คู่แค้นคู่รัก
Chapter 1 — คู่แค้นคู่รัก
เสียงกรีดร้องของยางรถยนต์ดังแสบแก้วหู ปลุกให้ปณิตาที่กำลังเหม่อมองวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องสะดุ้งสุดตัว รถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันนั้นพุ่งเข้ามาจอดเทียบข้างรถของเธออย่างไม่เกรงใจ ก่อนที่ร่างสูงสง่าของใครบางคนจะก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางราวกับนายพญา
“คุณปรินทร์!” ปณิตาอุทานเสียงแข็ง ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างสูงที่กำลังเดินตรงมายังเธออย่างไม่พอใจ นี่มันที่สาธารณะ เขาไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้
“ไง ปณิตา ไม่เจอกันนานเลยนะ” ปรินทร์ทักทายด้วยรอยยิ้มกวนประสาท แต่แววตากลับเย็นชาจนน่าขนลุก
“คุณต้องการอะไร” ปณิตาถามเสียงห้วน ไม่อยากเสียเวลาอยู่กับเขาแม้แต่วินาทีเดียว
“ทำไมต้องทำเสียงแข็งใส่กันด้วยล่ะ เราสองคนเคยสนิทกันออกขนาดนั้น” ปรินทร์พูดพลางเดินเข้ามาใกล้จนปณิตาต้องถอยหลังกรูด
“อย่าเข้ามานะ!” ปณิตาเตือนเสียงสั่น เกลียดเหลือเกินที่ต้องเผชิญหน้ากับเขา เกลียดทุกสิ่งที่เขาเป็น
“ทำไมล่ะ กลัวอะไร” ปรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงยียวน ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอเบาๆ “หรือว่ายังจำรสจูบของฉันได้อยู่”
ปณิตาผลักเขาออกสุดแรง ก่อนจะตวาดเสียงดัง “ไอ้คนสารเลว!”
เรื่องราวระหว่างปณิตาและปรินทร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อห้าปีก่อน พวกเขาพบกันในงานเลี้ยงของมหาวิทยาลัย ปณิตาเป็นนักศึกษาปีสาม คณะบริหารธุรกิจ ส่วนปรินทร์เป็นทายาทเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ทั้งสองตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว และเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่หวานชื่น
ปรินทร์เป็นผู้ชายที่อบอุ่น เอาใจใส่ และโรแมนติก เขาดูแลปณิตาเป็นอย่างดี ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง ปณิตาเองก็รักปรินทร์หมดหัวใจ เธอเชื่อว่าเขาคือรักแท้และอนาคตของเธอ
แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อปณิตาจับได้ว่าปรินทร์นอกใจ เธอพบข้อความหวานซึ้งที่ปรินทร์ส่งให้ผู้หญิงคนอื่น ปณิตาเสียใจมาก เธอตัดสินใจบอกเลิกปรินทร์ทันที
ปรินทร์พยายามขอโทษและอธิบาย แต่ปณิตาไม่ยอมฟัง เธอรู้สึกเหมือนถูกหักหลังและทรยศ ความรักที่เคยมีให้ปรินทร์กลายเป็นความเกลียดชังอย่างสุดขั้วหัวใจ
หลังจากเลิกรากันไป ปณิตาพยายามตัดขาดจากปรินทร์ทุกวิถีทาง เธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ย้ายที่อยู่ และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่ปรินทร์อาจจะปรากฏตัว
แต่ถึงอย่างนั้น ปรินทร์ก็ยังตามราวีเธอไม่เลิก เขาคอยส่งข้อความ โทรศัพท์ และส่งคนมาสะกดรอยตามเธอ ปณิตาไม่เข้าใจว่าทำไมปรินทร์ถึงต้องทำแบบนี้ เธอแค่อยากจะลืมเขาและเริ่มต้นชีวิตใหม่
“ทำไมคุณถึงไม่ยอมปล่อยฉันไปสักที” ปณิตาถามเสียงสั่น
“ปล่อยไปง่ายๆ มันก็ไม่สนุกสิ” ปรินทร์ตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันยังไม่ได้แก้แค้นเธอเลยนะ ที่ทิ้งฉันไปวันนั้น”
“แก้แค้น?” ปณิตาถามอย่างไม่เข้าใจ “ฉันทำอะไรผิด”
“เธอผิดที่ทิ้งฉันไปไงล่ะ” ปรินทร์ตอบเสียงแข็ง “เธอทำให้ฉันเสียหน้า ทำให้ฉันเจ็บปวด เธอต้องชดใช้”
“ฉันไม่เข้าใจคุณเลย” ปณิตาพูดด้วยความสับสน “ทำไมคุณถึงกลายเป็นคนแบบนี้”
“ฉันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” ปรินทร์ตอบ “เธอต่างหากที่ไม่เคยรู้”
ปณิตามองปรินทร์ด้วยความรู้สึกผิดหวัง เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจจะกลายเป็นปีศาจร้ายได้ถึงขนาดนี้
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว” ปณิตาพูด ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“เดี๋ยว!” ปรินทร์ตะโกนไล่หลัง “อย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้นนะ ปณิตา”
ปณิตาไม่สนใจคำขู่ของปรินทร์ เธอรีบเดินไปขึ้นรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว เธอรู้ว่าปรินทร์จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แต่เธอจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายเธอได้อีกต่อไป
ปณิตาขับรถกลับคอนโดด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าปรินทร์จะทำอะไรต่อไป เธอต้องหาทางรับมือกับเขาให้ได้
เมื่อถึงคอนโด ปณิตารีบขึ้นห้องและล็อกประตูอย่างแน่นหนา เธอเดินไปที่หน้าต่างและมองลงไปข้างล่าง เห็นรถสปอร์ตสีแดงเพลิงของปรินทร์จอดอยู่หน้าคอนโด
ปณิตาถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ เธอรู้ว่าปรินทร์จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
วันรุ่งขึ้น ปณิตาตัดสินใจไปปรึกษาทนาย เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทนายฟัง และขอให้ทนายช่วยหาทางป้องกันตัวเองจากปรินทร์
ทนายความรับฟังเรื่องราวของปณิตาด้วยความเห็นใจ เขาแนะนำให้ปณิตายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคำสั่งคุ้มครอง และให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่ปรินทร์เคยข่มขู่หรือคุกคามเธอ เพื่อใช้ในการพิจารณาคดี
ปณิตาทำตามคำแนะนำของทนาย เธอรวบรวมหลักฐานทั้งหมด และยื่นคำร้องต่อศาล ศาลนัดไต่สวนคำร้องในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
ในช่วงสองสัปดาห์นั้น ปณิตาใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง เธอพยายามหลีกเลี่ยงการออกไปไหนคนเดียว และระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
แต่ถึงอย่างนั้น ปรินทร์ก็ยังหาทางเข้ามาใกล้ชิดเธอได้อยู่ดี วันหนึ่ง ขณะที่ปณิตากำลังเดินกลับคอนโด เธอถูกปรินทร์ดักรออยู่หน้าประตู
“คิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ” ปรินทร์ถามด้วยรอยยิ้มเย็น
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” ปณิตาตอบเสียงสั่น
“แต่ฉันมี” ปรินทร์พูดพลางเดินเข้ามาใกล้ “ฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกเธอเยอะแยะเลย”
“อย่าเข้ามานะ!” ปณิตาเตือนเสียงดัง
“ทำไมล่ะ กลัวอะไร” ปรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงยียวน
“ฉันไม่ได้กลัวคุณ” ปณิตาตอบ “ฉันแค่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคุณอีกแล้ว”
“แต่ฉันอยากยุ่งกับเธอ” ปรินทร์พูดพลางยื่นมือมาจับแขนเธอ
ปณิตาสะบัดมือของปรินทร์ออกสุดแรง ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในคอนโด
ปรินทร์ยืนมองตามปณิตาด้วยความโกรธแค้น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมปณิตาถึงเกลียดเขาได้มากขนาดนี้ เขาแค่อยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม อยากจะให้เธอรักเขาเหมือนเดิม
แต่ปณิตาไม่ต้องการเขาอีกแล้ว เธอต้องการที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไม่มีเขาอยู่ในนั้น
“ฉันจะไม่ยอมแพ้” ปรินทร์พูดกับตัวเอง “ฉันจะทำให้เธอรักฉันอีกครั้งให้ได้”
คืนนั้น ปณิตานอนไม่หลับ เธอกังวลเรื่องปรินทร์มาก เธอไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป เธอต้องหาทางปกป้องตัวเองให้ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น ปณิตาได้รับโทรศัพท์จากทนาย ทนายแจ้งว่าศาลได้อนุมัติคำร้องขอคำสั่งคุ้มครองของเธอแล้ว
“ศาลสั่งห้ามปรินทร์เข้าใกล้คุณในระยะ 50 เมตร และห้ามติดต่อคุณไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ทั้งสิ้น” ทนายกล่าว
ปณิตาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย
“ขอบคุณมากนะคะทนาย” ปณิตากล่าว
“ด้วยความยินดีครับ” ทนายตอบ “ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม แจ้งผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”
หลังจากวางสายจากทนาย ปณิตาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงระมัดระวังตัวอยู่เสมอ เธอรู้ว่าปรินทร์อาจจะไม่ยอมทำตามคำสั่งศาล และอาจจะหาทางทำร้ายเธอได้
และแล้วสิ่งที่ปณิตากังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ ในคืนนั้น ขณะที่เธอกำลังนอนหลับอยู่ในห้อง จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู
ปณิตาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เธอค่อยๆ ลุกจากเตียงและเดินไปที่ประตู เธอชะโงกมองผ่านตาแมว ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าเป็นปรินทร์ที่ยืนอยู่หน้าห้องของเธอ
“ปณิตา เปิดประตูให้ฉันหน่อย” ปรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ”