ดวงตาของเศรษฐีนีร้าย

Chapter 1 — ดวงตาของเศรษฐีนีร้าย

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังเสียดแทงทะลุโสตประสาท ปลุกให้ “เพียงดาว” สะดุ้งตื่นจากห้วงนิทราอันแสนสั้น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าหวานซึ้งราวกับเพิ่งอาบน้ำมา หญิงสาวลุกพรวดจากเตียงนอน คว้าเสื้อคลุมมาสวมทับ ก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังต้นเสียงที่ดังมาจากห้องข้างๆ

“คุณแม่คะ! ไม่นะ! ฮือ…” เสียงสะอื้นปนเสียงร้องเรียกของผู้เป็นน้องสาวดังระงม ทำให้เพียงดาวใจกระตุกวูบ เธอรีบเปิดประตูห้องเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้น้ำตาแทบไหลพราก “แก้วตา” น้องสาวคนเดียวของเธอกำลังทรุดกายกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นแม่ร่ำไห้ปานจะขาดใจ ข้างกายมีชายฉกรรจ์ในชุดดำยืนคุมเชิงอยู่สองคน

“เกิดอะไรขึ้น! พวกแกเป็นใคร!” เพียงดาวตวาดเสียงดังลั่น พยายามกลบเกลื่อนความหวาดหวั่นที่กัดกินหัวใจ

ชายชุดดำคนหนึ่งหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา “คุณหนูครับ คุณท่านให้พวกเรามาเชิญตัวคุณหนูและน้องสาวไปพบ”

“คุณท่าน? ใครคือคุณท่าน! แล้วแม่ของฉันล่ะ เกิดอะไรขึ้นกับแม่!” เพียงดาวโพล่งถามด้วยความโกรธและเป็นห่วงเป็นใยแม่บังเกิดเกล้า

“เรื่องนั้นคุณหนูคงต้องไปถามคุณท่านเองครับ” ชายชุดดำตอบเสียงเรียบ

“ไม่! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น! แล้วพวกแกออกไปด้วย!” เพียงดาวตวาดไล่ พยายามดึงน้องสาวออกจากร่างของผู้เป็นแม่

ชายชุดดำมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนที่คนหนึ่งจะเดินเข้ามาจับแขนเพียงดาวไว้แน่น “คุณหนูครับ อย่าให้พวกเราต้องใช้กำลังเลย”

“ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!” เพียงดาวร้องตะโกนสุดเสียง แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะบ้านของเธอตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากผู้คน

ในที่สุดเพียงดาวและแก้วตาก็ถูกพาตัวมายังคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าราวกับวัง ที่นี่ตกแต่งด้วยของหรูหราราคาแพงทุกชิ้น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความมืดมิดและน่าหวาดหวั่น สองพี่น้องถูกนำตัวมายังห้องโถงใหญ่ ที่มีชายสูงวัยนั่งรออยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่

“สวัสดีครับ คุณหนูทั้งสอง” ชายสูงวัยกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคมกริบจ้องมองมายังพวกเธออย่างพิจารณา

“คุณเป็นใคร! แล้วพาพวกเรามาที่นี่ทำไม! แล้วแม่ของฉันล่ะ!” เพียงดาวถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

ชายสูงวัยยิ้มเยาะ “ฉันชื่อ ‘เจ้าสัวอิทธิ’ เป็น…คู่หมั้นของคุณแม่ของคุณ”

เพียงดาวและแก้วตาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แม่ของพวกเธอมีคู่หมั้นได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง

“ไม่จริง! แม่ของฉันไม่มีคู่หมั้น!” เพียงดาวเถียงเสียงแข็ง

“หึ…เรื่องนั้นมันก็แล้วแต่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้คุณแม่ของคุณเสียชีวิตแล้ว” เจ้าสัวอิทธิกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ไม่! ไม่จริง! แม่ของฉัน…” เพียงดาวทรุดกายลงกับพื้น น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม

“แต่ถึงยังไง…หนี้สินที่คุณแม่ของคุณก่อไว้กับผม ก็ยังคงต้องชดใช้” เจ้าสัวอิทธิกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

“หนี้สิน? หนี้สินอะไร?” เพียงดาวเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย

“คุณแม่ของคุณ…ติดหนี้ผมเป็นเงินจำนวนมหาศาล และไม่มีปัญญาที่จะชดใช้ได้ ดังนั้น…” เจ้าสัวอิทธิเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเย็นเยือก “คุณจะต้องชดใช้หนี้สินนั้นแทน”

“ฉันจะชดใช้ได้ยังไง! ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น!” เพียงดาวโพล่งถาม

“ง่ายมาก…คุณจะต้องแต่งงานกับหลานชายของผม” เจ้าสัวอิทธิกล่าว

เพียงดาวถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้

“ไม่! ฉันไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น!” เพียงดาวปฏิเสธเสียงแข็ง

“เสียใจด้วยนะ…คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ เพราะถ้าคุณไม่ยอมแต่งงาน…น้องสาวของคุณจะต้องรับเคราะห์แทน” เจ้าสัวอิทธิกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสนจะชั่วร้าย

เพียงดาวหันไปมองแก้วตาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างๆ เธอรู้ดีว่าเจ้าสัวอิทธิหมายถึงอะไร หากเธอไม่ยอมแต่งงาน น้องสาวของเธอจะต้องถูกทำร้ายอย่างแน่นอน

“ฉัน…ฉันยอมแต่งงาน” เพียงดาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

เจ้าสัวอิทธิหัวเราะออกมาอย่างสะใจ “ดีมาก…ที่ตัดสินใจได้ถูกต้อง”

เพียงดาวไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของเธอ จะนำพาเธอไปสู่ชีวิตที่แสนจะทรมานและเจ็บปวด เพราะหลานชายของเจ้าสัวอิทธินั้น…คือมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้หัวใจ

--- CUT ---

แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านสีทึบเข้ามาในห้องนอนหรูหรา “คีริน” ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เขาขยับกายลุกจากเตียงนอน เดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่วุ่นวายเบื้องล่าง

คีรินเป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปร่างหน้าตาและฐานะทางสังคม เขาเป็นทายาทคนเดียวของตระกูล “อิทธิบดินทร์” ตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ นอกจากธุรกิจสีดำแล้ว ตระกูลของเขายังมีธุรกิจสีขาวอีกมากมาย ทั้งโรงแรมหรู ห้างสรรพสินค้า และอสังหาริมทรัพย์

แต่ถึงแม้จะมีทุกอย่างที่คนอื่นปรารถนา คีรินกลับไม่เคยมีความสุขเลยสักครั้ง ในใจของเขามีแต่ความว่างเปล่าและความเบื่อหน่าย เขาใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่มีจุดหมายปลายทาง

“คุณคีรินครับ คุณท่านให้มาเรียนเชิญไปพบที่ห้องอาหารครับ” เสียงของ “สมชาย” บอดี้การ์ดคนสนิทดังขึ้น

“อืม” คีรินตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอน

เมื่อมาถึงห้องอาหาร คีรินก็เห็นเจ้าสัวอิทธินั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณปู่” คีรินกล่าวทักทาย

“อรุณสวัสดิ์” เจ้าสัวอิทธิพยักหน้าให้ “นั่งสิ มีเรื่องจะคุยด้วย”

คีรินนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเจ้าสัวอิทธิ

“ฉันมีข่าวดีจะบอก” เจ้าสัวอิทธิกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ข่าวดีอะไรครับ” คีรินถาม

“ฉันหาคู่หมั้นให้แกได้แล้ว” เจ้าสัวอิทธิกล่าว

คีรินถึงกับขมวดคิ้วมุ่น “คู่หมั้น? ผมไม่ต้องการ”

“แกไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ เพราะการแต่งงานครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของเรา” เจ้าสัวอิทธิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แต่ผม…” คีรินพยายามจะแย้ง

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันตัดสินใจแล้ว แกจะต้องแต่งงานกับเธอคนนี้” เจ้าสัวอิทธิกล่าวขัด

คีรินถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขารู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเถียงกับเจ้าสัวอิทธิ เพราะเมื่อท่านตัดสินใจอะไรแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้

“เธอเป็นใคร” คีรินถามด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

“เธอชื่อ ‘เพียงดาว’ เป็นลูกสาวของ…” เจ้าสัวอิทธิเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเจ้าเล่ห์ “คู่หมั้นเก่าของฉัน”

คีรินถึงกับชะงัก เขาไม่คาดคิดว่าคู่หมั้นของเขาจะเป็นลูกสาวของคู่หมั้นเก่าของเจ้าสัวอิทธิ เรื่องนี้มันชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ

“แล้วทำไมคุณปู่ถึงอยากให้ผมแต่งงานกับเธอ” คีรินถามด้วยความสงสัย

“เรื่องนั้น…ไว้แกค่อยไปถามเธอเองก็แล้วกัน” เจ้าสัวอิทธิกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แสนจะมีความหมาย

คีรินมองหน้าเจ้าสัวอิทธิอย่างพิจารณา เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่าที่เห็น แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

“การแต่งงานจะมีขึ้นในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า เตรียมตัวให้พร้อม” เจ้าสัวอิทธิกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินออกไป

คีรินนั่งอยู่ที่เดิมอย่างครุ่นคิด เขาไม่รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่สิ่งใด แต่เขารู้สึกว่าชีวิตของเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

--- CLIFFHANGER ---

สองอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้คือวันที่เพียงดาวต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคีริน เธอถูกจับแต่งหน้าทำผมอย่างสวยงามราวกับเจ้าหญิง แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้าและความสิ้นหวัง

เมื่อถึงเวลา เพียงดาวก็ถูกพาตัวไปยังห้องโถงใหญ่ ที่ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาชนิด แขกเหรื่อมากมายมาร่วมงาน พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าหรูหราราคาแพง และส่งเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

เพียงดาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงหุ่นเชิด เธอถูกบังคับให้เดินไปตามทางที่ถูกกำหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดขืน

เมื่อมาถึงหน้าแท่นพิธี เพียงดาวก็เห็นคีรินยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แต่แววตากลับเย็นชาและไร้ความรู้สึก

เพียงดาวจ้องมองคีรินด้วยความหวาดหวั่น เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนแบบไหน แต่เธอก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอจะรักได้

พิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ในใจของเพียงดาวกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึก ที่ไม่มีวันได้พบกับแสงสว่าง

ในที่สุด พิธีก็มาถึงช่วงสุดท้าย บาทหลวงกล่าวถามเพียงดาวว่า “คุณจะรับคีรินเป็นสามีหรือไม่”

เพียงดาวเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบว่าอะไร

“ฉัน…” เพียงดาวกล่าวเสียงแผ่วเบา

แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ

“ผมขอคัดค้าน!” เสียงนั้นดังมาจากด้านหลังของห้องโถง

ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยความตกใจ รวมถึงเพียงดาวและคีรินด้วย

ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้น เขาเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาเป็นประกายดุดัน

“คุณเป็นใคร!” เจ้าสัวอิทธิถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับจ้องมองมายังเพียงดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย

“เพียงดาว…ผมมาช่วยคุณแล้ว” ชายหนุ่มกล่าว

เพียงดาวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นคือใคร

“คุณ…คุณมาที่นี่ได้ยังไง!” เพียงดาวถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ผมบอกแล้วไงว่าผมจะช่วยคุณ” ชายหนุ่มตอบ

คีรินมองหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสัย เขาไม่รู้จักชายคนนี้ แต่เขารู้สึกได้ว่าชายคนนี้เป็นศัตรูของเขา

“แกเป็นใคร! แล้วกล้าดียังไงมาขัดขวางพิธีของฉัน!” คีรินถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับหันไปมองเจ้าสัวอิทธิด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

“เจ้าสัวอิทธิ…ผมมาทวงทุกอย่างที่เป็นของผมคืน” ชายหนุ่มกล่าว

เจ้าสัวอิทธิถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เขารู้ดีว่าชายหนุ่มคนนี้คือใคร และเขาก็รู้ว่าชายคนนี้จะมาทำลายทุกอย่างที่เขาได้สร้างไว้

“แกไม่มีวันได้อะไรไปจากฉัน!” เจ้าสัวอิทธิกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

“เราจะได้เห็นกัน” ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะหันไปจูงมือเพียงดาว “ไปกันเถอะ”

เพียงดาวมองหน้าคีรินด้วยความรู้สึกผิด เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร

“ไปกับผม” ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ

ในที่สุด เพียงดาวก็ตัดสินใจที่จะเดินตามชายหนุ่มไป เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถทนอยู่ในสถานการณ์นี้ได้อีกต่อไป

คีรินมองตามเพียงดาวและชายหนุ่มไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้ามาท้าทายอำนาจของเขา

“พวกแกจะต้องเสียใจ!” คีรินคำรามออกมาด้วยความแค้น

เพียงดาวและชายหนุ่มเดินออกจากห้องโถงไป ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความสับสนวุ่นวาย

เรื่องราวความรัก ความแค้น และการแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น…