พันธนาการรัก บัลลังก์มาเฟีย

Chapter 1 — พันธนาการรัก บัลลังก์มาเฟีย

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วคฤหาสน์หรูราวกับนรกบนดิน น้ำตาของ 'ลลิตา' ไหลอาบแก้มเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจกำลังคุกเข่าขอผู้หญิงคนอื่นแต่งงาน!

“ไม่จริง… มันต้องไม่จริง!” เธอพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจราวกับถูกบีบแหลกละเอียด ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์ส่องประกายวาววับบนแหวนเพชรเม็ดงามที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของ 'ณิชชา' หญิงสาวผู้โชคดีที่กำลังยิ้มหวานให้กับ 'คริส' ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของหัวใจของลลิตา

คริส... คริสเตียน มาร์คอฟ หนุ่มลูกครึ่งไทย-รัสเซีย ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร รูปร่างสูงสง่า และทรัพย์สมบัติมหาศาล เขาคือ CEO หนุ่มไฟแรงแห่ง 'มาร์คอฟ กรุ๊ป' กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และที่สำคัญ... เขาคือคนที่ลลิตารักหมดหัวใจ

ทั้งสองพบกันเมื่อสามปีก่อนในงานเลี้ยงการกุศลแห่งหนึ่ง ลลิตาในวัย 20 ปี เป็นเพียงนักศึกษาปีสองที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานพาร์ทไทม์ ส่วนคริสคือหนุ่มนักธุรกิจที่กำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต

ความสวยใสไร้เดียงสาของลลิตาทำให้คริสตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เขาตามจีบเธออย่างหนักหน่วง และในที่สุดลลิตาก็ใจอ่อนยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทั้งสองใช้ชีวิตราวกับอยู่ในเทพนิยาย คริสดูแลลลิตาเป็นอย่างดี เขาพาเธอไปเที่ยวในที่สวยงามต่างๆ ทั่วโลก ซื้อของขวัญราคาแพงให้เธอ และมอบความรักให้เธออย่างเต็มที่

ลลิตาเชื่อเสมอว่าคริสคือรักแท้ของเธอ เธอวางแผนอนาคตร่วมกับเขา และฝันถึงวันที่ทั้งสองจะได้แต่งงานกัน

แต่แล้ววันนี้... ความฝันของเธอก็พังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า

“คริสคะ…” ณิชชาเอ่ยเสียงหวาน “ฉันตอบตกลงค่ะ”

เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วห้อง ลลิตายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย

คริสลุกขึ้นยืนและสวมกอดณิชชาอย่างแนบแน่น เขาจูบเธออย่างดูดดื่มต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย รวมถึงลลิตา

น้ำตาของลลิตาไหลพราก เธอไม่สามารถทนเห็นภาพบาดตาบาดใจนี้ได้อีกต่อไป เธอหันหลังวิ่งหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงด้วยความเร็ว

เธอวิ่งไปตามทางเดินยาวอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง

“ทำไม… ทำไมต้องเป็นแบบนี้?” เธอถามตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทำไมคริสถึงทำกับฉันแบบนี้?”

เธอวิ่งออกมาจากคฤหาสน์และขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่หน้าประตู เธอสั่งให้คนขับรถพาเธอไปยังคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่พักของเธอ

เมื่อถึงคอนโด ลลิตารีบขึ้นไปยังห้องของเธอและปิดประตูลงกลอน เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นและปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร

เธอร้องไห้จนหมดแรง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคริสถึงทิ้งเธอไป เขาไม่เคยบอกเธอเลยว่าเขากำลังคบอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

หรือว่า… ที่ผ่านมาทั้งหมดเขาแค่หลอกเธอ?

ลลิตาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดโทรหาคริส เธออยากจะถามเขาให้รู้เรื่อง เธออยากจะรู้ว่าทำไมเขาถึงทำกับเธอแบบนี้

แต่คริสไม่รับสายของเธอ เธอโทรไปหลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครรับ

ในที่สุดลลิตาก็หมดความอดทน เธอโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบนพื้นด้วยความโกรธ

“ฉันเกลียดคุณ!” เธอตะโกนออกมาสุดเสียง “ฉันเกลียดคุณ คริส!”

หลังจากระบายความโกรธออกมาจนหมด ลลิตาก็เริ่มคิดถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น เธอเริ่มมองเห็นความผิดปกติบางอย่างที่เธอเคยมองข้ามไป

คริสมักจะหายตัวไปบ่อยๆ โดยให้เหตุผลว่าเขามีงานด่วนที่ต้องสะสาง เขามักจะปฏิเสธที่จะพาเธอไปพบกับเพื่อนหรือครอบครัวของเขา และเขามักจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องอนาคตของทั้งสองคน

ตอนนี้ลลิตาเข้าใจแล้วว่าทำไมคริสถึงทำแบบนั้น เขาไม่เคยรักเธอเลย เขาแค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือในการบำบัดความเหงาเท่านั้น

ลลิตาตัดสินใจที่จะลืมคริสให้ได้ เธอจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายเธออีกต่อไป เธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่และสร้างอนาคตของตัวเอง

แต่ทว่า… เธอจะทำได้อย่างไร ในเมื่อเธอยังรักเขาอยู่?

เช้าวันรุ่งขึ้น ลลิตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เธอรู้สึกเข้มแข็งขึ้นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริง

เธอตัดสินใจที่จะไปพบกับคริสที่บริษัทของเขา เธอต้องการที่จะคุยกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย และเธอต้องการที่จะรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเขาถึงทิ้งเธอไป

เมื่อเธอไปถึง มาร์คอฟ กรุ๊ป เธอก็พบว่าคริสกำลังรอเธออยู่แล้ว เขาพาเธอไปยังห้องทำงานของเขาและเชิญเธอนั่งลง

“มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ ลลิตา?” คริสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ลลิตาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคริส เธอพยายามที่จะหาความรักหรือความเห็นใจจากเขา แต่เธอก็ไม่พบอะไรเลย

“ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับฉัน?” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทำไมคุณถึงทิ้งฉันไป?”

คริสถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “ผมไม่เคยรักคุณเลย ลลิตา” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา “ผมแค่ใช้คุณเป็นเครื่องมือในการบำบัดความเหงาเท่านั้น”

คำพูดของคริสแทงลึกเข้าไปในหัวใจของลลิตา เธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

“แล้วทำไมคุณถึงต้องหลอกฉัน?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ “ทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรกว่าคุณไม่ได้รักฉัน?”

“เพราะว่าผมสนุกกับการได้เห็นคุณรักผม” คริสตอบด้วยรอยยิ้มเยาะ “ผมสนุกกับการได้เห็นคุณทุ่มเททุกอย่างเพื่อผม”

ลลิตาไม่สามารถทนฟังคำพูดของคริสได้อีกต่อไป เธอเงื้อมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรง

“คุณมันเลว!” เธอตะโกนใส่หน้าเขา “คุณมันเป็นคนที่เลวที่สุดที่ฉันเคยเจอมา!”

คริสยกมือขึ้นลูบแก้มของเขา “ผมรู้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่สะทกสะท้าน “แต่คุณก็ยังรักผมอยู่ดี ใช่ไหม?”

ลลิตาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคริส เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเธอยังรักเขาอยู่ แต่เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถอยู่กับเขาได้อีกต่อไป

“ฉันเกลียดคุณ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “ฉันเกลียดคุณมากที่สุด”

เธอหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของคริส เธอไม่ต้องการที่จะเห็นหน้าเขาอีกต่อไป

แต่ก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตู คริสก็พูดขึ้นมาว่า “คุณไม่มีทางหนีพ้นผมได้หรอก ลลิตา”

ลลิตาหยุดชะงัก เธอหันกลับมามองคริสด้วยความสงสัย

“ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้น?” เธอถาม

“เพราะว่าคุณเป็นของผม” คริสตอบด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก “และผมจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งคุณไปจากผม”

ทันใดนั้นเอง ชายชุดดำสองคนก็เดินเข้ามาในห้องทำงานและยืนขนาบข้างคริส

“พาตัวเธอไป” คริสสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และอย่าให้เธอหนีไปได้”

ลลิตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามที่จะวิ่งหนี แต่ก็ถูกชายชุดดำทั้งสองคนจับตัวเอาไว้ได้

“ปล่อยฉันนะ!” เธอร้องตะโกน “ปล่อยฉันไป!”

แต่ไม่มีใครฟังเธอ ชายชุดดำทั้งสองคนลากตัวเธอออกจากห้องทำงานและพาเธอไปยังรถตู้สีดำที่จอดรออยู่หน้าบริษัท

ลลิตาถูกยัดเข้าไปในรถตู้และถูกมัดมือมัดเท้า เธอพยายามที่จะดิ้นรน แต่ก็ไม่เป็นผล

รถตู้เคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็ว ลลิตาไม่รู้ว่าพวกเขากำลังพาเธอไปที่ไหน แต่เธอรู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

“คริส…” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “คุณจะทำอะไรฉันกันแน่?”