ราตรีที่โลหิตหลั่งริน: บทเพลงแห่งเงา
Chapter 1 — ราตรีที่โลหิตหลั่งริน: บทเพลงแห่งเงา
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังเสียดแทงความมืดมิด ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันของราตรี สุริยนธรณ์สะดุ้งตื่นจากห้วงนิทราอันแสนสั้น เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมทั่วร่าง เขาเงี่ยหูฟัง เสียงนั้นยังคงก้องกังวาน ราวกับกำลังเรียกหาเขาจากห้วงเหวลึก
สุริยนธรณ์ลุกขึ้นจากเตียงนอนโทรมๆ ในกระท่อมหลังเล็ก ปล่อยให้ความเย็นยะเยือกของรัตติกาลสัมผัสผิวกาย แสงจันทร์สาดส่องลอดช่องโหว่บนหลังคา กระทบกับรอยแผลเป็นน่าเกลียดบนแผ่นหลังของเขา ร่องรอยแห่งความทรมานที่เขาพยายามลืมเลือน
เขาคว้าเสื้อคลุมเก่าคร่ำคร่ามาสวมอย่างรวดเร็ว คว้าดาบเหล็กกล้าที่วางพิงผนังไว้แน่น ดาบเล่มนี้อยู่กับเขามานาน ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน เป็นทั้งเพื่อนและอาวุธคู่กาย
“ไม่ใช่เรื่องของเรา” เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกผิดที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ เขาเคยให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดๆ อีก จะใช้ชีวิตอย่างสงบในกระท่อมหลังเล็กนี้ แต่เสียงกรีดร้องนั้น... มันทำให้เขาหวนนึกถึงอดีต หวนนึกถึงความสูญเสียที่เขาพยายามลืมเลือน
สุริยนธรณ์เดินออกจากกระท่อม มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงกรีดร้องดังมาจาก เขาเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางในป่าทมิฬ ป่าที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าขานอันน่าสะพรึงกลัว ป่าที่ผู้คนต่างหวาดกลัวที่จะเหยียบย่างเข้าไป
ป่าทมิฬในยามราตรีนั้นช่างน่าขนลุก เงาของต้นไม้สูงใหญ่บิดเบี้ยวราวกับปีศาจร้าย เสียงลมพัดหวีดหวิวราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณ เสียงสัตว์ร้ายคำรามแผ่วเบาจากส่วนลึกของป่า บ่งบอกถึงอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่ทุกหนแห่ง
สุริยนธรณ์ไม่หวาดหวั่น เขาเคยเผชิญหน้ากับอันตรายมานับครั้งไม่ถ้วน เขาคืออดีตนักรบผู้กล้าหาญ ผู้เคยนำทัพเข้าต่อสู้กับกองทัพปีศาจ แต่บัดนี้เขาเป็นเพียงชายแก่ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ
เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่า สุริยนธรณ์ก็พบกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ถูกเพลิงไหม้ลามเลีย หมู่บ้านที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา บัดนี้กลับกลายเป็นซากปรักหักพัง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ร่างของชาวบ้านนอนจมกองเลือด กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง บางร่างถูกฉีกทึ้งจนจำเค้าเดิมไม่ได้ สุริยนธรณ์กวาดสายตามองไปรอบๆ พยายามหาผู้รอดชีวิต แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความตายและความสิ้นหวัง
“พวกมันมาแล้ว…” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากด้านหลัง สุริยนธรณ์หันขวับไปตามเสียง เขาเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและเลือด
“หนู…” สุริยนธรณ์เอ่ยเสียงแผ่วเบา พยายามเข้าไปหาเด็กหญิงอย่างช้าๆ
“อย่าเข้ามา!” เด็กหญิงร้องเสียงหลง ถอยหนีสุริยนธรณ์ด้วยความหวาดกลัว
“ลุงจะไม่ทำร้ายหนู” สุริยนธรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พยายามปลอบประโลมเด็กหญิง
“พวกมัน… พวกมันฆ่าทุกคน” เด็กหญิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พวกมัน… ปีศาจ”
สุริยนธรณ์ขมวดคิ้วมุ่น “ปีศาจ?”
“ใช่… พวกมันมีดวงตาสีแดงก่ำ ผิวหนังสีดำเหมือนเงามืด พวกมันแข็งแกร่งและโหดร้าย” เด็กหญิงกล่าวด้วยความหวาดกลัว
สุริยนธรณ์รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ปีศาจ… พวกมันกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่หายไปนานหลายปี
ปีศาจเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติ พวกมันกระหายเลือดและเนื้อ พวกมันบุกรุกเข้ามาในโลกมนุษย์เพื่อสังหารและทำลายล้าง ในอดีต สุริยนธรณ์เคยนำทัพเข้าต่อสู้กับพวกมัน แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
“พวกมันอยู่ที่ไหน?” สุริยนธรณ์ถามเสียงเข้ม
“พวกมัน… พวกมันไปทางนั้น” เด็กหญิงชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
สุริยนธรณ์พยักหน้า เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่ปล่อยให้ปีศาจทำลายล้างโลกมนุษย์อีกต่อไป เขาจะลุกขึ้นสู้ เขาจะปกป้องเด็กหญิงคนนี้ เขาจะล้างแค้นให้กับผู้ที่จากไป
“หนูต้องไปกับลุง” สุริยนธรณ์กล่าว “ลุงจะพาหนูไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย”
เด็กหญิงมองหน้าสุริยนธรณ์ด้วยความลังเล ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ
สุริยนธรณ์จูงมือเด็กหญิง เดินออกจากหมู่บ้านที่ถูกเพลิงไหม้ มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ปีศาจจากไป เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เขารู้ว่าเขาต้องสู้ เขาต้องปกป้อง เขาต้องเอาชีวิตรอด
พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในป่าทมิฬ ความมืดมิดปกคลุมทุกสิ่ง เสียงสัตว์ร้ายคำรามดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“ลุง… หนูหิว” เด็กหญิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา
สุริยนธรณ์หยุดเดิน เขาหยิบขนมปังแห้งๆ ออกจากย่าม ยื่นให้เด็กหญิง
“กินซะ” เขากล่าว
เด็กหญิงรับขนมปังไปกินอย่างรวดเร็ว สุริยนธรณ์มองดูเธอด้วยความสงสาร เขาเคยมีครอบครัว มีภรรยาและลูกสาว แต่พวกเขาทั้งหมดถูกปีศาจฆ่าตาย
“ลุง…” เด็กหญิงเอ่ยขึ้นหลังจากกินขนมปังเสร็จ
“ว่าไง?” สุริยนธรณ์ถาม
“ลุงจะฆ่าพวกมันได้ไหม?” เด็กหญิงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
สุริยนธรณ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ลุงจะพยายาม”
พวกเขาเดินทางต่อไป จนกระทั่งมาถึงแม่น้ำสายหนึ่ง แม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและเย็นยะเยือก
“เราต้องข้ามแม่น้ำไป” สุริยนธรณ์กล่าว
เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นแนบอก เดินลุยลงไปในแม่น้ำ น้ำเย็นจัดจนแทบชา เขาพยายามก้าวเดินอย่างมั่นคง แต่กระแสน้ำแรงมากจนเกือบจะพลัดตก
ในที่สุดพวกเขาก็ข้ามแม่น้ำมาได้สำเร็จ สุริยนธรณ์วางเด็กหญิงลงบนฝั่ง เขาสังเกตเห็นว่าเด็กหญิงตัวสั่นด้วยความหนาว
“เราต้องหาที่พัก” สุริยนธรณ์กล่าว
พวกเขาเดินต่อไป จนกระทั่งพบกับถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง
“เราจะพักกันที่นี่” สุริยนธรณ์กล่าว
พวกเขาเข้าไปในถ้ำ สุริยนธรณ์ก่อกองไฟ เด็กหญิงนั่งลงข้างๆ กองไฟ พยายามให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
“ลุงจะไปหาอะไรมากิน” สุริยนธรณ์กล่าว
เขาเดินออกจากถ้ำ มุ่งหน้าไปยังป่า
หลังจากนั้นไม่นาน สุริยนธรณ์ก็กลับมาพร้อมกับกระต่ายตัวหนึ่ง เขาถลกหนังกระต่ายอย่างรวดเร็ว ย่างบนกองไฟ กลิ่นหอมของเนื้อย่างโชยไปทั่วบริเวณ
“กินซะ” สุริยนธรณ์กล่าว ยื่นเนื้อกระต่ายย่างให้เด็กหญิง
เด็กหญิงรับเนื้อกระต่ายไปกินอย่างเอร็ดอร่อย สุริยนธรณ์มองดูเธอด้วยความเอ็นดู
หลังจากกินอาหารเสร็จ พวกเขาก็นั่งพักผ่อนข้างๆ กองไฟ สุริยนธรณ์มองไปยังเปลวไฟที่ลุกไหม้ เขาคิดถึงอดีต คิดถึงครอบครัว คิดถึงสงคราม
“ลุง…” เด็กหญิงเอ่ยขึ้น
“ว่าไง?” สุริยนธรณ์ถาม
“ลุงเคยสู้กับปีศาจมาก่อนเหรอ?” เด็กหญิงถาม
สุริยนธรณ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ใช่ ลุงเคยสู้กับพวกมันมาก่อน”
“แล้วลุงชนะไหม?” เด็กหญิงถาม
สุริยนธรณ์ส่ายหน้า “ไม่ ลุงแพ้”
“แล้วทำไมลุงถึงยังอยากสู้กับพวกมันอีก?” เด็กหญิงถาม
“เพราะลุงไม่อยากให้พวกมันทำร้ายใครอีก” สุริยนธรณ์ตอบ
เด็กหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “หนูจะช่วยลุง”
สุริยนธรณ์มองหน้าเด็กหญิงด้วยความประหลาดใจ
“หนูจะช่วยลุงสู้กับพวกมัน” เด็กหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
สุริยนธรณ์ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “ขอบใจนะ”
พวกเขาคุยกันอีกเล็กน้อย ก่อนจะเข้านอน สุริยนธรณ์นอนลงข้างๆ กองไฟ เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เขารู้ว่าเขาจะไม่ยอมแพ้
ในขณะที่สุริยนธรณ์กำลังจะเคลิ้มหลับ เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงที่ทำให้เขาสะดุ้งตื่น
เสียงฝีเท้า… เสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
สุริยนธรณ์ลุกขึ้นนั่ง คว้าดาบเหล็กกล้าไว้แน่น เขามองไปยังปากถ้ำ เห็นเงาตะคุ่มๆ กำลังเคลื่อนไหว
“ใครน่ะ?” สุริยนธรณ์ถามเสียงดัง
“ออกมาเถอะ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น “เรารู้ว่าแกอยู่ที่นั่น”
สุริยนธรณ์กำดาบไว้แน่น เขาเดินไปที่ปากถ้ำ ชะโงกหน้าออกไปมอง
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกตะลึง
ชายสวมชุดเกราะสีดำสนิท ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหมวกเกราะ แต่ดวงตาสีแดงก่ำที่ลอดออกมาจากช่องหมวกเกราะนั้น บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คน
“เจ้าเป็นใคร?” สุริยนธรณ์ถามเสียงสั่น
ชายชุดเกราะสีดำไม่ตอบ เขาชักดาบยาวออกมาจากฝัก ดาบที่เปล่งแสงสีแดงฉาน
“ข้าคือทูตแห่งความตาย” ชายชุดเกราะสีดำกล่าว “และข้ามาเพื่อนำวิญญาณของเจ้าไป”
สิ้นเสียง ชายชุดเกราะสีดำก็พุ่งเข้าใส่สุริยนธรณ์อย่างรวดเร็ว ดาบยาวฟาดฟันลงมาด้วยความรุนแรง
สุริยนธรณ์ยกดาบขึ้นป้องกัน เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดาบของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“แกไม่รอดหรอก” ชายชุดเกราะสีดำกล่าว “แกแก่เกินไปที่จะสู้กับข้าแล้ว”
สุริยนธรณ์กัดฟันแน่น เขาไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้จนถึงที่สุด เขาจะปกป้องเด็กหญิงคนนี้
แต่ในขณะที่เขากำลังจะตอบโต้ ชายชุดเกราะสีดำก็หายวับไปกับตา
สุริยนธรณ์มองไปรอบๆ อย่างงุนงง เขาไม่รู้ว่าชายชุดเกราะสีดำหายไปไหน
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่แผ่นหลัง
เขาก้มลงมอง เห็นดาบยาวปักอยู่ที่แผ่นหลังของเขา เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมา
สุริยนธรณ์ทรุดลงกับพื้น ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาพยายามเงยหน้าขึ้นมอง แต่ทุกอย่างเริ่มพร่าเลือน
ชายชุดเกราะสีดำปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
“ลาก่อน” ชายชุดเกราะสีดำกล่าว
สุริยนธรณ์หลับตาลง ลมหายใจของเขาค่อยๆ แผ่วเบาลง
แต่ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กหญิง
“ลุง!”
สุริยนธรณ์พยายามลืมตาขึ้นมอง เขาเห็นเด็กหญิงวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยความตื่นตระหนก
“อย่า…” สุริยนธรณ์พยายามพูด แต่เสียงของเขาแผ่วเบาเกินกว่าจะได้ยิน
เด็กหญิงกอดร่างของสุริยนธรณ์ไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม
สุริยนธรณ์ยกมือขึ้น ลูบศีรษะของเด็กหญิงอย่างแผ่วเบา
“หนู…” สุริยนธรณ์พยายามพูดอีกครั้ง “หนูต้อง… รอด…”
สิ้นเสียง สุริยนธรณ์ก็สิ้นลมหายใจ
เด็กหญิงกรีดร้องออกมาด้วยความเสียใจ เธอสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว
แต่ทันใดนั้น ร่างของสุริยนธรณ์ก็ลุกขึ้นยืน
ดวงตาของเขาส่องแสงสีแดงก่ำ ผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำเหมือนเงามืด
“ข้าจะปกป้องเจ้า” สุริยนธรณ์กล่าวด้วยเสียงที่เปลี่ยนไป “ข้าจะล้างแค้นให้เจ้า”
จากนั้น สุริยนธรณ์ก็หันไปเผชิญหน้ากับชายชุดเกราะสีดำ
“ถึงเวลาแล้ว…” สุริยนธรณ์กล่าว “ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้”
ชายชุดเกราะสีดำหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“แกคิดว่าแกจะทำอะไรได้?” ชายชุดเกราะสีดำกล่าว “แกเป็นแค่ศพเดินได้”
“ข้าไม่ใช่ศพ” สุริยนธรณ์กล่าว “ข้าคือปีศาจ”
สุริยนธรณ์พุ่งเข้าใส่ชายชุดเกราะสีดำ ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง การต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของโลก
แต่สิ่งที่เด็กหญิงไม่รู้ก็คือ สุริยนธรณ์ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมานั้น ไม่ใช่สุริยนธรณ์คนเดิมอีกต่อไปแล้ว… เขาได้กลายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก
และในเงามืดที่ลึกล้ำกว่านั้น ยังมีบางสิ่งที่กำลังจับจ้องมองมาที่พวกเขา บางสิ่งที่กำลังรอคอยเวลาที่เหมาะสมที่จะปรากฏตัว
บางสิ่งที่กระหาย… มากกว่าเลือดเสียอีก