่นๆ เรื่องงาน เรื่องเพื่อน เรื่องครอบครัว

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รถของเธอถูกรถคันหนึ่งขับชนอย่างแรง ทำให้เธอเสียหลักและชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง

ณัฏฐณิชารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกาย เธอพยายามที่จะเปิดประตูรถ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เธอติดอยู่ภายในรถ

ทันใดนั้นเอง ก็มีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น พวกเขาเดินตรงมายังรถของเธอด้วยท่าทีคุกคาม

“คุณณัฏฐณิชาครับ ท่านคิมหันต์ต้องการพบคุณ” ชายคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ณัฏฐณิชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามที่จะดิ้นรน แต่ก็ไม่เป็นผล ชายชุดดำเหล่านั้นลากเธอออกจากรถ และพาเธอไปยังรถอีกคันที่จอดรออยู่

“ปล่อยฉันนะ! พวกแกเป็นใคร! ฉันไม่รู้จักพวกแก!” ณัฏฐณิชาร้องตะโกนสุดเสียง แต่ไม่มีใครสนใจเธอ

รถคันนั้นเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็วสูง ณัฏฐณิชามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพของเมืองที่คุ้นเคยค่อยๆ เลือนหายไป

เธอไม่รู้ว่ากำลังจะถูกพาไปที่ไหน เธอไม่รู้ว่าคิมหันต์ต้องการอะไรจากเธอ แต่เธอรู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง

ในที่สุดรถก็มาจอดที่คฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่า ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูง ณัฏฐณิชาถูกชายชุดดำพาเข้าไปภายในคฤหาสน์

ภายในคฤหาสน์ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศ ณัฏฐณิชารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ

เธอถูกพาไปยังห้องโถงใหญ่ ที่มีชายคนหนึ่งนั่งรออยู่บนเก้าอี้ เขาคือคิมหันต์

คิมหันต์ในวันนี้ดูสง่างามและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“สวัสดีครับ คุณณัฏฐณิชา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” คิมหันต์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

ณัฏฐณิชาจ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้น “แกต้องการอะไร คิมหันต์!”

“ผมต้องการอะไรเหรอครับ… ผมก็แค่ต้องการทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของผมคืนเท่านั้นเอง” คิมหันต์ตอบ

“ทุกสิ่งทุกอย่าง? แกหมายถึงอะไร?” ณัฏฐณิชาถาม

“หมายถึง… คุณไงครับ ณัฏฐณิชา” คิมหันต์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงมายังเธอ

ณัฏฐณิชาถอยหลังหนี แต่คิมหันต์ก็คว้าตัวเธอไว้ได้ เขาดึงเธอเข้าไปกอดอย่างแรง

“ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน ณัฏฐณิชา” คิมหันต์กระซิบข้างหูเธอ

ณัฏฐณิชาพยายามที่จะผลักเขาออก แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เธออ่อนแรงไปทั้งตัว

“ปล่อยฉันนะ คิมหันต์! ฉันเกลียดแก!” ณัฏฐณิชาร้องไห้ออกมา

“ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมมากแค่ไหน ผมก็จะไม่ปล่อยคุณไป ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้” คิมหันต์กล่าว

แล้วเขาก็ก้มลงจูบเธอ จูบที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความโหยหา และความอำมหิต

ณัฏฐณิชาพยายามที่จะขัดขืน แต่ก็ไม่เป็นผล เธอถูกจูบจนอ่อนระทวย

ในที่สุดเธอก็ยอมจำนนต่อจูบของเขา ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่เธอพยายามที่จะปฏิเสธมาตลอด

ความรู้สึกที่ว่า… เธอยังคงรักเขาอยู่

คิมหันต์ผละออกจากเธอ มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ

“คุณเป็นของผมแล้ว ณัฏฐณิชา” เขากล่าว

ณัฏฐณิชามองเขาด้วยความสิ้นหวัง เธอรู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะตกอยู่ในมือของเขาอีกครั้ง

แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ… คิมหันต์ไม่ได้ต้องการแค่ตัวเธอเท่านั้น เขายังต้องการบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอด้วย

รอยสักรูปผีเสื้อที่อยู่บนแผ่นหลังของเธอ รอยสักที่เธอพยายามที่จะซ่อนมันไว้มาตลอด รอยสักที่เป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับบางอย่างที่ยิ่งใหญ่

และคิมหันต์ก็รู้เรื่องนี้ดี…