ปฐมบท: สายฟ้าลิขิต ชะตาเลือด

Chapter 1 — ปฐมบท: สายฟ้าลิขิต ชะตาเลือด

กลิ่นคาวเลือดคลุ้งฟุ้งทั่วลานประหาร แสงตะวันสีแดงฉานสาดส่องร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกตรึงอยู่บนแท่นไม้ เขาคือ 'วายุ' นามที่บิดามารดาตั้งให้ด้วยความหวังว่าจะเติบโตเป็นอิสระดุจสายลม แต่โชคชะตากลับเล่นตลก พัดพาเขามาสู่จุดจบอันน่าเศร้าแห่งนี้

วายุในวัยสิบห้าปี ผิวขาวผ่องราวหยก ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกลมพัดปลิวไสว แม้จะถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม มองไปยังฝูงชนเบื้องล่างด้วยสายตาที่ปราศจากความหวาดกลัว

“ไอ้เด็กปีศาจ! แกมันสมควรตาย!” เสียงตะโกนของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชน น้ำลายกระเด็นใส่ใบหน้าของวายุ แต่เขาก็เพียงแค่เบือนหน้าหนีอย่างเฉยเมย

“ฆ่ามัน! ฆ่ามันซะ! มันคือภัยพิบัติ!” เสียงของผู้คนดังระงม พวกเขาโกรธแค้น เกลียดชัง และหวาดกลัวในสิ่งที่วายุเป็น

วายุคือผู้สืบทอดสายเลือดของ 'ผู้ควบคุมสายฟ้า' ตระกูลนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยปกป้องแผ่นดินนี้จากเหล่าอสูร แต่เมื่อห้าปีก่อน บิดาของวายุถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ฆ่าล้างราชวงศ์ และใช้พลังสายฟ้าทำลายเมืองหลวง แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ด้วยอิทธิพลของขุนนางกลุ่มหนึ่ง ทำให้ตระกูลวายุถูกประหารสิ้น เหลือเพียงแต่วายุที่รอดชีวิตมาได้เพราะยังเป็นทารก

หลังจากเหตุการณ์นั้น วายุถูกเลี้ยงดูในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จนกระทั่งอายุสิบขวบ พลังสายฟ้าในตัวเขาก็เริ่มตื่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาไม่สามารถควบคุมมันได้ และมันก็แสดงออกมาในรูปแบบของพายุฝนฟ้าคะนองที่ทำลายหมู่บ้านไปหลายแห่ง ผู้คนจึงขนานนามเขาว่า 'เด็กปีศาจ' และเรียกร้องให้ประหารชีวิตเขา

วันนี้คือวันที่วายุจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาไม่ได้ก่อ เขาถูกตัดสินประหารด้วยการตัดหัว ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เพชฌฆาตในชุดคลุมสีดำเดินเข้ามาใกล้ ถือดาบใหญ่ในมือ แสงตะวันสะท้อนคมดาบเป็นประกายวาววับ วายุหลับตาลงอย่างสงบ รอคอยความตายที่จะมาถึง

“วายุ…” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในหัวของเขา มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย เสียงของบิดาที่จากไป

“จงอย่าสิ้นหวัง… จงอย่าท้อแท้… พลังที่อยู่ในตัวเจ้า… คือความหวังเดียวของพวกเรา…”

วายุลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีฟ้าอ่อน พลังสายฟ้าในตัวเขาสั่นสะท้านรุนแรง ราวกับต้องการจะระเบิดออกมา

“ข้าจะไม่ยอมแพ้…” วายุพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะล้างมลทินให้ตระกูล… และข้าจะแก้แค้นให้บิดา…”

เพชฌฆาตเงื้อดาบขึ้นสูง เตรียมที่จะฟาดฟันศีรษะของวายุให้ขาดออกจากร่าง แต่ในวินาทีนั้นเอง…

“เปรี้ยง!!!”

สายฟ้าสีขาวฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้า ผ่าลงมาบนแท่นประหารอย่างแม่นยำ แสงสว่างจ้าจนแสบตา ผู้คนกรีดร้องด้วยความตกใจ

เมื่อแสงสว่างจางหายไป ทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น วายุมิได้ถูกสายฟ้าเผาไหม้ แต่กลับยืนหยัดอยู่บนแท่นประหารอย่างสง่างาม ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยพลังสายฟ้าสีฟ้าอ่อน โซ่ตรวนที่พันธนาการเขาไว้ขาดกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ดวงตาของวายุเปล่งประกายสีฟ้าเจิดจ้า เขาจ้องมองไปยังฝูงชนเบื้องล่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความมุ่งมั่น

“พวกเจ้า… จะต้องชดใช้…” วายุกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “พวกเจ้า… จะต้องเสียใจที่ทำกับข้าและครอบครัวของข้า…”

จากนั้น วายุก็กระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้า หายลับไปในหมู่เมฆ ทิ้งไว้เพียงแต่ความหวาดกลัวและความสับสนให้กับผู้คนที่อยู่เบื้องล่าง

เรื่องราวของวายุเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ เรื่องราวของการแก้แค้น เรื่องราวของการผจญภัย และเรื่องราวของการค้นหาความจริง

ณ สถานที่อันห่างไกล บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปี มีสำนักบำเพ็ญเพียรแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ชื่อว่า 'สำนักเมฆาล่อง' เป็นสำนักที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการฝึกฝนพลังปราณและการควบคุมธาตุต่างๆ

ในห้องโถงใหญ่ของสำนัก เจ้าสำนักเมฆาล่อง 'ท่านอาจารย์หลง' กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ ดวงตาของเขาหลับสนิท แต่ก็ยังคงแผ่รังสีอำนาจออกมาอย่างน่าเกรงขาม

เบื้องหน้าของท่านอาจารย์หลง มีชายชราคนหนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่ เขาคือ 'ท่านผู้เฒ่าจาง' ผู้ดูแลหอคัมภีร์ของสำนัก

“ท่านอาจารย์…” ท่านผู้เฒ่าจางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้า… ข้ามีเรื่องสำคัญจะกราบเรียน…”

ท่านอาจารย์หลงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม

“ว่ามา…” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เมื่อครู่… ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง… พลังงานที่รุนแรงและแปลกประหลาด… มันมาจากทิศใต้…”

“ทิศใต้…” ท่านอาจารย์หลงทวนคำ “ทิศใต้คือ… อาณาจักรวายุ?”

“ใช่แล้วท่านอาจารย์…” ท่านผู้เฒ่าจางตอบ “พลังงานนั้น… ข้าคิดว่ามันคือ… พลังสายฟ้า…”

เมื่อได้ยินคำว่า 'พลังสายฟ้า' ดวงตาของท่านอาจารย์หลงก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“พลังสายฟ้า… เป็นไปไม่ได้…” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ “ตระกูลวายุ… ถูกกวาดล้างไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ?”

“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกันท่านอาจารย์…” ท่านผู้เฒ่าจางตอบ “แต่ข้ารู้สึกได้ว่าพลังงานนั้น… กำลังมุ่งหน้ามาทางสำนักของเรา…”

ท่านอาจารย์หลงลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังทิศใต้

“พายุ… กำลังจะมา…” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “พายุ… ที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง…”

หลายวันผ่านไป วายุเดินทางร่อนเร่ไปตามที่ต่างๆ เขาใช้พลังสายฟ้าของเขาเพื่อเอาชีวิตรอด และเพื่อฝึกฝนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เขาได้เรียนรู้ว่าพลังสายฟ้าของเขานั้นแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่เสถียร เขาไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ และมันก็มักจะระเบิดออกมาโดยไม่รู้ตัว

วันหนึ่ง วายุได้เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ชื่อว่า 'เมืองผิงอัน' เป็นเมืองที่เงียบสงบและสวยงาม ผู้คนในเมืองเป็นมิตรและมีน้ำใจ

วายุตัดสินใจที่จะพักอาศัยอยู่ในเมืองผิงอันสักระยะหนึ่ง เพื่อฝึกฝนพลังสายฟ้าของเขา และเพื่อพักผ่อนจากการเดินทางอันยาวนาน

เขาเช่าบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งที่อยู่ชานเมือง และเริ่มฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน

แต่ความสงบสุขของวายุก็อยู่ได้ไม่นาน…

คืนหนึ่ง ขณะที่วายุกำลังนั่งสมาธิฝึกฝนพลังสายฟ้าอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากในเมือง

วายุลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เขาเดินออกไปนอกบ้าน และมองไปยังทิศทางของเสียงกรีดร้อง

สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาต้องตกตะลึง…

เปลวไฟกำลังลุกไหม้ทั่วเมือง ผู้คนวิ่งหนีกันอลหม่าน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยควันดำ

และที่ใจกลางเมือง… มีอสูรกายตัวหนึ่งกำลังอาละวาด มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวหนังสีแดงฉาน ดวงตาสีเหลืองอำพัน และมีเขี้ยวแหลมคม

อสูรกายตัวนั้นกำลังทำลายบ้านเรือน ฆ่าผู้คน และกินเลือดเนื้อของพวกเขา

วายุรู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก เขาไม่สามารถทนเห็นภาพความโหดร้ายนี้ได้

“ข้าจะไม่ยอมให้แกทำร้ายผู้คนไปมากกว่านี้…” วายุพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะหยุดแกเอง…”

วายุรวบรวมพลังสายฟ้าในตัวของเขา และพุ่งตรงไปยังอสูรกายตัวนั้น

การต่อสู้ระหว่างวายุและอสูรกายเริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันจะเป็นการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของวายุไปตลอดกาล

แต่สิ่งที่วายุไม่รู้ก็คือ… อสูรกายตัวนั้น… ไม่ใช่อสูรกายธรรมดา… มันเป็น… อสูรระดับสูง… ที่ถูกส่งมาเพื่อ… กำจัดเขาโดยเฉพาะ…

และเบื้องหลังของการโจมตีเมืองผิงอันในครั้งนี้… มีเงาของใครบางคน… กำลังซ่อนตัวอยู่… คอยบงการทุกอย่าง…

ใครคนนั้น… คือใครกันแน่… และเขาต้องการอะไรจากวายุ…