หยาดน้ำตาบนรอยไหม

Chapter 1 — หยาดน้ำตาบนรอยไหม

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังเสียดแทงทะลุโสตประสาทของไหมแก้ว ราวกับมีดแหลมคมกรีดลึกลงไปในหัวใจของเธอ น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบแก้มเมื่อภาพตรงหน้าฉายชัดขึ้นทุกที ชายคนที่เธอรักสุดหัวใจกำลังคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงอีกคน พร้อมกับแหวนเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายวาววับภายใต้แสงไฟระย้าของโรงแรมหรู

“แต่งงานกับผมนะ อรณิชา” เสียงทุ้มนุ่มของธรรศดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของไหมแก้วราวกับเสียงฟ้าผ่า

ไหมแก้ว… อรณิชา… ช่างเป็นชื่อที่คล้องจองกันเสียจริง แต่ความหมายกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ไหมแก้วคือเส้นใยที่บอบบาง เปราะหักง่าย ส่วนอรณิชาคือผืนผ้าที่สวยงาม เลอค่า และแข็งแรงพอที่จะปกป้องใครบางคนได้

เธอมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร? ไหมแก้วจำไม่ได้ รู้เพียงแต่ว่าขาของเธอพามาเองโดยอัตโนมัติ ราวกับถูกใครบางคนชักใยอยู่เบื้องหลัง เธอควรจะมีความสุขไม่ใช่หรือ? ในวันที่คนที่เธอรักกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทำไมความรู้สึกของเธอมันถึงได้เจ็บปวดรวดร้าวราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย

ไหมแก้วและธรรศรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งความรู้สึกดีๆ ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อยๆ จนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้ง ทั้งสองคนคบกันมานานกว่า 5 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันมากมาย ไหมแก้วคิดเสมอว่าธรรศคือคนที่ใช่ คนที่เธอจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกัน แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลงในพริบตา

อรณิชา… ลูกสาวคนเดียวของท่านรัฐมนตรีชื่อดัง ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปทุกสิ่ง ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะ และชาติตระกูล อรณิชาเข้ามาในชีวิตของธรรศเมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ในฐานะลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่ธรรศทำงานอยู่ ไหมแก้วสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของธรรศได้ตั้งแต่ตอนนั้น แต่เธอเลือกที่จะมองข้ามมันไป เพราะเธอเชื่อใจในความรักที่เธอมีให้กับธรรศ

แต่แล้ววันนี้ เธอก็ได้รู้ว่าความเชื่อใจของเธอมันช่างไร้ค่าสิ้นดี

น้ำตาของไหมแก้วไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ราวกับแก้วที่ถูกทุบจนแหลกละเอียด

“ทำไม… ทำไมถึงเป็นแบบนี้” ไหมแก้วพึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมธรรศถึงทำกับเธอแบบนี้ เธอทำอะไรผิดหรือ? หรือว่าความรักของเธอไม่ดีพอสำหรับเขา

ในขณะที่ไหมแก้วกำลังจมอยู่กับความเศร้าโศกเสียใจ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงชื่อของ “แม่” ไหมแก้วสูดหายใจลึกๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนที่จะกดรับสาย

“ว่าไงคะแม่” ไหมแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ไหมแก้วลูก แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” เสียงของแม่ฟังดูเคร่งเครียด

“มีอะไรเหรอคะแม่” ไหมแก้วถามด้วยความเป็นห่วง

“พ่อของลูก… พ่อของลูกเสียแล้ว”

คำพูดของแม่ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของไหมแก้ว เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว น้ำตาที่เหือดแห้งไปเมื่อครู่ไหลกลับออกมาอีกครั้งอย่างมากมาย เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะพบเจอกับเรื่องเลวร้ายมากมายขนาดนี้ในเวลาเดียวกัน

“แม่คะ… หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ไหมแก้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนที่จะตัดสายทิ้ง แล้วลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล เธอต้องเข้มแข็ง เธอต้องไปหาแม่ เธอต้องจัดการกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไปจากตรงนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนหลบอยู่ตรงมุมเสา ไหมแก้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆ

เมื่อเธอเห็นหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไหมแก้วก็ถึงกับตกตะลึง

“คุณ…” ไหมแก้วอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอคือ “คุณหญิงนฤมล” ผู้เป็นแม่ของธรรศนั่นเอง

คุณหญิงนฤมลเป็นผู้หญิงที่สง่างามและมีเสน่ห์ แม้ว่าอายุจะล่วงเลยมามากแล้วก็ตาม เธอเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมชั้นสูง และเป็นคนที่ไหมแก้วเคารพรักเหมือนแม่คนหนึ่ง

“ไหมแก้ว” คุณหญิงนฤมลเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“คุณหญิงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” ไหมแก้วถามด้วยความสงสัย

“ฉัน… ฉันมาเห็นทุกอย่าง” คุณหญิงนฤมลตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

ไหมแก้วเงียบไป เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอไม่กล้าที่จะสบตาคุณหญิงนฤมล เพราะเธอรู้สึกละอายใจที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ต่อหน้าแม่ของธรรศ

“ฉันขอโทษนะไหมแก้ว ที่ลูกชายของฉันทำกับเธอแบบนี้” คุณหญิงนฤมลพูดพร้อมกับจับมือของไหมแก้วเอาไว้

“ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง” ไหมแก้วตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ธรรศเขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่” คุณหญิงนฤมลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“…” ไหมแก้วไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่ก้มหน้าลง

“ไหมแก้ว เธอเป็นเด็กดี เธอเป็นคนเก่ง และเธอเป็นคนที่ธรรศรักมากที่สุด” คุณหญิงนฤมลพูดต่อ

“…”

“ฉันรู้ว่าเธอเสียใจมาก แต่ฉันอยากให้เธอเข้มแข็ง”

“…”

“ฉันอยากให้เธอพิสูจน์ให้ธรรศเห็นว่าเขาคิดผิด”

ไหมแก้วเงยหน้าขึ้นมองคุณหญิงนฤมลด้วยความสงสัย

“พิสูจน์ยังไงคะ” ไหมแก้วถาม

“พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเธอไม่ได้อ่อนแออย่างที่เขาคิด พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเธอสามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่าเขา และพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเธอสามารถมีความสุขได้โดยไม่มีเขา” คุณหญิงนฤมลตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ไหมแก้วมองคุณหญิงนฤมลอย่างพิจารณา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหญิงนฤมลถึงพูดแบบนี้ แต่เธอรู้สึกได้ถึงความหวังบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ

“คุณหญิงหมายความว่ายังไงคะ” ไหมแก้วถามอีกครั้ง

“ฉันหมายความว่า ฉันจะช่วยเธอ” คุณหญิงนฤมลตอบด้วยรอยยิ้ม

“ช่วยหนู?” ไหมแก้วถามด้วยความประหลาดใจ

“ใช่ ฉันจะช่วยเธอแก้แค้น”

คำพูดของคุณหญิงนฤมลทำให้ไหมแก้วถึงกับอึ้ง เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคุณหญิงนฤมลจะพูดคำว่า “แก้แค้น” ออกมา

“แก้แค้น… ใครคะ” ไหมแก้วถามด้วยความสับสน

“แก้แค้นธรรศ แก้แค้นอรณิชา และแก้แค้นทุกคนที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวด” คุณหญิงนฤมลตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ไหมแก้วจ้องมองคุณหญิงนฤมลอย่างไม่วางตา เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดของคุณหญิงนฤมลดีหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในตัวของเธอ

“ทำไมคุณหญิงถึงอยากช่วยหนูคะ” ไหมแก้วถาม

“เพราะฉันไม่ชอบอรณิชา” คุณหญิงนฤมลตอบอย่างตรงไปตรงมา

“…”

“ฉันไม่เคยเห็นด้วยที่ธรรศจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”

“…”

“อรณิชาไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับธรรศ”

“…”

“และที่สำคัญที่สุด ฉันไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายคนที่ฉันรัก”

คำพูดของคุณหญิงนฤมลทำให้ไหมแก้วรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยคิดเลยว่าคุณหญิงนฤมลจะรักและเอ็นดูเธอมากขนาดนี้

“แล้วคุณหญิงจะช่วยหนูยังไงคะ” ไหมแก้วถาม

“ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ” คุณหญิงนฤมลตอบ

“ทุกอย่างเลยเหรอคะ”

“ใช่ ทุกอย่าง… ทั้งเงินทอง อำนาจ และข้อมูล”

ไหมแก้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบตกลงหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่เธอจะสามารถแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายเธอได้

“หนู…” ไหมแก้วลังเล

“ตัดสินใจดีๆ นะไหมแก้ว โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ” คุณหญิงนฤมลพูดด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

ไหมแก้วหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาที่แข็งกร้าว

“ตกลงค่ะคุณหญิง หนูจะแก้แค้น”

คุณหญิงนฤมลยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนที่จะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ไหมแก้ว

“นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่เธอต้องการ” คุณหญิงนฤมลพูด

ไหมแก้วรับซองเอกสารมาถือไว้แน่น เธอรู้สึกถึงพลังอำนาจที่อยู่ในมือของเธอ เธอรู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ขอบคุณค่ะคุณหญิง” ไหมแก้วพูด

“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกไหมแก้ว เธอต่างหากที่จะต้องขอบคุณตัวเอง” คุณหญิงนฤมลตอบ

หลังจากนั้น คุณหญิงนฤมลก็เดินออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้ไหมแก้วยืนอยู่คนเดียวกับซองเอกสารในมือ

ไหมแก้วมองตามหลังคุณหญิงนฤมลไปจนลับสายตา ก่อนที่จะเปิดซองเอกสารออกดู

ในซองเอกสารมีรูปถ่ายของอรณิชา และข้อมูลส่วนตัวของเธออย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประวัติครอบครัว และข้อมูลทางการเงิน

ไหมแก้วอ่านข้อมูลเหล่านั้นอย่างละเอียด เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังกลายเป็นคนใหม่ คนที่ไม่ใช่ไหมแก้วคนเดิมอีกต่อไป

เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีก เธอจะแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายเธอ และเธอจะทำให้ทุกคนเสียใจที่เคยดูถูกเธอ

ไหมแก้วกำซองเอกสารไว้แน่น เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

“ฉันจะทำให้พวกแกเสียใจ” ไหมแก้วพึมพำกับตัวเอง

และในขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของไหมแก้วก็ดังขึ้นอีกครั้ง หน้าจอแสดงชื่อของ “ธรรศ”

ไหมแก้วมองชื่อของธรรศด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรัก ทั้งเกลียด ทั้งแค้น

เธอควรจะรับสายหรือไม่? เธอควรจะพูดอะไรกับเขา?

ไหมแก้วสูดหายใจลึกๆ ก่อนที่จะตัดสินใจกดรับสาย

“ไหมแก้ว…” เสียงของธรรศฟังดูอ่อนล้า

“…” ไหมแก้วไม่ได้ตอบอะไร

“ไหมแก้ว ผมขอโทษ” ธรรศพูด

“…”

“ผมรู้ว่าผมทำผิด”

“…”

“ผม…”

“คุณไม่มีอะไรต้องพูดกับฉันอีกแล้ว” ไหมแก้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่จะตัดสายทิ้ง

ไหมแก้วปิดเครื่องโทรศัพท์ แล้วโยนมันทิ้งลงพื้นอย่างแรง

“จบแล้ว… ทุกอย่างจบแล้ว” ไหมแก้วพูดกับตัวเอง

แต่ในขณะที่ไหมแก้วกำลังจะเดินออกไปจากตรงนั้น เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านหลัง

“ไหมแก้ว…” เสียงนั้นคุ้นหู

ไหมแก้วหันกลับไปมองตามเสียงนั้น

และสิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้เธอตกตะลึงจนพูดไม่ออก

“พ่อ…” ไหมแก้วอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเธอไม่ใช่พ่อของเธออย่างที่เธอรู้จัก

ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอคือชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น และแววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“แก… แกเป็นใคร” ไหมแก้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ชายคนนั้นไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่จ้องมองไหมแก้วด้วยสายตาที่น่ากลัว

“แก… แกต้องการอะไร” ไหมแก้วถามอีกครั้ง

ชายคนนั้นยังคงเงียบ

“ถ้าแกไม่พูด ฉันจะ…”

ก่อนที่ไหมแก้วจะพูดจบ ชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

ไหมแก้วกรีดร้องออกมาสุดเสียง ก่อนที่จะหมดสติไป

เมื่อไหมแก้วรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ในห้องมืดๆ แห่งหนึ่ง

“ที่นี่… ที่ไหน” ไหมแก้วพึมพำกับตัวเอง

และในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา

“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

ไหมแก้วเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น

และสิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง… ไหมแก้ว” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ

และในรอยยิ้มนั้น ไหมแก้วเห็นแต่ความตาย…