คำสาปแม่นาคข้ามศตวรรษ
Chapter 1 — คำสาปแม่นาคข้ามศตวรรษ
ลมหายใจเย็นเยียบสัมผัสต้นคอของฉัน ราวกับมีใครยืนอยู่ข้างหลัง ทั้งๆ ที่ในห้องนี้มีเพียงฉันคนเดียว...และเสียงกระดิ่งลมที่ดังแว่วมาจากเรือนไม้เก่าแก่ท้ายหมู่บ้าน
ฉันชื่อ รินรดา นักศึกษาโบราณคดีปีสุดท้าย ที่ตัดสินใจมาฝึกงานภาคสนามที่หมู่บ้านห้วยลึกแห่งนี้ ด้วยความหวังว่าจะได้ค้นพบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเลือน แต่สิ่งที่ฉันได้พบกลับเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้
หมู่บ้านห้วยลึกตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา ทางเข้าออกมีเพียงถนนลูกรังแคบๆ ที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าทึบที่แสงแดดส่องลงมาไม่ถึง ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมืดครึ้มและวังเวงอยู่ตลอดเวลา ผู้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ และมีความเชื่อในเรื่องภูตผีวิญญาณอย่างเหนียวแน่น
ฉันพักอยู่ที่บ้านของป้าสายใจ หญิงชราใจดีที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ป้าสายใจเล่าให้ฉันฟังว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน และมีเรื่องราวลึกลับมากมายที่ถูกเล่าขานสืบต่อกันมา แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุดสำหรับฉันคือเรื่องราวของ "เรือนเก่า" ที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน
เรือนเก่าหลังนั้นเป็นเรือนไม้สักโบราณที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี ว่ากันว่าเคยเป็นบ้านของขุนนางผู้มั่งคั่ง แต่ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ทำให้ทุกคนในบ้านเสียชีวิตอย่างปริศนา หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปในเรือนหลังนั้นอีกเลย เพราะเชื่อกันว่ามีวิญญาณร้ายสิงสถิตอยู่
ฉันไม่เชื่อเรื่องผีสาง แต่ฉันสนใจในประวัติศาสตร์ของเรือนเก่าหลังนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจเรือนหลังนั้น แม้ว่าป้าสายใจจะพยายามห้ามปรามฉันอย่างสุดกำลัง
"หนูรินรดา อย่าเข้าไปในเรือนหลังนั้นเลยนะ มันอันตราย" ป้าสายใจเตือนฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "วิญญาณที่นั่นดุร้ายมาก พวกมันจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนเข้าไปรบกวนได้ง่ายๆ หรอก"
"ป้าสายใจไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูแค่จะเข้าไปสำรวจดูเฉยๆ ไม่ได้จะไปทำอะไร" ฉันตอบป้าสายใจด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจของฉันกลับรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
วันรุ่งขึ้น ฉันตัดสินใจที่จะไปยังเรือนเก่าหลังนั้น ฉันเดินไปตามถนนลูกรังที่ทอดยาวไปยังท้ายหมู่บ้าน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่บดบังแสงแดด ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมืดครึ้มและน่าขนลุก ฉันรู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมองมาที่ฉัน
ในที่สุด ฉันก็มาถึงหน้าเรือนเก่า เรือนไม้สักโบราณหลังนั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าฉัน สภาพของเรือนทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ไม้ผุพัง หลังคารั่ว พื้นกระดานบางแผ่นก็หลุดหายไป บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยวัชพืชและเถาวัลย์ที่เลื้อยพันไปทั่ว
ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปในบริเวณเรือนเก่า ฉันรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อคลายความประหม่า
เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ตัวเรือนมากขึ้น ฉันก็ได้ยินเสียงกระดิ่งลมดังแว่วมาจากข้างใน เสียงนั้นฟังดูเศร้าสร้อยและเดียวดาย ราวกับกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
ฉันตัดสินใจที่จะเปิดประตูเรือนเข้าไป ฉันผลักประตูไม้เก่าแก่บานนั้นออกอย่างช้าๆ ประตูส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดน่าขนลุก เมื่อประตูเปิดออก ฉันก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ภายในเรือนเก่ามืดสนิท มีเพียงแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องโหว่ของหลังคาลงมาบ้างเล็กน้อย ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ ฉันเห็นข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า ทุกอย่างเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
ทันใดนั้น ฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองฉันอยู่ ฉันหันขวับไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใคร ฉันพยายามตั้งสติและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"คงไม่มีอะไรหรอก" ฉันพึมพำกับตัวเอง "ฉันแค่คิดมากไปเอง"
ฉันเดินสำรวจไปตามห้องต่างๆ ในเรือนเก่า ฉันพบห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องใต้หลังคา ทุกห้องเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในอดีต
ในขณะที่ฉันกำลังเดินสำรวจห้องใต้หลังคาอยู่นั้น ฉันก็บังเอิญไปพบกับหีบไม้เก่าแก่ใบหนึ่ง หีบใบนั้นถูกปิดล็อคไว้ด้วยกุญแจ ฉันพยายามเปิดหีบใบนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ
ฉันตัดสินใจที่จะกลับบ้านก่อน ฉันคิดว่าฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และจะพยายามเปิดหีบใบนั้นให้ได้
เมื่อฉันเดินออกมาจากเรือนเก่า ฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังเดินตามหลังฉันมา ฉันหันขวับไปมอง แต่ก็ไม่เห็นใคร ฉันพยายามเดินให้เร็วขึ้น แต่เสียงฝีเท้าที่ตามหลังฉันมาก็ยังคงดังตามมาติดๆ
ฉันเริ่มรู้สึกกลัว ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต ฉันวิ่งไปตามถนนลูกรังที่ทอดยาวไปยังหมู่บ้าน ฉันไม่รู้ว่าอะไรกำลังตามหลังฉันมา แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากจะเจอ
ในที่สุด ฉันก็วิ่งมาถึงบ้านของป้าสายใจ ฉันรีบเปิดประตูเข้าไปข้างใน และปิดประตูลงอย่างแรง ฉันทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัว
ป้าสายใจรีบวิ่งเข้ามาหาฉันด้วยความเป็นห่วง "เกิดอะไรขึ้นรินรดา ทำไมถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้" ป้าสายใจถามฉันด้วยน้ำเสียงตกใจ
"ป้าสายใจ หนู...หนูเจออะไรบางอย่างในเรือนเก่า" ฉันตอบป้าสายใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หนูรู้สึกเหมือนมีใครกำลังตามหนูมา"
ป้าสายใจมองหน้าฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้าไปในเรือนหลังนั้น" ป้าสายใจกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "วิญญาณที่นั่นไม่ชอบให้ใครเข้าไปรบกวน"
"แล้วหนูจะทำยังไงดีคะป้าสายใจ" ฉันถามป้าสายใจด้วยความหวาดกลัว
"พรุ่งนี้เช้า เราจะไปทำบุญที่วัดกัน" ป้าสายใจตอบฉัน "แล้วฉันจะทำพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้เธอ"
ฉันพยักหน้าตอบป้าสายใจด้วยความหวัง ฉันหวังว่าพิธีกรรมของป้าสายใจจะช่วยให้ฉันปลอดภัยจากวิญญาณร้ายที่เรือนเก่าได้
คืนนั้น ฉันนอนไม่หลับ ฉันพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ฉันยังคงรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่ฉันเจอในเรือนเก่า ฉันพยายามหลับตาลง แต่ภาพของเรือนเก่าและเสียงกระดิ่งลมก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของฉัน
ทันใดนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงกระซิบแว่วมาจากข้างนอกหน้าต่าง เสียงนั้นฟังดูแหบแห้งและน่าขนลุก
"รินรดา...รินรดา..."
ฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ และเดินไปที่หน้าต่าง ฉันค่อยๆ แง้มผ้าม่านออกเล็กน้อย ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใคร
"ใครน่ะ" ฉันถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"รินรดา...มาหาเราสิ..."
เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิม ฉันรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ฉันตัดสินใจที่จะปิดหน้าต่างลง แต่ก่อนที่ฉันจะได้ปิดหน้าต่าง ฉันก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง เงาที่ดูเหมือนคนกำลังจ้องมองฉันอยู่...