เปลวไฟแห่งการชำระ

Chapter 1 — เปลวไฟแห่งการชำระ

เสียงกรีดร้องแหลมสูงของฉันดังสะท้านไปทั่วห้องบอลรูม แสงไฟระยิบระยับที่เคยสวยงามพลันดับวูบลงในสายตา ฉันทรุดลงกับพื้น พรมแดงเนื้อนุ่มกลับสากกระด้างราวกรวดทราย ความจริงที่เพิ่งรับรู้แทงทะลุหัวใจราวกับถูกมีดกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขา...คนที่ฉันรักสุดหัวใจ...กำลังจะแต่งงานกับคนอื่น

ฉันชื่อ รินรดา วงศ์วานิช ลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัววรวัฒน์ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ชีวิตที่ผ่านมาของฉันราวกับเทพนิยาย ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปูด้วยกลีบกุหลาบ ฉันมีทุกอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะปรารถนา ทั้งความสวย ความร่ำรวย และความรักจาก กฤษณะ ชายหนุ่มที่ฉันวาดฝันถึงอนาคตร่วมกัน

เราพบกันครั้งแรกที่งานเลี้ยงการกุศลเมื่อห้าปีก่อน กฤษณะในชุดสูทสีดำสนิทดูสง่างามราวเทพบุตร เขาเดินเข้ามาทักทายฉันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ดวงตาคมกริบเป็นประกายระยับ ฉันตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น และเขาก็เช่นกัน เราคุยกันถูกคอตั้งแต่เรื่องธุรกิจไปจนถึงเรื่องหนังสือเล่มโปรด ความรู้สึกดีๆ ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และในที่สุดเราก็ตกลงคบหากัน

ห้าปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิต ฉันและกฤษณะตัวติดกันราวกับปาท่องโก๋ เราไปเที่ยวด้วยกัน เดินทางไปต่างประเทศ ดินเนอร์ใต้แสงเทียน ทุกช่วงเวลาเต็มไปด้วยความสุขและความหวานชื่น เขาดูแลฉันอย่างดี เอาใจใส่ทุกรายละเอียด คอยเป็นห่วงเป็นใยเสมอ ไม่ว่าฉันต้องการอะไร เขาก็พร้อมจะหามาให้ ฉันมั่นใจว่าเขาคือคนที่ใช่ เขาคือเนื้อคู่ที่ฟ้าส่งมาให้ฉัน

เราวางแผนอนาคตร่วมกัน เราคุยกันเรื่องบ้านที่เราจะสร้าง เรื่องลูกที่เราอยากมี ฉันวาดฝันถึงชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีเสียงหัวเราะของลูกๆ ดังก้องบ้าน กฤษณะเองก็ดูจะมีความสุขกับอนาคตที่เราวาดไว้เช่นกัน เขาบอกว่าอยากแต่งงานกับฉัน อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกัน ฉันยิ้มทั้งน้ำตา ฉันตอบตกลงโดยไม่ลังเล เพราะฉันรู้ว่าไม่มีใครที่ฉันรักได้มากเท่าเขาอีกแล้ว

แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลงในพริบตา วันนี้เป็นวันครบรอบห้าปีที่เราคบกัน กฤษณะนัดฉันมาทานอาหารเย็นที่โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฉันตื่นเต้นมาก ฉันคิดว่าเขาจะขอฉันแต่งงาน ฉันแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เลือกชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เขาชอบที่สุด ฉันแต่งหน้าทำผมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เขาประทับใจ

เมื่อมาถึงโรงแรม ฉันก็พบว่าห้องอาหารถูกจัดเตรียมอย่างสวยงาม มีดอกกุหลาบสีแดงเต็มไปหมด มีเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ฉันยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย ฉันรู้ว่ากฤษณะต้องเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างแน่นอน ฉันนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างใจจดใจจ่อ

แต่คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่กฤษณะ กลับเป็นเลขานุการของเขา เลขานุการคนนั้นหน้าซีดเผือด เขาเดินเข้ามาหาฉันด้วยท่าทีประหม่า ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีขาวให้ฉัน

"คุณรินรดาครับ ท่านประธานฝากซองนี้มาให้คุณครับ" เลขานุการพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

ฉันรับซองมาด้วยความสงสัย ฉันเปิดซองออกและเริ่มอ่านข้อความข้างใน ทันใดนั้นโลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ข้อความในจดหมายบอกว่ากฤษณะกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ผู้หญิงคนนั้นคือ มณีริน ลูกสาวคนเดียวของเสี่ยสมชาย คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อฉัน

ฉันอ่านจดหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังว่ามันจะเป็นแค่เรื่องตลก หวังว่ามันจะเป็นแค่ความฝันร้าย แต่ทุกตัวอักษรกลับตอกย้ำความจริงที่แสนเจ็บปวด กฤษณะกำลังจะแต่งงานกับมณีริน เขาไม่ได้รักฉันเลย เขาหลอกลวงฉันมาตลอดห้าปี

ความโกรธแค้นแล่นพล่านไปทั่วร่าง ฉันกำจดหมายในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้ ทำไมเขาถึงทรยศความรักของฉัน ฉันทำอะไรผิด ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมเขาถึงเลือกผู้หญิงคนอื่น

ทันใดนั้นเอง ฉันก็เห็นภาพกฤษณะและมณีรินเดินเข้ามาในห้องบอลรูม ทั้งคู่สวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ กฤษณะยิ้มให้มณีรินด้วยรอยยิ้มที่ฉันคุ้นเคย รอยยิ้มที่เคยเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว หัวใจฉันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

และเสียงกรีดร้องแหลมสูงของฉันก็ดังขึ้น ฉันไม่อาจทนเห็นภาพบาดตาบาดใจนั้นได้อีกต่อไป ฉันทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มทลาย

แต่ในขณะที่ฉันกำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำกับฉันแบบนี้ ฉันจะไม่ยอมให้เขาแต่งงานกับมณีริน ฉันจะแก้แค้น ฉันจะทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดกว่าที่ฉันเป็นอยู่เป็นร้อยเท่าพันเท่า

ฉันลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เช็ดน้ำตาออกจากแก้ม ฉันมองไปยังกฤษณะและมณีรินด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเขามีความสุข ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายชีวิตของพวกเขา ฉันจะทำให้พวกเขารู้ว่าการทรยศความรักของฉันมันมีราคาที่ต้องจ่าย

ฉันเดินตรงไปยังเวทีที่กฤษณะและมณีรินกำลังยืนอยู่ เสียงเพลงบรรเลงหยุดลง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉัน ฉันไม่สนใจ ฉันเดินขึ้นไปบนเวทีและคว้าไมโครโฟนมาจากพิธีกร

"ขอโทษนะคะทุกคน" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกให้ทุกคนทราบ" ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดต่อ "เจ้าบ่าวที่ทุกคนเห็นอยู่นี้...เคยเป็นคนรักของฉันค่ะ"

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วห้องบอลรูม มณีรินหันมามองหน้ากฤษณะด้วยความตกใจ ส่วนกฤษณะเองก็หน้าซีดเผือด เขาพยายามจะเข้ามาดึงฉันออกไปจากเวที แต่ฉันหลบได้ทัน

"เขาหลอกลวงฉันมาตลอดห้าปี" ฉันพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น "เขาบอกว่ารักฉัน บอกว่าอยากแต่งงานกับฉัน แต่สุดท้ายเขาก็ทรยศฉัน ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ" ฉันมองไปยังมณีรินด้วยสายตาที่เย้ยหยัน "คุณมณีรินคะ คุณกำลังแต่งงานกับผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและหลอกลวงที่สุดในโลกค่ะ"

มณีรินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอเงื้อมือขึ้นตบหน้าฉัน แต่ฉันจับมือเธอไว้ได้ทัน

"อย่าคิดว่าจะทำร้ายฉันได้ง่ายๆ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียม "ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันอีกต่อไป" ฉันผลักมณีรินออกไปจนเสียหลัก เธอเกือบจะล้มลงถ้ากฤษณะไม่เข้ามาประคองไว้

"รินรดา เธอทำบ้าอะไรของเธอ!" กฤษณะตะคอกใส่ฉันด้วยความโกรธ

"ฉันแค่กำลังเปิดโปงความจริงให้ทุกคนรู้" ฉันตอบด้วยรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก "ความจริงที่ว่าเธอเป็นคนเลวทรามขนาดไหน" ฉันหันไปมองแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน "ทุกคนคะ ฉันขอประกาศตรงนี้เลยว่า ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นกฤษณะและมณีริน ฉันจะทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บปวดกว่าที่ฉันเป็นอยู่เป็นร้อยเท่าพันเท่า!"

สิ้นเสียงของฉัน แสงไฟในห้องบอลรูมก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นเพราะมีคนจงใจดับไฟ ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงเอะอะโวยวายดังระงมไปทั่วห้อง ในความมืดมิด ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่ฉัน ฉันรู้ว่าฉันได้สร้างศัตรูมากมาย แต่ฉันไม่สนใจ เพราะสิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือการแก้แค้น

ทันใดนั้นเอง ฉันก็รู้สึกถึงมือเย็นเฉียบที่แตะลงบนไหล่ของฉัน ฉันหันกลับไปมอง แต่สิ่งที่ฉันเห็นกลับเป็นเพียงความมืดมิด ก่อนที่สติของฉันจะดับวูบลง ฉันได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู

"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น รินรดา..."

เมื่อฉันรู้สึกตัวอีกครั้ง ฉันพบว่าตัวเองอยู่ในห้องแคบๆ ที่มืดสนิท ฉันพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับอ่อนแรง ฉันจำอะไรไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ไฟดับ ฉันไม่รู้ว่าใครพาฉันมาที่นี่ และพวกเขาต้องการอะไรจากฉัน

แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้ก็คือ ฉันกำลังตกอยู่ในอันตราย และการแก้แค้นของฉันอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

ฉันต้องหาทางออกจากที่นี่ให้ได้ และฉันจะต้องแก้แค้นกฤษณะและมณีรินให้สาสม...