ฝนตกในใจ
Chapter 1 — ฝนตกในใจ
เสียงโทรศัพท์ดังแสบแก้วหูปลุกอรุณาจากห้วงนิทราอันแสนหวาน เธอควานหามือถือบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะพบว่ามันสั่นระรัวอยู่ใต้กองหนังสือที่อ่านค้างไว้เมื่อคืน
“ใครโทรมาแต่เช้า…” อรุณาพึมพำกับตัวเองพลางกดรับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงียเต็มที
“อรุณา! นี่เธอเพิ่งตื่นเหรอ!” ปลายสายตะโกนเสียงดังจนอรุณาต้องรีบยกโทรศัพท์ออกห่างจากหู
“แก้ว… มีอะไรแต่เช้าเนี่ย” อรุณาตอบกลับเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“วันนี้วันอะไร! วันนี้วันเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ของ ‘สิริ’ ไง! เธอจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน!” แก้วเกล้า เพื่อนสนิทของอรุณา โวยวายเสียงดัง
อรุณาสะดุ้งตื่นเต็มตาเมื่อได้ยินชื่อแบรนด์เสื้อผ้าที่ตัวเองรัก “ตายแล้ว! ฉันลืมไปเลย! แก้ว ทำไมไม่เตือนกัน”
“ฉันเตือนเธอไปเมื่อวานแล้วนะอรุณา! นี่ถ้าฉันไม่โทรมาปลุก ป่านนี้เธอคงนอนน้ำลายยืดอยู่แน่ๆ รีบแต่งตัวแล้วมาเจอกันที่ห้าง X ภายในครึ่งชั่วโมง! ไม่งั้นฉันจะโกรธเธอจริงๆ ด้วย” แก้วเกล้าสั่งเสียงเข้ม
“โอเคๆ รู้แล้วน่า ฉันรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” อรุณารับคำอย่างลนลาน ก่อนจะตัดสายแล้วรีบลุกจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว
อรุณาเป็นนักเขียนอิสระที่รักการแต่งตัวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเสื้อผ้าจากแบรนด์ ‘สิริ’ ที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย ทำให้เสื้อผ้าของแบรนด์นี้โดนใจอรุณาอย่างจัง และวันนี้ก็เป็นวันเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ที่อรุณาตั้งตารอคอยมานาน
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ อรุณาก็รีบขับรถไปยังห้าง X ทันที เมื่อมาถึง เธอก็พบกับแก้วเกล้าที่ยืนรออยู่หน้าบูธของแบรนด์ ‘สิริ’ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“โทษทีนะแก้วที่มาช้า รถติดมาก” อรุณารีบเอ่ยขอโทษเพื่อนสนิท
“ช่างเถอะ รีบเข้าไปดูกันดีกว่า ก่อนที่ของจะหมด” แก้วเกล้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายงอน
อรุณาและแก้วเกล้าเดินเข้าไปในบูธของแบรนด์ ‘สิริ’ ทันที ภายในบูธตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้ไทยนานาชนิด แสงไฟสลัวๆ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าดึงดูดใจ เสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ถูกจัดแสดงไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ละชุดล้วนมีดีไซน์ที่สวยงามและประณีตบรรจง
อรุณาเดินชมเสื้อผ้าแต่ละชุดด้วยความตื่นตาตื่นใจ เธออยากได้ไปเสียทุกชุด แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด ทำให้เธอต้องเลือกชุดที่ถูกใจที่สุดเพียงไม่กี่ชุดเท่านั้น
ในขณะที่อรุณากำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่นั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของบูธ ผู้ชายคนนั้นสวมสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป เขาดูหล่อเหลาและสง่างามราวกับเทพบุตร
อรุณาไม่สามารถละสายตาจากผู้ชายคนนั้นได้เลย เธอรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด เขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผู้ชายคนนั้นหันมาสบตากับอรุณาพอดี ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับ อรุณารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อน
ผู้ชายคนนั้นเดินตรงมาหาอรุณาด้วยท่าทางมั่นใจ อรุณายืนตัวแข็งทื่อ ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
“อรุณา…” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยชื่อของอรุณาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
อรุณาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ แล้วเขาจะรู้ชื่อของเธอได้อย่างไร
“คุณ… รู้จักฉันเหรอคะ” อรุณาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ผู้ชายคนนั้นยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อรุณาขนลุกซู่
“รู้จักสิ… เรารู้จักกันดีกว่าที่เธอคิดเสียอีก”
อรุณาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอพยายามนึกว่าเคยเจอผู้ชายคนนี้ที่ไหน แต่ก็นึกไม่ออกเลย
“ฉันว่าคุณคงจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันไม่เคยเจอคุณมาก่อน” อรุณาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ผู้ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะยื่นมือมาจับมือของอรุณา
“ไม่หรอกอรุณา… เธอไม่มีทางลืมฉันได้หรอก”
สัมผัสจากมือของเขาทำให้อรุณารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เธอรีบชักมือกลับทันที
“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ฉันขอเตือนว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก” อรุณาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
พูดจบอรุณาก็หันหลังเดินหนีไปทันที เธอรู้สึกสับสนและหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงรู้ชื่อของเธอ และทำไมเขาถึงบอกว่าเธอไม่มีทางลืมเขาได้
แก้วเกล้าเห็นอรุณามีท่าทางแปลกๆ จึงรีบเดินตามมา
“อรุณา เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดเชียว” แก้วเกล้าถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉัน… ฉันไม่เป็นไร” อรุณาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ
“แน่ใจนะ” แก้วเกล้าถามย้ำ
“อืม ฉันแค่รู้สึกไม่ค่อยสบายเฉยๆ” อรุณาตอบปัด
“ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะ ฉันว่าเธอควรไปพักผ่อน” แก้วเกล้าเสนอ
“อืม กลับกันเถอะ” อรุณาตอบรับ
อรุณาและแก้วเกล้าเดินออกจากบูธของแบรนด์ ‘สิริ’ ไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน แก้วเกล้ารู้สึกเป็นห่วงเพื่อนสนิท ส่วนอรุณากำลังสับสนและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ระหว่างทางกลับบ้าน อรุณาพยายามคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอพยายามนึกว่าเคยเจอผู้ชายคนนั้นที่ไหน แต่ก็นึกไม่ออกเลย
“เขาเป็นใครกันแน่… แล้วทำไมเขาถึงรู้ชื่อของฉัน…” อรุณาพึมพำกับตัวเอง
เมื่อกลับถึงบ้าน อรุณาก็รีบตรงไปยังห้องนอนทันที เธอทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งกายและใจ
อรุณาหลับตาลง พยายามข่มตานอน แต่ภาพของผู้ชายคนนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร…” อรุณาคิดในใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น อรุณาตัดสินใจที่จะสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น เธอเริ่มจากการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
“เขาเป็นใครกันแน่… ทำไมถึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเขาเลย…” อรุณาพึมพำกับตัวเองด้วยความ frustrasi
ในขณะที่อรุณากำลังหมดหวังอยู่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นกล่องใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน กล่องใบนั้นเป็นกล่องไม้สีน้ำตาลเข้ม แกะสลักลวดลายดอกแก้วอย่างสวยงาม
อรุณาจำได้ว่ากล่องใบนี้เป็นของขวัญที่เธอได้รับเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอยังเป็นนักศึกษาอยู่
อรุณาเปิดกล่องใบนั้นออก ภายในกล่องมีรูปถ่ายเก่าๆ หลายใบ และจดหมายฉบับหนึ่ง
อรุณาหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่าน ข้อความในจดหมายทำให้เธอต้องตกตะลึง
“ถึง อรุณา ที่รัก
ถ้าเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ฉันขอโทษที่ต้องทิ้งเธอไป ฉันรู้ว่าเธอคงเสียใจมาก แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น
ฉันรักเธอมากนะอรุณา รักมากจนไม่อยากให้เธอต้องมาเดือดร้อนเพราะฉัน
ดูแลตัวเองด้วยนะ
ด้วยรักและคิดถึง
จาก… ธีธัช”
อรุณาน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอจำได้แล้วว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร เขาคือรักแรกของเธอ ธีธัช ผู้ชายที่หายไปจากชีวิตของเธอเมื่อหลายปีก่อน
แต่ทำไมเขาถึงกลับมา… และทำไมเขาถึงบอกว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น…
อรุณาตัดสินใจที่จะตามหาธีธัช เธอต้องการรู้ความจริงทั้งหมด เธอต้องการรู้ว่าทำไมเขาถึงทิ้งเธอไป และทำไมเขาถึงกลับมาในวันนี้
อรุณาเริ่มต้นการเดินทางตามหารักแรกของเธอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาเธอไปพบเจอกับเรื่องราวที่คาดไม่ถึง และความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กลิ่นหอมของดอกแก้ว...