รอยไหม้บนแผ่นหลัง
Chapter 1 — รอยไหม้บนแผ่นหลัง
กลิ่นคาวเลือดคลุ้งฟุ้งในอากาศเสียดแทงจมูก ชายร่างกำยำทรุดลงกับพื้นโคลน ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวด แสงจันทร์สีเลือดสาดส่องร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์
“ข้า...ข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกเจ้า…” เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาจากริมฝีปากที่แตกแห้ง เขาพยายามเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่รายล้อมร่างของเขาอยู่ ท่ามกลางความมืดมิดนั้น เขาสังเกตเห็นดวงตาสีแดงก่ำของพวกมัน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกระหายและโหดเหี้ยม
“ยอมแพ้เถอะ ขุนศึกนรินทร์” เสียงหนึ่งดังขึ้น มันทุ้มนุ่มแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบ “พลังของเจ้าหมดสิ้นแล้ว”
นรินทร์ ขุนศึกแห่งแคว้นอโยธยา แคว้นที่เคยยิ่งใหญ่แต่บัดนี้กำลังล่มสลาย เขาคือความหวังสุดท้ายของประชาชนที่เหลืออยู่ แต่ดูเหมือนว่าความหวังนั้นกำลังจะดับมอดลงในค่ำคืนนี้
ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน อโยธยาเคยเป็นแคว้นที่รุ่งเรือง เต็มไปด้วยวัดวาอารามที่สวยงาม ตลาดที่คึกคัก และประชาชนที่ยิ้มแย้ม แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อกองทัพอสูรจากแดนทมิฬบุกเข้ามา พวกมันเผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า สังหารผู้คนอย่างไร้ความปราณี และเปลี่ยนแผ่นดินอโยธยาให้กลายเป็นนรกบนดิน
นรินทร์ในวัยสามสิบปี เป็นบุตรชายของขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ เขาได้รับการฝึกฝนการต่อสู้มาตั้งแต่ยังเด็ก และมีความสามารถในการควบคุมพลังเวทมนตร์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เมื่อกองทัพอสูรบุกเข้ามา นรินทร์ได้นำทัพเข้าต่อสู้กับพวกมันอย่างกล้าหาญ เขาใช้ดาบเวทมนตร์ “ประกายเทพ” ฟาดฟันอสูรไปมากมาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจต้านทานจำนวนมหาศาลของพวกมันได้
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน กองทัพอโยธยาค่อยๆ อ่อนแอลงเรื่อยๆ เมืองต่างๆ ถูกยึดครองทีละเมือง ประชาชนล้มตายเป็นจำนวนมาก นรินทร์และทหารที่เหลืออยู่ตัดสินใจถอยร่นไปยังป้อมปราการสุดท้าย นั่นคือวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอโยธยา
ณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ นรินทร์ได้พบกับ “แม่มดอรุณ” หญิงชราผู้มีญาณวิเศษ นางบอกกับนรินทร์ว่ามีเพียงวิธีเดียวที่จะหยุดยั้งกองทัพอสูรได้ นั่นคือการเดินทางไปยัง “หุบผามรณะ” และค้นหา “ผลึกแห่งแสง” ผลึกที่สามารถขับไล่ความมืดมิดได้
นรินทร์ไม่ลังเล เขาตัดสินใจเดินทางไปยังหุบผามรณะทันที โดยมีทหารเอกคู่ใจ “หาญ” ติดตามไปด้วย หุบผามรณะเป็นสถานที่ที่อันตราย เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและกับดักต่างๆ แต่ด้วยความกล้าหาญและความสามารถของนรินทร์ พวกเขาสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้
ในที่สุด นรินทร์และหาญก็มาถึงใจกลางหุบผามรณะ ที่นั่นพวกเขาได้พบกับถ้ำลึก ภายในถ้ำมีแท่นบูชาหินตั้งอยู่ บนแท่นบูชามีผลึกสีขาวส่องประกายเจิดจ้า นั่นคือ “ผลึกแห่งแสง” ที่พวกเขากำลังตามหา
แต่เมื่อนรินทร์เอื้อมมือไปหยิบผลึกแห่งแสง อสูรร้ายตนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น มันคือ “รากษส” อสูรที่มีพละกำลังมหาศาลและเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง รากษสเข้าโจมตีนรินทร์ทันที การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด นรินทร์ใช้ดาบประกายเทพฟาดฟันรากษส แต่รากษสก็ตอบโต้ด้วยพลังเวทมนตร์ที่รุนแรง
หาญพยายามเข้าช่วยนรินทร์ แต่เขาก็ถูกรากษสโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส นรินทร์เห็นเพื่อนตายกำลังจะสิ้นใจ เขาโกรธแค้นเป็นอย่างมาก พลังเวทมนตร์ในร่างกายของเขาพลุ่งพล่าน เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีโจมตีรากษส
ในที่สุด นรินทร์ก็สามารถเอาชนะรากษสได้ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เขาหยิบผลึกแห่งแสงขึ้นมา และพยายามใช้พลังของมัน แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรได้ กองทัพอสูรก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันล้อมรอบตัวนรินทร์ไว้
“ส่งผลึกมาซะ” เสียงของอสูรตนหนึ่งดังขึ้น “แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
นรินทร์หัวเราะเยาะ “คิดว่าข้าจะยอมหรือ?”
“ถ้าอย่างนั้นก็จงตายซะ!” อสูรตนนั้นสั่ง กองทัพอสูรเข้าโจมตีนรินทร์พร้อมกัน นรินทร์พยายามต่อสู้ แต่ด้วยร่างกายที่บอบช้ำและจำนวนศัตรูที่มากมาย เขาจึงไม่อาจต้านทานได้
และนี่คือจุดที่เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น นรินทร์ ขุนศึกผู้กล้า กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความมืดมิด
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีพ้นหรือ นรินทร์?” เสียงเย็นเยียบดังขึ้นใกล้หู นรินทร์รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง ราวกับมีใครเอามีดร้อนๆ มากดทับ เขาพยายามหันไปมอง แต่ก็เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ที่กำลังยื่นมือมาคว้าผลึกแห่งแสง
นรินทร์พยายามขัดขืน แต่ร่างกายของเขาอ่อนแรงเกินกว่าจะทำอะไรได้ เขาได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น
“ข้าจะกลับมา…” นรินทร์กระซิบเสียงแผ่วเบา “ข้าจะกลับมาล้างแค้นพวกเจ้า”
เงาตะคุ่มหัวเราะ “เจ้าไม่มีวันได้กลับมาหรอก”
ทันใดนั้น เงาตะคุ่มก็ดึงผลึกแห่งแสงไปจากมือนรินทร์ และหายลับไปในความมืด
นรินทร์นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นโคลน ดวงตาของเขาค่อยๆ ปิดลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป นรินทร์ก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา พลังงานที่แปลกประหลาดและทรงพลัง มันกำลังรักษาบาดแผลของเขาอย่างรวดเร็ว และเติมเต็มพลังให้กับเขา
นรินทร์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แสงจันทร์สีเลือดสาดส่องใบหน้าของเขา
รอยไหม้รูปมือปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของเขา มันเรืองแสงสีแดงจางๆ
“ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด…” นรินทร์คำรามเสียงดัง “ทุกคน!”
ทันใดนั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ต้นไม้ล้มระเนระนาด กองทัพอสูรแตกตื่นวิ่งหนีตาย
จากนั้น แสงสีแดงก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เกิดเป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่ส่องสว่างไปทั่วทั้งแผ่นดิน
ณ ใจกลางลำแสง นรินทร์ยืนอยู่ เขาเปลือยเปล่า ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอำมหิต
เขาไม่ใช่ขุนศึกนรินทร์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว