ผีตานีสิงต้นไทร

Chapter 1 — ผีตานีสิงต้นไทร

กลิ่นดินโคลนและคาวเลือดคลุ้งจมูก ฉันลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัว รอบกายมีเพียงเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเหมือนมือปีศาจ ฉันจำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือแม้แต่ชื่อของตัวเอง... ความทรงจำทั้งหมดเลือนรางเหมือนภาพวาดสีน้ำที่ถูกฝนชะล้าง

ฉันพยายามลุกขึ้นยืน แต่ขากลับอ่อนแรงจนทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วร่าง ราวกับถูกเฆี่ยนตีมานับครั้งไม่ถ้วน ฉันสำรวจร่างกายตัวเองอย่างช้า ๆ พบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือดแห้งกรัง

ที่ข้อมือซ้ายมีรอยไหม้เป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่ มันเป็นรอยที่ลึกและน่ากลัว ราวกับถูกจี้ด้วยเหล็กร้อน ฉันพยายามนึกว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็ไม่มีภาพใด ๆ ผุดขึ้นมาในหัว

ฉันตัดสินใจคลานไปตามพื้นดิน จนกระทั่งมือสัมผัสกับอะไรบางอย่างที่เย็นเยียบ ฉันหยิบมันขึ้นมาดู มันคือมีดหมอเก่าคร่ำคร่า ด้ามทำจากไม้แกะสลักเป็นรูปยักษ์ ดวงตาของยักษ์ฝังด้วยพลอยสีแดง ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับมีดเล่มนี้อย่างประหลาด ราวกับว่ามันเคยเป็นของฉันมาก่อน

ฉันพยุงตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้ขาเริ่มมีแรงขึ้นบ้าง ฉันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง ฉันอยู่ในป่าทึบที่แสงจันทร์สาดส่องลงมาเพียงเล็กน้อย ต้นไม้แต่ละต้นสูงตระหง่าน ราวกับยักษ์ที่ยืนเฝ้าประตูสู่นรก

ฉันเดินไปตามทางที่พอจะมองเห็นได้ แสงจันทร์นำทางฉันไปสู่ใจกลางของป่าลึก ฉันได้ยินเสียงกระซิบแว่วมาตามลม มันเป็นเสียงที่แหบแห้งและน่าขนลุก ราวกับเสียงของคนตายที่พยายามจะบอกอะไรบางอย่าง

ฉันเร่งฝีเท้าตามเสียงกระซิบนั้นไป จนกระทั่งมาถึงต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ต้นไทรต้นนี้มีขนาดใหญ่โตกว่าต้นไม้อื่น ๆ ในป่า กิ่งก้านของมันแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ รากของมันเลื้อยพันไปตามพื้นดิน ราวกับงูยักษ์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ

ฉันหยุดยืนอยู่หน้าต้นไทร มองขึ้นไปยังเรือนยอดที่มืดมิด ฉันรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากต้นไม้ต้นนี้ มันเป็นพลังงานที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหล

เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิม และชัดเจนกว่าเดิม มันมาจากภายในต้นไทร

“เจ้ากลับมาแล้ว… ธิดาแห่งไพร”

ฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด และทำไมถึงเรียกฉันว่า “ธิดาแห่งไพร” แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องค้นหาความจริงให้ได้

ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ต้นไทรมากขึ้น ฉันเอื้อมมือไปสัมผัสกับเปลือกไม้ที่ขรุขระ ฉันรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย

ทันใดนั้น ฉันก็เห็นภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว มันเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดไทยโบราณ เธอกำลังร่ายรำอยู่หน้าต้นไทร เธอมีใบหน้าที่สวยงาม แต่ดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้า

ภาพนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความสับสนและความสงสัย ฉันไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร และทำไมเธอถึงมาปรากฏในความทรงจำของฉัน

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปในโพรงไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงโคนต้นไทร

ภายในโพรงไม้มืดสนิท ฉันคลำทางไปตามผนังไม้ที่เย็นเยียบ ฉันได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากข้างใน มันเป็นเสียงที่เหมือนกับการสวดมนต์ แต่ฟังดูน่ากลัวและผิดเพี้ยน

ฉันเดินเข้าไปตามเสียงนั้น จนกระทั่งมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ ห้องโถงนี้สว่างไสวไปด้วยแสงเทียนที่วางเรียงรายอยู่บนพื้น ในห้องโถงมีร่างคนจำนวนมากกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ พวกเขาสวมชุดขาวและมีผ้าคลุมศีรษะ

ฉันมองไปที่ร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าสุด ฉันจำได้ว่าเขาคือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้าน…”บ้านหนองไผ่” ที่ฉันเคยอาศัยอยู่…ก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำ

ผู้ใหญ่บ้านลืมตาขึ้นมา และมองมาที่ฉัน

“ในที่สุด…เจ้าก็กลับมา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

“ท่านผู้ใหญ่…” ฉันพึมพำ

“เจ้าคือธิดาแห่งไพร…ผู้ที่จะนำพาพวกเราไปสู่ความรุ่งเรือง” ผู้ใหญ่บ้านพูดต่อ

“ข้า…ข้าไม่เข้าใจ” ฉันพูด

“เจ้าจะเข้าใจเอง…เมื่อถึงเวลา” ผู้ใหญ่บ้านพูด

จากนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็หันไปพยักหน้าให้คนอื่น ๆ คนเหล่านั้นลุกขึ้นยืน และเดินเข้ามาหาฉัน พวกเขาจ้องมองฉันด้วยสายตาที่แปลกประหลาด ราวกับว่าฉันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

“พวกเราจะทำพิธี…เพื่อปลุกพลังของเจ้า” ผู้ใหญ่บ้านพูด

“พิธีอะไร?” ฉันถาม

“พิธีบูชายัญ…” ผู้ใหญ่บ้านตอบ

ฉันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ฉันพยายามจะวิ่งหนี แต่คนเหล่านั้นจับตัวฉันไว้แน่น พวกเขาพาฉันไปยังแท่นบูชาที่อยู่ตรงกลางห้องโถง

ฉันพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่เป็นผล คนเหล่านั้นจับฉันมัดไว้กับแท่นบูชา

ฉันมองไปที่ผู้ใหญ่บ้าน เขาหยิบมีดหมอขึ้นมา มีดหมอเล่มเดียวกับที่ฉันเจอในป่า

“อย่า…” ฉันร้อง

ผู้ใหญ่บ้านไม่สนใจ เขาเงื้อมีดขึ้นเหนือศีรษะ

“เพื่อความรุ่งเรืองของหมู่บ้าน…” เขาพูด

แล้วเขาก็แทงมีดลงมา

ภาพตัดวูบ...

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืด ฉันนอนอยู่บนเตียงในห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง ฉันจำได้ว่าที่นี่คือบ้านของฉัน…ที่บ้านหนองไผ่

ฉันลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบ ๆ อย่างสับสน ความฝันเมื่อครู่มันช่างสมจริง ราวกับว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ

ฉันลงจากเตียง และเดินไปที่หน้าต่าง ฉันเปิดหน้าต่างออก และมองไปยังป่าที่อยู่ข้างหลังบ้าน

ฉันเห็นต้นไทรต้นนั้น ต้นไทรใหญ่ที่อยู่ในความฝันของฉัน

ฉันรู้สึกถึงความกลัวที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง ฉันรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันไม่ใช่แค่ความฝัน แต่มันคือความจริง

ฉันคือธิดาแห่งไพร…และพวกเขากำลังจะทำพิธีบูชายัญฉัน

ฉันต้องหนี…

แต่จะหนีไปไหน? ฉันไม่รู้ว่าใครที่ฉันสามารถไว้ใจได้ ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านของฉัน

ฉันมองไปที่มือของตัวเอง ฉันเห็นรอยไหม้เป็นรูปวงกลมที่ข้อมือซ้าย

มันไม่ใช่แค่ความฝัน...

ฉันตัดสินใจหยิบเสื้อผ้ามาใส่ ฉันต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ฉันต้องหาความจริงให้ได้

ขณะที่ฉันกำลังจะเปิดประตูออกไป ฉันก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“ใคร?” ฉันถาม

“ฉันเอง…ผู้ใหญ่บ้าน” เสียงตอบกลับมา

ฉันตัวแข็งทื่อ ฉันไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่

“มีอะไรเหรอท่านผู้ใหญ่?” ฉันถาม

“ฉันรู้ว่าเจ้าตื่นแล้ว” เขาพูด

“…”

“เปิดประตูให้ฉันหน่อย…มีเรื่องต้องคุยกัน” เขาพูด

ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตู

ผู้ใหญ่บ้านยืนอยู่หน้าประตู เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“เจ้ากำลังจะหนี…ใช่ไหม?” เขาถาม

ฉันไม่ตอบ

“เจ้าหนีไปไม่ได้หรอก…ธิดาแห่งไพร” เขาพูด

แล้วเขาก็ยิ้ม…รอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต

ผู้ใหญ่บ้านก้าวเท้าเข้ามาในห้อง…

และในมือของเขา…มีมีดหมอ