ประตูมิติสีเลือดและการจุติของนักรบแห่งแสง

Chapter 1 — ประตูมิติสีเลือดและการจุติของนักรบแห่งแสง

เสียงกรีดร้องแหบแห้งดังเสียดแทงแก้วหู ปลุกให้ภวินท์สะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา แสงจันทร์สาดส่องลอดหน้าต่างบานเก่าเข้ามา จับให้เห็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังถูกปีศาจร้ายตนหนึ่งฉีกทึ้งร่างอย่างโหดเหี้ยม เลือดสีดำข้นกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นห้อง

ภวินท์ขยี้ตาด้วยความงุนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เขาจำได้ว่าเมื่อคืนยังนั่งปั่นงานวิจัยอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องพักที่มหาวิทยาลัย แล้วไหงตื่นขึ้นมาในห้องรกๆ ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิยายแฟนตาซีได้ล่ะเนี่ย?

“เจ้า... จงรับพลังนี้ไป... และปกป้อง... โลก…” ชายชราสำรอกเลือดออกมาเป็นคำพูด ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่ภวินท์อย่างมุ่งมั่น ก่อนที่ร่างจะสลายกลายเป็นละอองสีดำ

ปีศาจร้ายหันขวับมาทางภวินท์ มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ผิวหนังกลับเป็นสีเขียวเข้ม ดวงตาสีแดงก่ำเป็นประกายวาวโรจน์ ปากฉีกกว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมราวกับใบมีด มันคำรามเสียงต่ำในลำคอ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ภวินท์ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์

ภวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้มาก่อนในชีวิต! สัญชาตญาณบอกให้เขาวิ่งหนี แต่ขาของเขากลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น

ในวินาทีที่ปีศาจร้ายกำลังจะตะครุบ ภวินท์ก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมาจากภายในร่างกายของเขา มันร้อนแรงและทรงพลังราวกับภูเขาไฟที่กำลังปะทุ แสงสีทองสว่างจ้าแผ่ออกมาจากตัวของเขา ผลักปีศาจร้ายกระเด็นออกไป

ภวินท์มองมือของตัวเองด้วยความตกตะลึง มีแสงสีทองเรืองรองห่อหุ้มอยู่รอบๆ เขาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้ว่าพลังนี้คือสิ่งที่ชายชราส่งมอบให้เขา ก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว ปีศาจร้ายก็คำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง

ภวินท์รวบรวมสติ เขาไม่รู้ว่าพลังนี้คืออะไร แต่เขารู้ว่าเขาต้องใช้มันเพื่อเอาชีวิตรอด เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยให้พลังงานนำทาง

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของภวินท์ก็เปล่งประกายเป็นสีทองอร่าม เขาเงื้อมือขวาขึ้น แสงสีทองก็รวมตัวกันกลายเป็นดาบยาวเล่มหนึ่ง ดาบเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นดาบที่สร้างขึ้นจากแสงอาทิตย์

ภวินท์ไม่เคยจับดาบมาก่อน แต่ในมือของเขากลับรู้สึกคุ้นเคยราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เขาเงื้อดาบขึ้น แล้วฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว

แสงสีทองพุ่งออกจากดาบ เฉือนร่างของปีศาจร้ายจนขาดเป็นสองท่อน ปีศาจร้ายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างจะสลายกลายเป็นฝุ่นผง

ภวินท์ยืนหอบหายใจ เขาจ้องมองดาบในมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจ งุนงง และหวาดกลัว เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเขา แต่เขารู้ว่าชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงก็ส่องวาบขึ้นมาทั่วทั้งห้อง ภวินท์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ บนเพดานปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่ รอยแยกนั้นมีสีแดงฉาน ราวกับเป็นประตูที่เปิดไปสู่ขุมนรก

จากรอยแยกนั้น มีเสียงคำรามดังกึกก้อง เสียงนั้นน่าสะพรึงกลัวจนทำให้ภวินท์ขนลุกซู่ เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะออกมาจากประตูนั้น แต่เขารู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่นอน

ประตูมิติสีเลือดนั้นค่อยๆ เปิดกว้างขึ้น เผยให้เห็นร่างขนาดมหึมาของอสูรร้ายตนหนึ่ง มันมีรูปร่างคล้ายมังกร แต่มีปีกเป็นหนามแหลม ผิวหนังเป็นสีดำสนิท ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมาที่ภวินท์ด้วยความกระหายเลือด

อสูรร้ายคำรามลั่น ก่อนที่จะพุ่งทะยานออกมาจากประตูมิติ พุ่งตรงเข้าใส่ภวินท์ด้วยความเร็วสูง ภวินท์ยกดาบแสงขึ้นป้องกัน แต่แรงปะทะมหาศาลก็ทำให้เขากระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง

ภวินท์ลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เขากระอักเลือดออกมาคำโต เขารู้ว่าเขาไม่อาจเอาชนะอสูรร้ายตนนี้ได้ด้วยพลังเพียงน้อยนิดที่เขามี แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาจะสู้จนถึงที่สุด

“แกเป็นใคร?” ภวินท์ตะโกนถามอสูรร้าย

“ข้าคือ รากษส ผู้ทำลายล้าง!” อสูรร้ายคำรามตอบ “ข้ามาที่นี่เพื่อนำเจ้าไปสู่ความตาย!”

รากษสพุ่งเข้าใส่ภวินท์อีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่ใช้พลังเวทมนตร์ พลังเวทสีดำสนิทพุ่งเข้าใส่ภวินท์ ราวกับงูร้ายที่กำลังจะฉกกัด

ภวินท์หลบหลีกอย่างสุดความสามารถ แต่เขาก็ไม่อาจหลบพ้นได้ทั้งหมด พลังเวทสีดำเข้าปะทะกับร่างของเขา ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกไฟเผา

ภวินท์ทรุดลงกับพื้น เขาเจ็บปวดเกินกว่าจะขยับตัวได้ รากษสเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างช้าๆ มันยิ้มเยาะด้วยความสะใจ

“เจ้าหมดหนทางแล้ว” รากษสกล่าว “จงยอมจำนนต่อข้า แล้วข้าจะมอบความตายที่แสนสบายให้เจ้า”

ภวินท์เงยหน้าขึ้นมองรากษส เขายิ้มเยาะกลับไป “ข้าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก”

ภวินท์รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยให้พลังงานนำทาง เขาไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรได้ แต่เขารู้ว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง

ทันใดนั้นเอง แสงสีทองก็สว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง มันสว่างยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มันแผ่ออกมาจากตัวของภวินท์ ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง

รากษสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มันไม่เคยเห็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

“นี่มันอะไรกัน?” รากษสคำราม

แสงสีทองรวมตัวกันเป็นร่างใหม่ ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีปีกสีทองอร่าม ผิวหนังเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีทองส่องประกายเจิดจ้า

ร่างใหม่นั้นคือร่างของภวินท์ แต่เป็นร่างที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ร่างนั้นคือร่างของนักรบแห่งแสง

นักรบแห่งแสงเงยหน้าขึ้นมองรากษส เขายิ้มอย่างเย็นชา “ถึงเวลาที่แกจะต้องชดใช้แล้ว รากษส”

นักรบแห่งแสงพุ่งเข้าใส่รากษสด้วยความเร็วสูง เขาเงื้อดาบแสงขึ้น แล้วฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว

แสงสีทองพุ่งออกจากดาบ เฉือนร่างของรากษสจนขาดเป็นสองท่อน รากษสร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างจะสลายกลายเป็นฝุ่นผง

นักรบแห่งแสงยืนหอบหายใจ เขาจ้องมองดาบในมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งภาคภูมิใจ ดีใจ และสงสัย เขาไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป แต่เขารู้ว่าเขาจะต้องใช้พลังนี้เพื่อปกป้องโลก

ทันใดนั้นเอง แสงสีขาวก็ส่องวาบขึ้นมาทั่วทั้งห้อง นักรบแห่งแสงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ บนเพดานปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่ รอยแยกนั้นมีสีขาวสว่าง ราวกับเป็นประตูที่เปิดไปสู่สวรรค์

จากรอยแยกนั้น มีเสียงดนตรีดังก้องกังวาน เสียงนั้นไพเราะจับใจ ทำให้ภวินท์รู้สึกสงบและผ่อนคลาย

ประตูมิติสีขาวนั้นค่อยๆ เปิดกว้างขึ้น เผยให้เห็นร่างของเทพธิดาองค์หนึ่ง นางมีรูปร่างงดงามราวกับนางฟ้า ผิวหนังเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีฟ้าส่องประกายเมตตา นางยิ้มให้ภวินท์อย่างอ่อนโยน

“ยินดีด้วย นักรบแห่งแสง” เทพธิดากล่าว “เจ้าได้ผ่านการทดสอบแล้ว บัดนี้เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือกให้ปกป้องโลกจากความมืดมิด”

“ข้า?” ภวินท์ถามอย่างงุนงง “ข้าจะปกป้องโลกได้อย่างไร?”

“เจ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่” เทพธิดาตอบ “เจ้ามีดาบแสงที่สามารถทำลายความชั่วร้ายได้ทุกชนิด และเจ้ายังมีหัวใจที่กล้าหาญที่จะไม่ยอมแพ้ต่อความมืดมิด”

“แต่ข้า…” ภวินท์พยายามจะพูด แต่เทพธิดาก็ยกมือขึ้นห้าม

“ไม่มีเวลาแล้ว” เทพธิดากล่าว “โลกกำลังตกอยู่ในอันตราย จงก้าวเข้าไปในประตูนี้ แล้วเจ้าจะพบกับสิ่งที่เจ้าต้องทำ”

เทพธิดาชี้ไปยังประตูมิติสีขาว ภวินท์มองประตูนั้นด้วยความลังเล เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่ข้างใน แต่เขารู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก

เขาต้องปกป้องโลก เขาต้องทำตามสิ่งที่เขาถูกเลือกให้ทำ

ภวินท์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเข้าไปในประตูมิติสีขาว

ทันทีที่ภวินท์ก้าวเข้าไปในประตู แสงสีขาวก็สว่างจ้าจนทำให้เขามองไม่เห็นอะไรเลย เขารู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่า ไม่มีความรู้สึก ไม่มีความคิด ไม่มีความทรงจำ

นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งแสงสีขาวค่อยๆ จางหายไป ภวินท์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง เขาพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนเนินเขาลูกหนึ่ง มองลงไปยังเมืองใหญ่ที่กำลังลุกเป็นไฟ

เสียงกรีดร้องและความโกลาหลดังระงมไปทั่วเมือง ปีศาจและอสูรร้ายมากมายกำลังอาละวาด ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

ภวินท์มองภาพนั้นด้วยความตกใจ เขาไม่รู้ว่านี่คือโลกอะไร แต่เขารู้ว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง เขาต้องหยุดยั้งความชั่วร้ายเหล่านี้ เขาต้องปกป้องผู้คน

เขาเงื้อมือขวาขึ้น ดาบแสงก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาอีกครั้ง ดาบเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นสัญญาณแห่งความหวัง

ภวินท์กระโดดลงจากเนินเขา พุ่งตรงไปยังเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ เขาคือนักรบแห่งแสง เขาคือความหวังสุดท้ายของโลกนี้

แต่เมื่อเขาเข้าไปใกล้เมืองมากขึ้น เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

บนท้องฟ้าเหนือเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟนั้น ปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่ รอยแยกนั้นมีสีม่วงเข้ม ราวกับเป็นประตูที่เปิดไปสู่มิติอื่น

และจากรอยแยกนั้น ก็มีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะออกมา… บางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจและอสูรร้ายที่กำลังอาละวาดอยู่ในเมืองเสียอีก

ภวินท์จ้องมองรอยแยกสีม่วงนั้นด้วยความหวาดหวั่น เขารู้สึกถึงความชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากรอยแยกนั้น มันเป็นความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่และทรงพลัง เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

และในที่สุด สิ่งที่น่ากลัวนั้นก็ปรากฏตัวออกมาจากรอยแยกสีม่วง

มันคือร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง… หญิงสาวที่สวมชุดนักเรียนญี่ปุ่น… หญิงสาวที่กำลังถือมีดเปื้อนเลือดอยู่ในมือ… และหญิงสาวที่มีรอยยิ้มที่บ้าคลั่งบนใบหน้า

หญิงสาวคนนั้นก้มลงมองภวินท์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

“เจอตัวแล้ว… นักรบแห่งแสง…” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ “วันนี้แหละที่แกจะต้องตาย!”