พันธนาการรัก บัลลังก์เลือด
Chapter 2 — คมดาบใต้เงารัตติกาล
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางจวนตระกูลอิทธิฤทธิ์ที่เคยสงบนิ่ง ลลิตาเบิกตากว้าง เห็นร่างของคฤนย์เซถลาไปข้างหน้า รอยฉานสีแดงสดปรากฏขึ้นบนเสื้อเชิ้ตสีดำของเขา มือของเขายกขึ้นแตะบริเวณบาดแผลอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทรุดฮวบลงพื้น
“คุณคฤนย์!” เสียงร้องของลลิตาหลุดออกมาอย่างแผ่วเบา ในขณะที่สายตาของเธอจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวปริศนาที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวเธอหนาวเหน็บ ปืนในมือของหญิงสาววาววับภายใต้แสงจันทร์ ดวงตาของเธอทอประกายเย็นชา ยากจะคาดเดาได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
วินาทีนั้น ความกลัวอันไร้ขีดจำกัดถาโถมเข้าใส่ลลิตา แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นคือสัญชาตญาณที่สั่งให้เธอต้องปกป้องบางสิ่งบางอย่าง ภาพของภัทรที่ถูกทรมานยังคงติดตา เธอไม่อาจยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง
“อย่า!” ลลิตาตะโกนสุดเสียง วิ่งเข้าไปขวางหน้าคฤนย์ที่กำลังจะล้มลงไปกองกับพื้น เธอกระชากกริชเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในชายกระโปรงออกมาอย่างรวดเร็ว มือสั่นเทาแต่เปี่ยมด้วยแรงฮึดสุดท้าย พุ่งเข้าเสียบเข้าที่สีข้างของคฤนย์อย่างจัง
“อั๊ก!” คฤนย์คำรามด้วยความเจ็บปวด ปลายกริชจมลึกลงไปในเนื้อเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง มองลลิตาด้วยความตกตะลึง ระคนกับความไม่เข้าใจ
หญิงสาวปริศนากลั้นหายใจ เธอไม่คาดคิดว่าลลิตาจะทำเช่นนี้ การกระทำที่บ้าบิ่นแต่ก็เต็มไปด้วยความกล้าหาญ ทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ
“แก!” คฤนย์กัดฟันกรอด พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ใบหน้าซีดเผือด แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความแค้นและความกระหายในอำนาจ เขาหันไปมองหญิงสาวปริศนาด้วยสายตาอาฆาต “แกกล้าดียังไง!”
“ถึงเวลาแล้วที่แกจะต้องชดใช้” เสียงของหญิงสาวปริศนาเย็นเยียบ ราวกับน้ำแข็งที่กัดกินทุกอณูความรู้สึก
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ หญิงสาวปริศนาก็หมุนตัว หายลับเข้าไปในความมืดราวกับเงา ร่างของเธอเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความสับสน ความเจ็บปวด และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ลลิตายืนตัวสั่นอยู่ข้างกายคฤนย์ ร่างกายของเธออ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงตามเขาไป กริชเล่มนั้นยังคงปักคาอยู่ที่สีข้างของเขา คฤนย์กุมบาดแผล พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเขายังคงจ้องมองมาที่ลลิตา ไม่ใช่ด้วยความโกรธ หรือความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกที่ลลิตาอ่านไม่ออก ราวกับว่าการกระทำของเธอได้จุดประกายบางอย่างในตัวเขา
“ทำไม...” เสียงของคฤนย์แหบพร่า “ทำไมเธอถึง...”
ลลิตาไม่ตอบ เธอเพียงแต่มองร่างของเขาที่ค่อยๆ หมดแรงลงช้าๆ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขามากถึงขนาดนี้ แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี หญิงสาวปริศนาหายไปแล้ว และตอนนี้ เธอก็คือคนเดียวที่อยู่กับคฤนย์ที่บาดเจ็บ
“คุณ... คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยถามเสียงสั่น
คฤนย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยความขมขื่น “ข้า... ข้าไม่เคยคิดเลยว่า... ชีวิตนี้... จะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้...”
เขามองลลิตาอีกครั้ง ดวงตาที่เคยฉายแววโหดเหี้ยม บัดนี้กลับมีความอ่อนล้าแฝงอยู่ “เธอ... เธอแทงข้า...”
“ฉันขอโทษค่ะ” น้ำตาของลลิตาไหลริน “ฉัน... ฉันแค่...”
“ไม่ต้องพูด” คฤนย์ยกมือห้าม “ไป... ไปตามคนมาช่วยข้า...”
ลลิตาลังเล แต่เมื่อเห็นสีหน้าของคฤนย์ที่ดูทรมาน เธอก็ตัดสินใจรีบวิ่งออกไปตามหาคนรับใช้ในจวน
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงอึกทึกก็ดังขึ้น เหล่าคนรับใช้กรูกันเข้ามาด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของนายใหญ่ พวกเขาช่วยกันหามคฤนย์ไปยังห้องนอน ขณะที่ลลิตาได้แต่มองตามไปด้วยความรู้สึกผิดที่ยากจะอธิบาย
หลังจากเหตุการณ์สงบลง ลลิตาก็ถูกพาตัวไปยังห้องทำงานของคฤนย์ ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุม เธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิม มือของเธอประสานกันแน่น ดวงตาเหม่อลอย จิตใจของเธอยังคงสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวปริศนามาจากไหน? ทำไมเธอถึงยิงคฤนย์? และทำไมลลิตาถึงเลือกที่จะแทงสามีของเธอเอง?
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง เดชาปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขามีความกังวลฉายชัด
“ลลิตา! เกิดอะไรขึ้น! ข้าได้ยินเสียงปืน!” เขาเดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
ลลิตาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “เดชา... เขา... เขาถูกยิง...”
เดชาพยักหน้า “ข้ารู้ ข้าเห็นคนวิ่งวุ่นไปหมด เป็นยังไงบ้าง? คุณคฤนย์...”
“เขาบาดเจ็บสาหัสค่ะ” ลลิตาตอบเสียงสั่น “แต่... แต่ที่ฉันเป็นห่วงคือ... เธอเป็นใครกันแน่ เดชา? ทำไมเธอถึงรู้เรื่องของฉัน? แล้ว... แล้วทำไมเธอถึงมาปรากฏตัวในเวลาแบบนี้?”
เดชาชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด “ลลิตา... ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามคำถามพวกนั้น เราต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้”
“ไปไหนคะ?” ลลิตาถามด้วยความสงสัย
“ที่ปลอดภัย” เดชาตอบเสียงหนักแน่น “ที่ที่ไม่มีใครหาเราเจอ”
เขายื่นมือมาหาลลิตา “มาเถอะ ลลิตา เชื่อใจข้า... ข้าจะพาเธอหนีไป”
ลลิตามองมือของเดชา สลับกับมองไปทางห้องนอนของคฤนย์ที่อยู่ไม่ไกล หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความไม่แน่ใจ ความรู้สึกอันตรายบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจใครดี หรือควรจะทำอย่างไรต่อไป ในขณะที่เงาแห่งอันตรายยังคงคุกคามอยู่รอบตัวเธอ
แต่ก่อนที่เธอจะได้ตัดสินใจอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก “ตรวจดูให้ดี! อย่าให้มันหนีไปไหนได้!”
เดชาหน้าซีดเผือด “แย่แล้ว... พวกมันตามมาเจอเราแล้ว!”
เขาจับแขนลลิตาแน่น “เราต้องไปกันเดี๋ยวนี้!”
แต่เมื่อเดชาพยายามจะดึงลลิตาออกไป ลลิตากลับยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปากประตูด้านนอก เงาที่คุ้นเคย... แต่ทว่า... ยามนี้มันกลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“ลลิตา...” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจแต่แฝงความอ่อนล้าดังขึ้น “เธอ... ไม่คิดจะหนีไปกับเขาจริงๆ ใช่ไหม?”
ร่างของคฤนย์ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าห้องทำงาน ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่แววตาของเขาฉายประกายบางอย่างที่ลลิตาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเดินโซเซเข้ามาอย่างช้าๆ ชี้มาที่เดชาด้วยมือที่สั่นเทา
“ไอ้สารเลว... มันหลอกเธอ!”
เดชาหัวเราะเยาะ “แกเองนั่นแหละที่หลอกเธอมาตลอด! ถ้าแกตายไปซะ ข้าก็จะได้ดูแลเธอได้เต็มที่!”
“หุบปาก!” คฤนย์คำราม แต่แล้วเขาก็ทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ความเจ็บปวดจากบาดแผลถาโถมเข้ามาจนเขาไม่อาจยืนได้อีกต่อไป
ลลิตาได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เธอควรจะหนีไปกับเดชา หรือควรจะอยู่ช่วยคฤนย์? เธอควรจะเชื่อใคร? ในขณะที่เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนบุกรุกดังใกล้เข้ามาทุกที