กลิ่นจันทน์ในเงาจันทร์
Chapter 1 — กลิ่นจันทน์ในเงาจันทร์
เสียงโทรศัพท์ดังแสบแก้วหูปลุกจันทิมาจากห้วงนิทราอันแสนหวาน เธอคว้ามันด้วยความหงุดหงิด งัวเงียมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ – ‘ท่านประธาน’ – ก่อนจะกดรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านประธาน” จันทิมาเอ่ยเสียงเบาหวิว พยายามเค้นเสียงให้ดูสดชื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
“จันทิมา วันนี้มีถ่ายแบบชุดไทยประยุกต์คอลเลคชั่นใหม่ อย่าลืมนะว่าต้องสมบูรณ์แบบที่สุด” เสียงเข้มของชายปลายสายดังลอดออกมา
“รับทราบค่ะ ท่านประธาน” จันทิมาตอบรับ ก่อนจะกดตัดสายและทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง ใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย
จันทิมา... หรือชื่อจริงคือ จันทร์จิรา เธอเป็นนางแบบดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการแฟชั่นไทย ภายใต้สังกัด ‘ศิวาลัย โมเดลลิ่ง’ เอเจนซี่ชื่อดังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ แต่เบื้องหลังชีวิตนางแบบสุดหรูหรานั้น เธอซ่อนอีกตัวตนหนึ่งไว้ นั่นคือ ‘อร’ ครูสอนภาษาไทยให้กับเด็กๆ ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง
สองชีวิตที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน จันทิมาผู้สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง เดินทางด้วยรถหรู และใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมือง กับอร ครูสาวผู้สวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา เดินทางด้วยรถเมล์ และใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ท้ายซอย
จันทร์จิราลุกขึ้นจากเตียง เดินไปเปิดหน้าต่างรับแสงแดดยามเช้า แสงสีทองสาดส่องเข้ามาในห้อง เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่ปราศจากเครื่องสำอางใดๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากอิ่มเอิบ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเติมพลังให้กับตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปชำระล้างร่างกาย
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ จันทร์จิราก็เดินลงมายังห้องครัว เธอเปิดตู้เย็น หยิบโยเกิร์ตและผลไม้สดออกมาทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆ ในขณะที่กำลังทานอาหารเช้าอยู่นั้น เธอก็เปิดโทรทัศน์ดูข่าวสารบ้านเมืองไปด้วย
ข่าวพาดหัววันนี้คือเรื่องของ ‘ศิวาลัย กรุ๊ป’ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศ ที่กำลังมีโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชุมชนเก่าแก่ริมน้ำ
จันทร์จิราเบ้ปากด้วยความไม่พอใจ เธอรู้ดีว่าศิวาลัย กรุ๊ป คือบริษัทของ ‘ศิวะ’ ท่านประธานของศิวาลัย โมเดลลิ่ง ผู้ชายที่เธอทั้งเกรงใจและไม่ชอบหน้าในเวลาเดียวกัน
“คนรวยก็เป็นแบบนี้แหละ เอาแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่เคยสนใจคนอื่น” จันทร์จิราพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะปิดโทรทัศน์และเก็บล้างจาน
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ จันทร์จิราก็แต่งหน้าทำผมอย่างพิถีพิถัน เธอเลือกเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์ เพื่อไม่ให้ดูโดดเด่นจนเกินไปเมื่อต้องไปถ่ายแบบชุดไทยประยุกต์
เมื่อถึงเวลา จันทร์จิราก็ขับรถไปยังสตูดิโอถ่ายภาพของศิวาลัย โมเดลลิ่ง ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เมื่อเธอมาถึง ก็พบว่าทีมงานทุกคนกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการถ่ายแบบในวันนี้
“จันทิมา มาแล้วเหรอ วันนี้สวยเป็นพิเศษเลยนะ” ช่างแต่งหน้าทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณค่ะพี่” จันทร์จิราตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
ระหว่างที่กำลังแต่งหน้าทำผม จันทร์จิราก็เหลือบไปเห็นศิวะเดินเข้ามาในสตูดิโอ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูเคร่งขรึมและเย็นชาเหมือนเช่นเคย
ศิวะเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในหน้าที่การงาน เขาเป็นทายาทคนเดียวของศิวาลัย กรุ๊ป และเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วประเทศ แต่ศิวะกลับไม่เคยสนใจใคร เขาใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานและการบริหารธุรกิจของครอบครัว
จันทร์จิราพยายามหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับศิวะ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อศิวะเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“จันทิมา วันนี้ต้องทำให้ดีที่สุดนะ ชุดไทยคอลเลคชั่นนี้มีความสำคัญมาก” ศิวะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ค่ะ ท่านประธาน” จันทร์จิราตอบรับ ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาของเขา
“ฉันหวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง” ศิวะกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป
จันทร์จิรารู้สึกกดดันอย่างมาก เธอรู้ดีว่าศิวะคาดหวังในตัวเธอมากแค่ไหน และเธอก็ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกไม่ชอบใจที่ศิวะเข้ามาควบคุมชีวิตเธอมากจนเกินไป
การถ่ายแบบชุดไทยประยุกต์เริ่มต้นขึ้น จันทร์จิราสวมบทบาทเป็นนางแบบมืออาชีพ เธอโพสท่าทางต่างๆ ได้อย่างสวยงามและสง่างาม ทำให้ชุดไทยที่เธอสวมใส่นั้นดูโดดเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ช่างภาพกดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บภาพความสวยงามของจันทร์จิราเอาไว้ ศิวะยืนมองอยู่ด้านข้างด้วยสายตาที่จับจ้องทุกรายละเอียด
ตลอดการถ่ายแบบ จันทร์จิราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบที่สุด เธอต้องการพิสูจน์ให้ศิวะเห็นว่าเธอมีความสามารถ และเธอไม่ได้เป็นแค่เพียงนางแบบหน้าสวยที่ไม่มีสมอง
หลังจากถ่ายแบบเสร็จ จันทร์จิราก็เดินเข้าไปหาศิวะด้วยความมั่นใจ
“ท่านประธานคะ เป็นยังไงบ้างคะ วันนี้จันทิมาทำได้ดีไหมคะ” จันทร์จิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ศิวะมองจันทร์จิราด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ก็ดี”
จันทร์จิรารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยกับคำตอบของศิวะ เธอคิดว่าเธอทำได้ดีกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้แสดงออกให้ศิวะเห็น
“ขอบคุณค่ะท่านประธาน” จันทร์จิรากล่าว ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ จันทร์จิราก็เดินออกจากสตูดิโอถ่ายภาพ และขับรถไปยังชุมชนแออัดที่เธอสอนภาษาไทยให้กับเด็กๆ
เมื่อมาถึงชุมชน จันทร์จิราก็เปลี่ยนจากนางแบบสุดหรู กลายเป็นครูสาวแสนสวยที่เด็กๆ ต่างรักใคร่ เธอสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาที่ไม่โดดเด่น และแต่งหน้าอ่อนๆ เพื่อให้ดูเป็นกันเองกับเด็กๆ
เด็กๆ ต่างวิ่งกรูเข้ามาหาจันทร์จิราด้วยความดีใจ พวกเขาเรียกเธอว่า ‘ครูอร’ และกอดเธอด้วยความรักใคร่
“ครูอรมาแล้ว! วันนี้ครูอรจะสอนอะไรพวกเราคะ” เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“วันนี้ครูอรจะสอนพวกเราเรื่องสุภาษิตไทยค่ะ” จันทร์จิราตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
เด็กๆ ต่างนั่งล้อมวงฟังจันทร์จิราสอนอย่างตั้งใจ พวกเขาเรียนรู้สุภาษิตไทยต่างๆ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
จันทร์จิรามีความสุขกับการได้สอนหนังสือให้กับเด็กๆ เธอรู้สึกว่าการได้เป็นครูอรนั้นเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตของเธอ การได้เห็นเด็กๆ เติบโตและพัฒนาขึ้น ทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุขอย่างมาก
หลังจากสอนหนังสือเสร็จ จันทร์จิราก็เดินไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของเด็กๆ เธอพูดคุยกับพวกเขาด้วยความเป็นกันเอง และให้ความช่วยเหลือเท่าที่เธอจะทำได้
จันทร์จิรารู้สึกผูกพันกับชุมชนแห่งนี้ เธอเห็นอกเห็นใจผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ และต้องการที่จะช่วยเหลือพวกเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
ในขณะที่จันทร์จิรากำลังพูดคุยกับชาวบ้านอยู่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นรถเบนซ์สีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาในชุมชน รถคันนั้นดูหรูหราและไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมของชุมชนเลย
จันทร์จิราขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของรถคันนั้น และมาที่ชุมชนแห่งนี้ด้วยเหตุผลอะไร
รถเบนซ์สีดำจอดสนิทอยู่ตรงหน้าจันทร์จิรา ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำก้าวลงมาจากรถ เขาคือ... ศิวะ!
จันทร์จิรารู้สึกตกใจอย่างมาก เธอไม่คาดคิดว่าศิวะจะมาปรากฏตัวที่ชุมชนแห่งนี้ เธอไม่รู้ว่าเขามาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร และเธอจะทำอย่างไรเมื่อเขาได้รู้ความลับของเธอว่าเธอคือครูอร
ศิวะเดินตรงเข้ามาหาจันทร์จิราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า “จันทิมา เธอมาทำอะไรที่นี่”
จันทร์จิรารู้สึกประหม่าอย่างมาก เธอพยายามรวบรวมสติ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “ท่านประธานมาที่นี่ทำไมคะ”
“ฉันถามเธอก่อนว่าเธอมาทำอะไรที่นี่” ศิวะย้ำคำถามเดิม
จันทร์จิราไม่รู้จะตอบอย่างไร เธอไม่สามารถบอกความจริงกับศิวะได้ เพราะเธอรู้ว่าเขาจะต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน
ในขณะที่จันทร์จิรากำลังคิดหาทางออกอยู่นั้น เด็กชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาเธอ และกอดเธอด้วยความรักใคร่
“ครูอรคะ วันนี้ครูอรจะเล่านิทานให้พวกเราฟังไหมคะ” เด็กชายเอ่ยถามด้วยความไร้เดียงสา
ศิวะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขามองจันทร์จิราสลับกับเด็กชายด้วยความไม่เชื่อสายตา
“ครูอร... เธอคือครูอรอย่างนั้นเหรอ” ศิวะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
จันทร์จิรารู้สึกสิ้นหวัง เธอรู้ว่าความลับของเธอได้ถูกเปิดเผยแล้ว และเธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงความจริงได้อีกต่อไป
“ค่ะ ท่านประธาน จันทิมาก็คือครูอร” จันทร์จิราตอบรับด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
ศิวะจ้องมองจันทร์จิราด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขายังคงตกใจกับสิ่งที่ได้รู้ และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
“ฉันไม่คิดเลยว่านางแบบชื่อดังอย่างเธอ จะมาเป็นครูสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในชุมชนแออัด” ศิวะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“มันเป็นสิ่งที่จันทิมารักที่จะทำค่ะ” จันทร์จิราตอบกลับ
“แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยบอกฉัน” ศิวะถาม
จันทร์จิราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “จันทิมากลัวว่าท่านประธานจะไม่เข้าใจค่ะ”
ศิวะส่ายหน้าด้วยความไม่เชื่อ “เธอคิดว่าฉันจะใจแคบขนาดนั้นเลยเหรอ”
“จันทิมาไม่รู้ค่ะ” จันทร์จิราตอบ
ศิวะจ้องมองจันทร์จิราด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันอยากรู้เรื่องราวของเธอมากกว่านี้”
จันทร์จิรารู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของศิวะ เธอไม่คิดว่าเขาจะสนใจเรื่องราวของเธอ
“ท่านประธานอยากฟังเรื่องอะไรคะ” จันทร์จิราถาม
“ทุกเรื่อง” ศิวะตอบ
“แต่ว่า...” จันทร์จิราลังเล
“ไม่มีแต่” ศิวะขัดขึ้น “ฉันจะรอฟังเธอ”
ศิวะหันหลังเดินกลับไปยังรถเบนซ์สีดำของเขา ก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปจากชุมชน
จันทร์จิรายืนมองรถของศิวะจนลับสายตา เธอไม่รู้ว่าศิวะต้องการอะไรจากเธอ และเธอจะทำอย่างไรต่อไป
เมื่อหันกลับมา จันทร์จิราก็พบว่าเด็กๆ กำลังมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“ครูอรคะ ผู้ชายคนนั้นเป็นใครคะ” เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยถาม
จันทร์จิรายิ้มให้เด็กๆ อย่างอ่อนโยน ก่อนจะตอบว่า “เขาเป็นเพื่อนของครูอรค่ะ”
เด็กๆ พยักหน้าด้วยความเข้าใจ แต่ในใจของจันทร์จิรากลับเต็มไปด้วยความกังวล เธอไม่รู้ว่าศิวะจะกลับมาอีกหรือไม่ และเขาจะทำอย่างไรกับความลับที่เธอซ่อนไว้
ในคืนนั้น จันทร์จิรานอนไม่หลับ เธอคิดถึงแต่เรื่องของศิวะ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงสนใจเรื่องราวของเธอ และเขาต้องการอะไรจากเธอ
จันทร์จิรารู้สึกสับสนและหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และเธอจะสามารถรักษาความลับของเธอไว้ได้หรือไม่
เช้าวันรุ่งขึ้น จันทร์จิราได้รับโทรศัพท์จากศิวะ เขาขอให้เธอไปพบเขาที่สำนักงานของศิวาลัย กรุ๊ป
จันทร์จิรารู้สึกประหม่าอย่างมาก เธอไม่รู้ว่าศิวะต้องการอะไรจากเธอ และเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร
เมื่อจันทร์จิราเดินทางไปถึงสำนักงานของศิวาลัย กรุ๊ป เธอก็พบว่าศิวะกำลังรอเธออยู่ที่ห้องทำงานของเขา
ศิวะเชิญให้จันทร์จิรานั่งลง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “ฉันมีข้อเสนอให้เธอ”
จันทร์จิรารู้สึกใจเต้นแรง เธอไม่รู้ว่าข้อเสนอของศิวะคืออะไร และมันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาลหรือไม่
“ข้อเสนออะไรคะ” จันทร์จิราถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ฉันต้องการให้เธอมาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของฉัน” ศิวะตอบ
จันทร์จิราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่คาดคิดว่าศิวะจะยื่นข้อเสนอเช่นนี้ให้เธอ
“ทำไมต้องเป็นจันทิมาคะ” จันทร์จิราถาม
“เพราะฉันอยากรู้จักเธอให้มากขึ้น” ศิวะตอบด้วยสายตาที่แน่วแน่
จันทร์จิรารู้สึกสับสนและลังเล เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบรับข้อเสนอของศิวะดีหรือไม่
“จันทิมาขอเวลาคิดดูก่อนได้ไหมคะ” จันทร์จิราเอ่ย
“ได้” ศิวะตอบ “แต่ฉันหวังว่าเธอจะตัดสินใจเร็วๆ”
จันทร์จิราลุกขึ้นจากเก้าอี้ และเดินออกจากห้องทำงานของศิวะด้วยความสับสนวุ่นวายในใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป และข้อเสนอของศิวะจะนำพาเธอไปสู่ทิศทางใดของชีวิต
ในขณะที่จันทร์จิรากำลังเดินออกจากสำนักงานของศิวาลัย กรุ๊ป นั้น เธอก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อเธอไว้
“คุณจันทร์จิรา!”
จันทร์จิราหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” จันทร์จิราถาม
“ดิฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกให้คุณทราบค่ะ” หญิงสาวตอบ
“เรื่องอะไรคะ” จันทร์จิราถามด้วยความสงสัย
“เรื่องเกี่ยวกับศิวาลัย กรุ๊ป และท่านประธานศิวะค่ะ” หญิงสาวตอบ
จันทร์จิรารู้สึกใจเต้นแรง เธอไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้ต้องการจะบอกอะไรเธอ และมันจะเกี่ยวข้องกับชีวิตของเธออย่างไร
“ดิฉันรู้เรื่องราวเบื้องหลังของศิวาลัย กรุ๊ป และรู้ความลับบางอย่างของท่านประธานศิวะค่ะ” หญิงสาวกล่าว
“ความลับอะไรคะ” จันทร์จิราถามด้วยความอยากรู้
“ความลับที่จะทำให้คุณต้องตกใจ” หญิงสาวตอบ “ถ้าคุณอยากรู้เรื่องราวทั้งหมด ดิฉันจะเล่าให้คุณฟัง แต่คุณต้องสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”
จันทร์จิราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจตอบตกลง “ตกลงค่ะ ดิฉันสัญญา”
หญิงสาวพยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะกระซิบข้างหูจันทร์จิราว่า “ท่านประธานศิวะ... กำลังตกอยู่ในอันตราย”
จันทร์จิราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่คาดคิดว่าศิวะจะตกอยู่ในอันตราย และเธอจะทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือเขา
“อันตรายอะไรคะ” จันทร์จิราถามด้วยความร้อนรน
“ดิฉันบอกคุณไม่ได้” หญิงสาวตอบ “แต่ดิฉันจะบอกคุณว่าใครคือคนที่กำลังคุกคามท่านประธานศิวะ”
“ใครคะ” จันทร์จิราถาม
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบว่า “คนที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านประธานศิวะมากที่สุด...”
“ใครคะ บอกดิฉันมา!” จันทร์จิราเร่งเร้า
หญิงสาวมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะกระซิบข้างหูจันทร์จิราด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินว่า “...คือคนในครอบครัวของเขาเอง”