กลิ่นกุหลาบในรอยเลือด

Chapter 1 — กลิ่นกุหลาบในรอยเลือด

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในความมืดมิด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จันทร์จิราหลับตาปี๋ ร่างกายสั่นเทิ้มราวลูกนกพลัดรัง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตอันแสนสงบสุขของเธอจะพลิกผันมาเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ได้

จันทร์จิรา หรือ จันทร์ สาวน้อยวัย 22 ปี ผู้มีดวงตากลมโตเป็นประกาย ผิวขาวผ่องราวไข่มุก และรอยยิ้มที่สดใสราวกับแสงตะวัน เธอเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นในจังหวัดเชียงราย ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำงานเป็นครูสอนภาษาไทยในโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่ง ความฝันของเธอคือการได้เห็นเด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นคนดี มีความรู้ และมีความสุข

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อพ่อของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ จันทร์จิราพบว่าพ่อของเธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เกษตรกรธรรมดา แต่ยังเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียเล็กๆ ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ แก๊งของพ่อเธอมีชื่อว่า “พยัคฆ์เหนือ” คอยดูแลผลประโยชน์และรักษาความสงบในพื้นที่ แต่ก็มีศัตรูคู่อาฆาตที่จ้องจะทำลายอยู่เสมอ

หลังจากพ่อเสียชีวิต จันทร์จิรากลายเป็นทายาทเพียงคนเดียว เธอต้องเลือกว่าจะสละทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไป หรือจะรับช่วงต่อจากพ่อและเผชิญหน้ากับอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า จันทร์จิรารู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอตัดสินใจที่จะปกป้องสิ่งที่พ่อสร้างมา แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

“คุณหนูครับ เราต้องไปแล้วครับ” เสียงของลุงชัย คนสนิทของพ่อดังขึ้น จันทร์จิราลืมตาขึ้นมองรอบตัว พบว่าเธออยู่ในรถหรูที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ลุงชัยเป็นคนขับ ส่วนข้างๆ เธอนั่งอยู่คือพี่หมึก บอดี้การ์ดร่างใหญ่ที่คอยดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก

“เกิดอะไรขึ้นคะลุงชัย” จันทร์จิราถามด้วยเสียงสั่นเครือ

“แก๊งศัตรูบุกมาที่บ้านครับ พวกมันต้องการฆ่าคุณหนู” ลุงชัยตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“แล้วแม่ล่ะคะ แม่ปลอดภัยไหม” จันทร์จิราถามด้วยความเป็นห่วง

“คุณผู้หญิงปลอดภัยดีครับ ตอนนี้อยู่ที่บ้านพักที่แม่ริมแล้ว” ลุงชัยตอบ

จันทร์จิราถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยแม่ของเธอก็ปลอดภัย แต่ตัวเธอเองนั้นยังคงตกอยู่ในอันตราย เธอไม่รู้ว่าพวกเธอจะหนีรอดไปได้นานแค่ไหน และศัตรูของพ่อเธอเป็นใครกันแน่

“เราจะไปไหนกันคะ” จันทร์จิราถาม

“เราจะไปที่เซฟเฮาส์ครับ เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด” ลุงชัยตอบ

รถแล่นไปตามถนนด้วยความเร็วสูง ผ่านทุ่งนา ป่าเขา และหมู่บ้านต่างๆ จันทร์จิรามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะพลิกผันมาเป็นแบบนี้ เธอเป็นเพียงแค่ครูสอนภาษาไทยคนหนึ่ง ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายใคร แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นเป้าหมายของแก๊งมาเฟียที่โหดเหี้ยม

ในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่ารก บ้านหลังนี้ดูเก่าแก่และทรุดโทรม แต่ก็ดูแข็งแรงและปลอดภัย จันทร์จิราเดินเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกหวาดระแวง ลุงชัยและพี่หมึกเดินตามเธอเข้าไปติดๆ

“ที่นี่ปลอดภัยแน่นะคะ” จันทร์จิราถาม

“ปลอดภัยแน่นอนครับ ที่นี่เป็นเซฟเฮาส์ที่พ่อของคุณหนูสร้างไว้เมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครรู้ว่าที่นี่อยู่ที่ไหน” ลุงชัยตอบ

จันทร์จิราสำรวจบ้านอย่างละเอียด บ้านหลังนี้มีห้องนอนสามห้อง ห้องน้ำสองห้อง ห้องครัว และห้องนั่งเล่น ภายในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ และของใช้ที่จำเป็น จันทร์จิราเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปข้างนอก เธอเห็นป่ารกที่ล้อมรอบบ้านเอาไว้ ป่าแห่งนี้เป็นเหมือนกำแพงที่คอยปกป้องเธอจากอันตราย

“คุณหนูพักผ่อนก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะเตรียมอาหารให้” ลุงชัยบอก

“ขอบคุณค่ะลุงชัย” จันทร์จิราตอบ

จันทร์จิราเดินเข้าไปในห้องนอนและทิ้งตัวลงบนเตียง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เธอไม่รู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถปกป้องตัวเองและครอบครัวของเธอได้อย่างไร เธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับโลกที่โหดร้าย

จันทร์จิราหลับตาลงและพยายามที่จะข่มตาให้หลับ แต่ความคิดต่างๆ ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ เธอคิดถึงพ่อของเธอ เธอคิดถึงแม่ของเธอ และเธอคิดถึงอนาคตของเธอ เธอไม่รู้ว่าอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไร เธออาจจะตายในวันพรุ่งนี้ หรือเธออาจจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับการหลบหนี แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ก็คือ เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะสู้เพื่อตัวเองและเพื่อคนที่เธอรัก

ในขณะที่จันทร์จิรากำลังจมอยู่ในห้วงความคิดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“ใครคะ” จันทร์จิราถาม

“ผมเองครับ คุณหนู” เสียงของลุงชัยตอบ

จันทร์จิราลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปเปิดประตู ลุงชัยยืนอยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับถาดอาหารในมือ

“ผมเอาอาหารมาให้ครับ คุณหนูทานอะไรหน่อยนะครับ” ลุงชัยบอก

“ขอบคุณค่ะลุงชัย” จันทร์จิราตอบ

จันทร์จิรารับถาดอาหารมาจากลุงชัยและเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เธอวางถาดอาหารลงบนโต๊ะและนั่งลงบนโซฟา เธอเริ่มทานอาหารอย่างเงียบๆ อาหารเป็นข้าวต้มและไข่เจียว อาหารง่ายๆ แต่ก็ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น

ในขณะที่จันทร์จิรากำลังทานอาหารนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากข้างนอก

“เสียงอะไรคะลุงชัย” จันทร์จิราถาม

“ไม่ทราบครับ เดี๋ยวผมออกไปดู” ลุงชัยตอบ

ลุงชัยเดินออกไปข้างนอก จันทร์จิรานั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เธอได้ยินเสียงฝีเท้า เสียงพูดคุย และเสียงปืนดังขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นคะ” จันทร์จิราถามด้วยเสียงสั่นเครือ เมื่อลุงชัยเดินกลับเข้ามาในห้อง

“พวกมันมาแล้วครับ คุณหนู” ลุงชัยตอบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“พวกมัน?” จันทร์จิราถาม

“พวกมันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่ครับ” ลุงชัยตอบ

จันทร์จิรารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มทลายลงมา เธอไม่รู้ว่าพวกมันรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่ เธอไม่รู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป

“เราต้องหนี” จันทร์จิราพูด

“ไม่ได้ครับ มันสายไปแล้ว” ลุงชัยตอบ

“ทำไมล่ะคะ” จันทร์จิราถาม

“พวกมันล้อมบ้านไว้หมดแล้วครับ” ลุงชัยตอบ

จันทร์จิรารู้สึกสิ้นหวัง เธอไม่รู้ว่าเธอจะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร เธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับแก๊งมาเฟียที่โหดเหี้ยม

ทันใดนั้นเอง ประตูก็ถูกกระแทกเปิดออก ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่กรูกันเข้ามาในบ้าน พวกมันถือปืนและมีด พวกมันมองมาที่จันทร์จิราด้วยสายตาที่เหี้ยมโหด

“จันทร์จิรา แกต้องตาย!” ชายคนหนึ่งตะโกน

จันทร์จิรากรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเธอจะทำอย่างไร เธอไม่รู้ว่าเธอจะรอดชีวิตไปได้อย่างไร

แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย

“หยุด!” เสียงนั้นดังและทรงอำนาจ

ทุกคนหยุดชะงักและหันไปมองที่ต้นเสียง จันทร์จิราก็เช่นกัน เธอหันไปมองและเห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้าน ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบ และรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

“ใครวะ” ชายที่ตะโกนเมื่อครู่ถาม

ชายชุดดำไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินเข้ามาใกล้จันทร์จิรา และมองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง

“เธอเป็นของฉัน” ชายชุดดำพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

จันทร์จิรามองชายชุดดำด้วยความงุนงง เธอไม่รู้จักเขา เธอไม่เคยเห็นเขามาก่อน แล้วทำไมเขาถึงบอกว่าเธอเป็นของเขา?

ก่อนที่จันทร์จิราจะได้ถามอะไร ชายชุดดำก็ดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น และหันไปสั่งลูกน้องของเขา

“จัดการพวกมันให้หมด”

สิ้นเสียงของชายชุดดำ เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงปืนของศัตรู แต่เป็นเสียงปืนของลูกน้องของชายชุดดำ พวกมันยิงกราดเข้าไปใส่พวกที่บุกเข้ามาในบ้าน เสียงกรีดร้องและเสียงปืนดังระงมไปทั่วบริเวณ

จันทร์จิราซบหน้าลงกับอกของชายชุดดำด้วยความหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร และเธอไม่รู้ว่าเธอจะรอดชีวิตไปได้อย่างไร

ในขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปนั้นเอง ชายชุดดำก็กระซิบข้างหูของจันทร์จิรา

“ไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องเธอเอง”

จันทร์จิราเงยหน้าขึ้นมองชายชุดดำด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว สงสัย และขอบคุณ เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะเชื่อใจเขาหรือไม่ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ในที่สุดลูกน้องของชายชุดดำก็สามารถกำจัดพวกที่บุกเข้ามาในบ้านได้ทั้งหมด

เมื่อทุกอย่างสงบลง ชายชุดดำก็พาจันทร์จิราออกจากบ้าน และขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่ข้างนอก

“เราจะไปไหนกันคะ” จันทร์จิราถาม

ชายชุดดำไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มให้เธอ และสั่งให้คนขับรถออกรถ

รถแล่นออกไปด้วยความเร็วสูง ทิ้งบ้านหลังเก่าและซากศพไว้เบื้องหลัง จันทร์จิรามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่สับสน เธอไม่รู้ว่าเธอจะไปที่ไหน เธอไม่รู้ว่าชายชุดดำเป็นใคร และเธอไม่รู้ว่าอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไร

แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ก็คือ ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไปตลอดกาล และเธอได้ก้าวเข้าสู่โลกที่อันตรายและโหดร้าย โลกของมาเฟีย...

เมื่อรถแล่นมาถึงคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ ชายชุดดำก็พาจันทร์จิราลงจากรถ และพาเธอเข้าไปในคฤหาสน์

“ที่นี่คือบ้านของเธอ” ชายชุดดำพูด

“บ้าน?” จันทร์จิราถามด้วยความสงสัย

“ใช่ บ้านของเธอ...และของฉัน” ชายชุดดำตอบ

จันทร์จิรามองไปรอบๆ คฤหาสน์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกตะลึง หวาดกลัว และสงสัย เธอไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้ต้องการอะไรจากเธอ และเธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป

“ฉันชื่อ ธีรอภิวิชญ์” ชายชุดดำบอก

“ธีรอภิวิชญ์” จันทร์จิราทวนชื่อของเขา

“และเธอคือ จันทร์จิรา...ภรรยาของฉัน” ธีรอภิวิชญ์พูด พร้อมกับยื่นมือมาลูบไล้ใบหน้าของจันทร์จิรา

จันทร์จิราตกตะลึงกับคำพูดของธีรอภิวิชญ์ เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แล้วทำไมเขาถึงบอกว่าเธอเป็นภรรยาของเขา? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

“ฉันไม่ใช่ภรรยาของคุณ” จันทร์จิราพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

ธีรอภิวิชญ์ยิ้มเยาะ และกระซิบข้างหูของจันทร์จิรา

“เธอเป็นของฉันแล้ว จันทร์จิรา...ตลอดไป”

จากนั้นธีรอภิวิชญ์ก็อุ้มจันทร์จิราขึ้น และพาเธอเข้าไปในห้องนอนที่หรูหราที่สุดในคฤหาสน์

“คืนนี้...เธอจะเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์” ธีรอภิวิชญ์พูด พร้อมกับวางจันทร์จิราลงบนเตียง และเริ่มปลดเสื้อผ้าของเธอออก

จันทร์จิรากรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอ เพราะเธอได้ก้าวเข้าสู่โลกของมาเฟียอย่างเต็มตัวแล้ว โลกที่ไม่มีความปราณี โลกที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายและความเจ็บปวด โลกที่เธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงื้อมมือของธีรอภิวิชญ์...มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล

และในคืนนั้นเอง จันทร์จิราก็เสียความบริสุทธิ์ให้กับธีรอภิวิชญ์...อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

เช้าวันรุ่งขึ้น จันทร์จิราตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ว่างเปล่า ธีรอภิวิชญ์ไม่อยู่แล้ว เธอรู้สึกเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ เธอถูกข่มเหง เธอถูกบังคับ และเธอถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไป

จันทร์จิราลุกขึ้นจากเตียง และเดินไปที่หน้าต่าง เธอมองออกไปข้างนอก และเห็นสวนสวยที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด แต่ดอกไม้เหล่านั้นกลับดูเศร้าสร้อยและไร้ชีวิตชีวา ราวกับดอกไม้เหล่านั้นรู้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง

จันทร์จิรารู้สึกสิ้นหวัง เธอไม่รู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่รู้ว่าเธอจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของธีรอภิวิชญ์ได้อย่างไร เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตที่สงบสุขเหมือนเดิมได้หรือไม่

ในขณะที่จันทร์จิรากำลังจมอยู่ในความสิ้นหวังนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“ใครคะ” จันทร์จิราถาม

“ผมเองครับ คุณจันทร์จิรา” เสียงของชายคนหนึ่งตอบ

จันทร์จิราเดินไปเปิดประตู และเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีดำ ใบหน้าคมคาย และดวงตาที่ดูอ่อนโยน

“คุณเป็นใคร” จันทร์จิราถาม

“ผมชื่อ ชานนท์ เป็นมือขวาของนาย” ชายคนนั้นตอบ

“มือขวาของธีรอภิวิชญ์” จันทร์จิราทวนคำพูดของเขา

“ครับ” ชานนท์ตอบ

“คุณต้องการอะไรจากฉัน” จันทร์จิราถาม

“ผมมาแจ้งให้คุณทราบว่า นายต้องการให้คุณลงไปทานอาหารเช้า” ชานนท์ตอบ

“ฉันไม่หิว” จันทร์จิราตอบ

“ผมเกรงว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” ชานนท์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

จันทร์จิราจ้องมองชานนท์ด้วยความโกรธ แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอจะต้องลงไปทานอาหารเช้ากับธีรอภิวิชญ์ ไม่ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

“ก็ได้ ฉันจะลงไป” จันทร์จิราพูด

“เชิญครับ” ชานนท์ตอบ พร้อมกับผายมือให้จันทร์จิราเดินนำหน้าเขาไป

จันทร์จิราเดินออกจากห้องนอน และเดินตามชานนท์ไปยังห้องอาหาร เธอรู้สึกหวาดกลัวและกังวล เธอไม่รู้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้างในห้องอาหารแห่งนั้น

เมื่อจันทร์จิราเดินเข้าไปในห้องอาหาร เธอก็เห็นธีรอภิวิชญ์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท และกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่

ธีรอภิวิชญ์เงยหน้าขึ้นมองจันทร์จิรา และยิ้มให้เธอ

“อรุณสวัสดิ์ ที่รัก” ธีรอภิวิชญ์พูด

จันทร์จิราไม่ตอบ เธอเพียงแค่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา

“ทานอะไรหน่อยสิ” ธีรอภิวิชญ์พูด พร้อมกับตักอาหารใส่จานของจันทร์จิรา

จันทร์จิรามองอาหารในจานด้วยความรู้สึกขยะแขยง เธอไม่ต้องการที่จะทานอะไรทั้งนั้น เธอต้องการที่จะหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

“ฉันไม่หิว” จันทร์จิราพูด

“ทานหน่อยเถอะ ที่รัก” ธีรอภิวิชญ์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แววตาของเขากลับแข็งกร้าว

จันทร์จิรารู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เธอจึงจำใจต้องตักอาหารเข้าปากอย่างช้าๆ

ในขณะที่จันทร์จิรากำลังทานอาหารอยู่นั้นเอง ธีรอภิวิชญ์ก็พูดขึ้นว่า

“วันนี้ ฉันจะพาเธอไปพบกับครอบครัวของฉัน”

จันทร์จิราสำลักอาหารออกมาทันที เธอไม่เข้าใจว่าธีรอภิวิชญ์ต้องการอะไรจากเธอ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำเหมือนว่าเธอเป็นภรรยาของเขาจริงๆ

“ครอบครัวของคุณ?” จันทร์จิราถามด้วยความสงสัย

“ใช่ ครอบครัวของฉัน...และครอบครัวของเธอ” ธีรอภิวิชญ์ตอบ พร้อมกับยิ้มให้จันทร์จิราอย่างมีเลศนัย

จันทร์จิรารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ เธอไม่รู้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้างเมื่อเธอได้พบกับครอบครัวของธีรอภิวิชญ์ และเธอไม่รู้ว่าเธอจะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร

แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ก็คือ ชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเธอได้ก้าวเข้าสู่โลกที่อันตรายและโหดร้าย โลกของมาเฟีย...อย่างเต็มตัว