เสียงกระซิบจากห้วงเหวลึก

Chapter 1 — เสียงกระซิบจากห้วงเหวลึก

กลิ่นคาวเลือดคลุ้งจมูก ปลายดาบเย็นเยียบจ่ออยู่ที่ลำคอ ข้าหลับตาปี๋ รอความตายที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อวานข้ายังนั่งกินข้าวแกงอยู่หน้าปากซอยแท้ๆ

ข้าชื่อ ธีธัช หรือเรียกสั้นๆ ว่า ธี ก็ได้ ชีวิตของข้าก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป เรียนจบมาก็ทำงานบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่ง ชีวิตวนเวียนอยู่กับการตอกบัตร เข้างาน เลิกงาน กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ไปวันๆ จนกระทั่งเมื่อวาน…

เมื่อวานหลังจากเลิกงาน ข้าเดินกลับห้องพักตามปกติ ระหว่างทางข้าแวะซื้อข้าวแกงร้านประจำหน้าปากซอยเหมือนเช่นเคย วันนั้นมีเมนูโปรดของข้าคือแกงเขียวหวานไก่ ข้าไม่รอช้ารีบสั่งข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ทันที

“ป้าครับ ข้าวราดแกงเขียวหวานไก่หนึ่งจานครับ” ข้าบอกป้าคนขาย

“จ้า รอแป๊บนึงนะ” ป้าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงใจดี

ระหว่างที่รอ ป้าก็ชวนข้าคุยเหมือนเช่นเคย ป้าถามถึงเรื่องงาน เรื่องชีวิตประจำวันของข้า ข้าก็ตอบไปตามความจริง

“ช่วงนี้ดูหน้าตาไม่ค่อยสดใสเลยนะธี งานหนักเหรอ?” ป้าถามด้วยความเป็นห่วง

“ก็เรื่อยๆ ครับป้า งานก็เหมือนเดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ข้าตอบพร้อมกับยิ้มแหยๆ

“ชีวิตคนเราก็แบบนี้แหละธี มีขึ้นมีลง อย่าไปคิดมาก ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ” ป้าให้กำลังใจข้า

ข้ารับข้าวแกงจากป้า จ่ายเงิน แล้วเดินกลับห้องพัก ระหว่างทางข้าก็คิดถึงคำพูดของป้า ชีวิตของข้ามันน่าเบื่อจริงๆ หรือเปล่า? ข้าไม่เคยมีความฝัน ไม่เคยมีเป้าหมายในชีวิต ข้าแค่ใช้ชีวิตไปวันๆ เท่านั้นเอง

พอกลับถึงห้อง ข้าก็เปิดทีวีดูข่าวสารบ้านเมืองไปพลาง กินข้าวไปพลาง ข่าวก็มีแต่เรื่องเดิมๆ การเมือง เศรษฐกิจ อาชญากรรม ไม่มีอะไรน่าสนใจ ข้ากินข้าวเสร็จก็ล้างจาน อาบน้ำ แล้วเข้านอน

แต่คืนนั้นเอง ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล…

ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะรู้สึกเหมือนมีใครกำลังเรียกชื่อข้า ข้าลืมตาขึ้นมามองรอบๆ ห้อง แต่ก็ไม่เห็นมีใคร ข้าคิดว่าข้าคงจะฝันไป แต่เสียงเรียกชื่อข้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ธี… ธี…” เสียงนั้นแผ่วเบา แต่ข้าก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน

ข้ารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว ข้าตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปเปิดไฟ แต่ไฟในห้องกลับไม่ติด ข้ารู้สึกใจคอไม่ดี ข้าพยายามควานหาโทรศัพท์มือถือ แต่ก็หาไม่เจอ

“ใครน่ะ? ใครเรียกชื่อผม?” ข้าถามออกไปในความมืด

“ธี… มาหาข้า…” เสียงนั้นตอบกลับมา

“คุณเป็นใคร? คุณอยู่ที่ไหน?” ข้าถามด้วยความกลัว

“ข้าอยู่ที่นี่… มาหาข้าสิ…” เสียงนั้นบอก

ทันใดนั้นเอง พื้นห้องของข้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ข้ารู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลกำลังดึงข้าลงไปข้างล่าง ข้าพยายามคว้าจับสิ่งของต่างๆ ในห้อง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงดึงดูดนั้นได้

“ช่วยด้วย! ช่วยผมด้วย!” ข้าร้องตะโกนสุดเสียง

แต่ก็ไม่มีใครได้ยินข้า พื้นห้องของข้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ข้าร่วงลงไปในความมืดมิด…

และตอนนี้ ข้าก็อยู่ที่นี่ ที่ไหนก็ไม่รู้ ที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด และมีดาบจ่ออยู่ที่ลำคอของข้า

ข้าค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังคนที่ถือดาบจ่ออยู่ที่คอของข้า เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่ สวมชุดเกราะสีดำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ดวงตาของเขาแดงก่ำเหมือนสีเลือด เขามองข้าด้วยสายตาที่เย็นชา

“เจ้าเป็นใคร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียม

“ผม… ผมชื่อธีธัช” ข้าตอบด้วยเสียงสั่นเครือ

“ธีธัช? ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เจ้าเข้ามาในเขตแดนของข้าได้อย่างไร?” เขาถามต่อ

“ผม… ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อคืนผมยังอยู่ที่ห้องพักของผมอยู่เลย” ข้าตอบ

“โกหก! ไม่มีใครสามารถเข้ามาในเขตแดนของข้าได้โดยที่ข้าไม่รู้ตัว เว้นแต่…” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “เจ้าเป็นผู้ถูกเลือก!”

“ผู้ถูกเลือก? หมายความว่ายังไง?” ข้าถามด้วยความสงสัย

“ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังทีหลัง ตอนนี้ข้ามีเรื่องที่ต้องจัดการมากกว่า” เขาพูดจบก็ผลักข้าล้มลงกับพื้น

ข้าลุกขึ้นยืน มองไปรอบๆ ตัว ที่นี่เป็นเหมือนลานประหาร มีร่างของคนที่ถูกฆ่าตายมากมายนอนจมกองเลือดอยู่ ข้ารู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมา

“พวกมันคือใคร?” ข้าถาม

“พวกมันคือศัตรูของข้า พวกมันต้องการจะยึดครองดินแดนของข้า” เขาตอบ

“แล้วคุณล่ะ? คุณเป็นใคร?” ข้าถามต่อ

“ข้าคือ อารัณ ผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้” เขาตอบ

อารัณ… ชื่อนี้ฟังดูคุ้นหู แต่ข้าจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินจากที่ไหน

“ธีธัช เจ้าจงฟังข้าให้ดี ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า” อารัณพูด

“ช่วยเหลือ? ผมจะช่วยอะไรคุณได้? ผมเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง” ข้าตอบ

“เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา เจ้าคือผู้ถูกเลือก เจ้ามีพลังที่ซ่อนอยู่ในตัว ข้าจะช่วยปลดปล่อยพลังนั้นออกมา” อารัณบอก

“พลัง? ผมไม่เข้าใจ” ข้าสับสนไปหมดแล้ว

“ไม่มีเวลาแล้ว พวกมันกำลังมา” อารัณพูดพร้อมกับชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง

ข้าหันไปมองตามที่อารัณชี้ ก็เห็นกองทัพขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนพลเข้ามา พวกมันมีรูปร่างหน้าตาประหลาด บางตัวก็มีเขา บางตัวก็มีปีก บางตัวก็มีหาง พวกมันดูน่ากลัวและดุร้าย

“พวกมันคืออะไร?” ข้าถามด้วยความกลัว

“พวกมันคือปีศาจ พวกมันต้องการจะทำลายทุกสิ่ง” อารัณตอบ

“แล้วเราจะทำยังไง?” ข้าถาม

“เราจะสู้! เราจะปกป้องดินแดนของเรา!” อารัณตะโกนก้อง

อารัณหยิบดาบขึ้นมา แล้วพุ่งเข้าใส่กองทัพปีศาจอย่างรวดเร็ว ข้าเห็นอารัณฟาดฟันดาบใส่พวกปีศาจอย่างไม่ยั้ง พวกปีศาจล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่พวกมันก็ยังมีจำนวนมากกว่าพวกเรามากนัก

“ธีธัช เจ้าไม่ต้องกลัว จงเชื่อมั่นในพลังของเจ้า” อารัณตะโกนบอกข้า

ข้าหลับตาลง ทำสมาธิ พยายามรวบรวมสติ พยายามนึกถึงคำพูดของอารัณ “เจ้ามีพลังที่ซ่อนอยู่ในตัว”

ทันใดนั้นเอง ข้ารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในร่างกายของข้า พลังงานนั้นร้อนแรงและทรงพลัง ข้ารู้สึกเหมือนข้าสามารถทำอะไรก็ได้ ข้ารู้สึกเหมือนข้าเป็นอมตะ

ข้าลืมตาขึ้น มองไปยังกองทัพปีศาจ ข้ายกมือขึ้น แล้วร่ายเวทมนตร์บทหนึ่งที่ข้าไม่เคยเรียนรู้มาก่อน

“จงมอดไหม้ไปเสีย!” ข้าตะโกน

ทันใดนั้นเอง เปลวไฟสีขาวบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาจากมือของข้า เปลวไฟนั้นพุ่งเข้าใส่กองทัพปีศาจ เผาผลาญพวกมันให้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

พวกปีศาจที่เหลืออยู่ต่างพากันหวาดกลัว ถอยร่นหนีไปคนละทิศละทาง

อารัณหันมามองข้าด้วยความตกตะลึง

“เจ้า… เจ้าทำได้อย่างไร?” เขาถาม

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ข้าตอบ

“เจ้ามีพลังมากกว่าที่ข้าคิด” อารัณพูด

“แล้วเราจะทำยังไงต่อไป?” ข้าถาม

“เราจะเดินทางไปยังเมืองหลวง เราจะรวบรวมผู้คน เราจะสร้างกองทัพ เราจะต่อสู้กับพวกปีศาจ” อารัณตอบ

“แล้วเราจะไปกันยังไง?” ข้าถาม

“เราจะขี่ม้า” อารัณตอบ

อารัณเดินไปที่คอกม้า แล้วจูงม้าออกมาสองตัว ตัวหนึ่งเป็นม้าสีดำสนิท อีกตัวหนึ่งเป็นม้าสีขาวบริสุทธิ์

“เจ้าเลือกเอาว่าจะขี่ตัวไหน” อารัณบอก

ข้าเดินเข้าไปใกล้ม้าทั้งสองตัว มองดูพวกมันอย่างพิจารณา ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้ารู้สึกผูกพันกับม้าสีขาวเป็นพิเศษ ข้าตัดสินใจเลือกม้าสีขาว

“ผมขี่ตัวสีขาวครับ” ข้าบอก

“ดีแล้ว ม้าตัวนี้ชื่อว่า ไวท์ไลท์ มันเป็นม้าที่เร็วที่สุดในดินแดนแห่งนี้” อารัณบอก

ข้าขึ้นขี่ม้าไวท์ไลท์ อารัณขึ้นขี่ม้าสีดำ แล้วเราก็ออกเดินทางไปยังเมืองหลวง

ระหว่างทางเราได้พบกับผู้คนมากมาย บางคนก็เป็นมิตร บางคนก็เป็นศัตรู เราต้องต่อสู้กับพวกปีศาจและสัตว์ร้ายต่างๆ มากมาย แต่เราก็สามารถเอาชนะพวกมันได้ทุกครั้ง

ข้าเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของข้า ข้าเริ่มเข้าใจถึงเวทมนตร์ต่างๆ ข้าเริ่มกลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง

แต่แล้ววันหนึ่ง เราก็มาถึงหน้าประตูเมืองหลวง แต่สิ่งที่รอเราอยู่ไม่ใช่การต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่เป็นการโจมตีอย่างสายฟ้าแลบ กองทัพปีศาจจำนวนมหาศาลกำลังรอเราอยู่ที่หน้าประตูเมือง

“พวกมันรู้ว่าเราจะมา” อารัณพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“แล้วเราจะทำยังไง?” ข้าถาม

“เราจะสู้! เราจะเปิดประตูเมือง! เราจะเข้าไปข้างใน!” อารัณตะโกน

อารัณพุ่งเข้าใส่กองทัพปีศาจอย่างบ้าคลั่ง ข้าตามอารัณเข้าไปติดๆ เราฟาดฟันดาบใส่พวกปีศาจอย่างไม่ยั้ง พวกปีศาจล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่พวกมันก็ยังมีจำนวนมากกว่าพวกเรามากนัก

ทันใดนั้นเอง ปีศาจตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาโจมตีข้าจากด้านหลัง ข้าไม่ทันได้ตั้งตัว มันกัดเข้าที่แขนของข้าอย่างแรง

“อ๊าก!” ข้าร้องด้วยความเจ็บปวด

พิษร้ายแรงจากคมเขี้ยวของปีศาจแล่นเข้าสู่ร่างกายของข้าอย่างรวดเร็ว ข้ารู้สึกชาไปทั้งตัว ข้าเริ่มมองเห็นภาพต่างๆ เบลอๆ

“ธีธัช!” อารัณร้องเรียกชื่อข้า

อารัณรีบเข้ามาช่วยข้า เขาฟาดดาบใส่ปีศาจตัวนั้นจนตาย แต่ก็สายเกินไปแล้ว พิษร้ายแรงได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายของข้าแล้ว

ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย ข้าล้มลงกับพื้น มองเห็นอารัณกำลังคุกเข่าลงข้างๆ ข้าด้วยความเป็นห่วง

“ธีธัช เจ้าต้องไม่เป็นอะไร เจ้าต้องรอด” อารัณพูด

“ผม… ผมคงไม่รอดแล้ว” ข้าตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

“ไม่! เจ้าต้องรอด ข้าจะช่วยเจ้า” อารัณบอก

อารัณร่ายเวทมนตร์บทหนึ่ง แล้วแตะมือของเขาลงบนหน้าผากของข้า ข้ารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเข้ามาในร่างกายของข้า พลังงานนั้นช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของข้าลงได้บ้าง

“ข้าจะถ่ายทอดพลังชีวิตของข้าให้กับเจ้า เจ้าต้องรอด เจ้าต้องปกป้องดินแดนแห่งนี้” อารัณพูด

“ไม่! คุณทำแบบนั้นไม่ได้ คุณจะตาย!” ข้าบอก

“ข้าไม่เป็นไร ข้ามีพลังมากพอที่จะทำแบบนี้ได้” อารัณตอบ

อารัณเริ่มถ่ายทอดพลังชีวิตของเขาให้กับข้า ข้ารู้สึกเหมือนมีพลังงานมากมายไหลเข้ามาในร่างกายของข้า ข้ารู้สึกแข็งแกร่งขึ้น มีพลังมากขึ้น

แต่ในขณะเดียวกัน ข้าก็รู้สึกว่าอารัณกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาซีดเซียวลงทุกที

“พอแล้ว! พอได้แล้ว! คุณจะตายจริงๆ นะ!” ข้าร้องบอก

“ไม่เป็นไร… ข้าเต็มใจ…” อารัณตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ

ในที่สุด อารัณก็ถ่ายทอดพลังชีวิตของเขาทั้งหมดให้กับข้า ข้ารู้สึกเหมือนข้าได้รับพลังมหาศาลมา พลังที่ข้าไม่เคยคิดว่าข้าจะมีได้

อารัณล้มลงกับพื้น ข้าประคองเขาไว้ในอ้อมแขนของข้า

“อารัณ! อารัณ! คุณเป็นอะไรไหม?” ข้าร้องเรียก

อารัณค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองมาที่ข้าด้วยรอยยิ้ม

“เจ้า… จงใช้พลังของเจ้า… ปกป้อง…” เขาพูดได้แค่นั้น ก่อนที่จะหมดลมหายใจไป

“ไม่! อารัณ! ไม่นะ!” ข้าร้องตะโกนสุดเสียง

อารัณตายแล้ว เขาตายเพื่อช่วยชีวิตข้า เขาตายเพื่อปกป้องดินแดนแห่งนี้

ข้ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ข้ารู้สึกผิด ข้ารู้สึกโกรธ ข้ารู้สึกว่าข้าต้องทำอะไรสักอย่าง

ข้าค่อยๆ วางร่างของอารัณลงกับพื้น ลุกขึ้นยืน มองไปยังกองทัพปีศาจที่อยู่ตรงหน้าข้า

“พวกแก! พวกแกต้องชดใช้!” ข้าตะโกนก้อง

ข้ารวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวของข้า พลังที่ข้าได้รับมาจากอารัณ พลังที่ข้ามีอยู่แล้วในตัวของข้า

ข้ายกมือขึ้น แล้วร่ายเวทมนตร์บทหนึ่งที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ข้าเคยร่ายมา

“จงหายไปจากโลกนี้!” ข้าตะโกน

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของข้า แสงสว่างนั้นแผ่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทุกทาง เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

กองทัพปีศาจทั้งหมดถูกทำลายไปในพริบตา ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ

ข้าทรุดตัวลงกับพื้น ข้ารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก ข้ารู้สึกเหมือนข้าได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวไปแล้ว

แต่ข้ารู้ว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ข้ารู้ว่าข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย ข้ารู้ว่าข้าต้องปกป้องดินแดนแห่งนี้ ข้าต้องสานต่อเจตนารมณ์ของอารัณ

ข้ามองไปยังประตูเมืองที่อยู่ตรงหน้าข้า ประตูเมืองนั้นปิดสนิท ข้าไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ข้าไม่รู้ว่าผู้คนในเมืองหลวงจะเป็นอย่างไร

แต่ข้ารู้ว่าข้าต้องเข้าไป ข้าต้องเข้าไปช่วยเหลือพวกเขา ข้าต้องเข้าไปต่อสู้กับพวกปีศาจ

ข้าตัดสินใจลุกขึ้นยืน เดินตรงไปยังประตูเมือง ข้ายกมือขึ้น แล้วผลักประตูเมืองเปิดออก

แต่สิ่งที่ข้าเห็นอยู่ข้างใน กลับไม่ใช่เมืองหลวงที่ข้าคาดหวังไว้ แต่เป็น… ความว่างเปล่า

เมืองหลวงทั้งเมืองหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงแต่หลุมขนาดใหญ่ที่ดำมืดและลึกจนไม่อาจหยั่งถึง ใจข้าหล่นวูบ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? แล้วผู้คนในเมืองหลวงหายไปไหนหมด?