ศัตรูที่รัก: บทที่ 1 - รอยยิ้มของนางฟ้า ความโกรธของปีศาจ
Chapter 1 — ศัตรูที่รัก: บทที่ 1 - รอยยิ้มของนางฟ้า ความโกรธของปีศาจ
เสียงกรีดร้องดังแสบแก้วหูราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย ทำให้ชนิกานต์ต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งความคิด เธอเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน มองไปยังต้นเสียงที่ดังมาจากห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง หรือที่ใครๆ ต่างก็เรียกกันอย่างลับๆ ว่า “ห้องบัญชาการ”
“คุณชนินทร์! ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับงานออกแบบของฉันอีก!” เสียงหวานปนฉุนเฉียวของปาลิตา ดังลอดประตูไม้ออกมาอย่างชัดเจน ชนิกานต์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ เธอรู้ดีว่าการเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องระหว่างปาลิตา เจ้าของบริษัทสาวสวย และชนินทร์ หุ้นส่วนหนุ่มหล่อผู้มากความสามารถ เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนัก
ชนิกานต์เป็นเพียงพนักงานออกแบบกราฟิกคนหนึ่งในบริษัทออกแบบตกแต่งภายในชื่อดัง “The Emerald Design” บริษัทที่ปาลิตาสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเองตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย ด้วยความสามารถและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทำให้ The Emerald Design กลายเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว มีผลงานโดดเด่นมากมาย และเป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนว่า The Emerald Design เป็นบริษัทที่เพียบพร้อมไปด้วยความสุขและความสำเร็จ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างปาลิตาและชนินทร์ สองผู้บริหารหนุ่มสาวที่มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เสมอ ราวกับเป็นคู่กัดที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
ชนิกานต์แอบมองไปยังประตูห้องทำงานของผู้บริหารอีกครั้งด้วยความกังวล เธอรู้ดีว่าปาลิตาเป็นคนเก่งและมีความสามารถ แต่ก็เป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงและดื้อรั้น หากชนินทร์ไม่ยอมอ่อนข้อให้ ปัญหาอาจจะบานปลายไปมากกว่านี้ก็ได้
“เฮ้อ…” ชนิกานต์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอพยายามตั้งสมาธิกับงานที่อยู่ตรงหน้า แต่เสียงทะเลาะที่ดังลอดออกมาเป็นระยะๆ ก็ทำให้เธอไม่สามารถจดจ่อกับงานได้อย่างเต็มที่ ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินไปยังเครื่องชงกาแฟที่อยู่มุมห้อง หวังว่าคาเฟอีนจะช่วยให้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง
ขณะที่เธอกำลังรอให้กาแฟหยดลงในแก้ว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของชนินทร์เดินออกมาจากห้องทำงานของปาลิตาด้วยสีหน้าถมึงทึง เขาเดินผ่านหน้าเธอไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะชายตามอง
ชนิกานต์มองตามหลังชนินทร์ไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสงสาร เห็นใจ และแอบสมน้ำหน้าเล็กน้อย เธอมั่นใจว่าชนินทร์จะต้องเจอเรื่องที่ไม่สบอารมณ์มาแน่ๆ เพราะปกติแล้ว เขาเป็นคนที่สุภาพและมีอัธยาศัยดีกับทุกคน
“เป็นอะไรไป ชนิกานต์ หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลยนะ” เสียงทักทายของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ทำให้ชนิกานต์หลุดออกจากภวังค์ เธอหันไปยิ้มให้เล็กน้อย
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ได้ยินเสียงทะเลาะกันของเจ้านาย ก็เลยรู้สึกเพลียนิดหน่อย” ชนิกานต์ตอบอย่างอ้อมๆ
“เรื่องปกติแหละ คู่นี้เขาทะเลาะกันทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนพวกเราตามไม่ทัน” เพื่อนร่วมงานตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “แต่ฉันว่านะ ที่พวกเขาทะเลาะกันบ่อยๆ เนี่ย อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขามีใจให้กันก็ได้ ใครจะรู้”
“บ้าเหรอ! เป็นไปไม่ได้หรอก” ชนิกานต์ปฏิเสธทันควัน “ปาลิตากับชนินทร์น่ะนะ ไม่มีทางเป็นไปได้”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ” เพื่อนร่วมงานยักไหล่ “คู่กัดหลายคู่สุดท้ายก็ลงเอยกันทั้งนั้นแหละ”
ชนิกานต์ไม่ได้ตอบอะไร เธอส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับกาแฟในมือ เธอไม่เชื่อว่าปาลิตาและชนินทร์จะมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันได้ เพราะสิ่งที่เธอเห็นอยู่ทุกวันคือการทะเลาะเบาะแว้ง การแข่งขัน และความไม่ลงรอยกัน
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็อดที่จะคิดตามคำพูดของเพื่อนร่วมงานไม่ได้ หากปาลิตาและชนินทร์ไม่ได้เกลียดกันอย่างที่แสดงออก แล้วความสัมพันธ์ของพวกเขามันคืออะไรกันแน่?
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชนิกานต์ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน เธอเก็บของบนโต๊ะทำงาน เตรียมตัวกลับบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะได้เดินออกจากออฟฟิศ เสียงเรียกของปาลิตาก็ดังขึ้น
“ชนิกานต์! มาพบฉันที่ห้องทำงานหน่อย”
ชนิกานต์สะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าปาลิตาต้องการอะไรจากเธอ แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอเดินไปยังห้องทำงานของผู้บริหารด้วยใจที่เต้นระรัว
เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้อง ปาลิตาก็กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าสวยหวานดูเคร่งเครียดกว่าปกติ เมื่อเห็นชนิกานต์ ปาลิตาก็พยักหน้าให้เธอเข้าไปนั่ง
“ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอหน่อย ชนิกานต์” ปาลิตาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันอยากให้เธอช่วยฉันทำงานชิ้นหนึ่ง เป็นงานที่สำคัญมาก และฉันไว้ใจเธอที่สุด”
ชนิกานต์มองหน้าปาลิตาด้วยความสงสัย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมปาลิตาถึงเลือกเธอให้ทำงานสำคัญชิ้นนี้ ทั้งๆ ที่ในบริษัทมีคนที่มีประสบการณ์และความสามารถมากกว่าเธอมากมาย
“งานอะไรเหรอคะ?” ชนิกานต์ถามด้วยความระมัดระวัง
“ฉันอยากให้เธอช่วยฉัน… สืบเรื่องของชนินทร์” ปาลิตาตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับทำให้ชนิกานต์รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า
“สืบเรื่อง… คุณชนินทร์?” ชนิกานต์ทวนคำด้วยความตกตะลึง “ทำไมคุณถึงอยากให้ฉันสืบเรื่องของคุณชนินทร์ล่ะคะ?”
“ฉันสงสัยว่าเขากำลังทำอะไรลับหลังฉันอยู่” ปาลิตาตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ช่วงนี้เขาดูแปลกไป ฉันรู้สึกว่าเขากำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากฉัน”
ชนิกานต์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบปาลิตาอย่างไร เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ การสืบเรื่องส่วนตัวของชนินทร์เป็นสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณ และอาจจะทำให้เธอเดือดร้อนได้หากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย
“ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะทำได้นะคะ” ชนิกานต์ตอบด้วยความลังเล “ฉันไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน และฉันก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน”
“ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก แต่ฉันเชื่อว่าเธอทำได้” ปาลิตาพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “ฉันไม่มีใครที่จะไว้ใจได้อีกแล้ว นอกจากเธอ ชนิกานต์ ช่วยฉันหน่อยนะ”
ชนิกานต์มองเข้าไปในดวงตาของปาลิตา เธอเห็นความกังวลและความสิ้นหวังที่ซ่อนอยู่ภายใน เธอรู้ว่าปาลิตากำลังเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่หลวง และต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก
ในที่สุด ชนิกานต์ก็ตัดสินใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบตกลง
“ตกลงค่ะ ฉันจะช่วยคุณ”
ปาลิตายิ้มออกมาด้วยความดีใจ เธอจับมือของชนิกานต์ไว้แน่น แล้วกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง
“ขอบคุณมากนะ ชนิกานต์ ฉันรู้ว่าฉันตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเธอ”
หลังจากที่ชนิกานต์ออกจากห้องทำงานของปาลิตา เธอก็รู้สึกสับสนและกังวลอย่างมาก เธอไม่รู้ว่าเธอได้ตัดสินใจถูกต้องหรือไม่ แต่เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธความช่วยเหลือจากปาลิตาได้
ขณะที่เธอกำลังเดินออกจากออฟฟิศ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นชนินทร์กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่หน้าประตูทางเข้า เขาหันหลังให้เธอ ทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเขาได้ แต่จากน้ำเสียงที่เธอได้ยิน เธอก็พอจะเดาได้ว่าเขากำลังคุยกับใครบางคนด้วยท่าทีที่สนิทสนมเป็นพิเศษ
“ครับ… ผมกำลังจะกลับแล้ว… คิดถึงเหมือนกัน…” ชนินทร์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ชนิกานต์หยุดชะงัก เธอรู้สึกเหมือนมีใครเอาน้ำเย็นมาราดรดตัว เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกเจ็บปวดเมื่อได้ยินชนินทร์พูดแบบนั้น แต่ความรู้สึกนั้นมันรุนแรงจนทำให้เธอแทบจะยืนไม่อยู่
เธอรีบเดินออกจากออฟฟิศไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับไปมองชนินทร์อีกเลย เธอไม่รู้ว่าชนินทร์กำลังคุยกับใคร และเธอก็ไม่อยากรู้ด้วย แต่สิ่งที่เธอรู้ก็คือ ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะเธอได้ก้าวเข้าไปสู่เกมที่เต็มไปด้วยความลับ การหลอกลวง และความรักที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เมื่อชนิกานต์กลับถึงบ้าน เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน เธอหลับตาลง พยายามสะสางความคิดที่สับสนวุ่นวายอยู่ในหัว แต่ภาพของชนินทร์ที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก็ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอไม่ยอมหายไป
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกหวั่นไหวกับชนินทร์ ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเขาเลยสักครั้ง หรือว่าจริงๆ แล้ว เธออาจจะมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
ขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
“ใครโทรมานะ?” ชนิกานต์พึมพำกับตัวเอง เธอตัดสินใจรับสาย
“สวัสดีค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“สวัสดีครับ คุณชนิกานต์ใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มของชายคนหนึ่งดังลอดมาตามสาย
“ใช่ค่ะ ฉันเอง ใครพูดคะ?” ชนิกานต์ถามด้วยความสงสัย
“ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณเกี่ยวกับคุณชนินทร์” ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ผมรู้ว่าคุณกำลังสืบเรื่องของเขาอยู่”
ชนิกานต์สะดุ้งสุดตัว เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร และรู้เรื่องที่เธอสืบเรื่องของชนินทร์ได้อย่างไร แต่สิ่งที่เธอรู้ก็คือ เธอได้ก้าวเข้าไปสู่โลกที่อันตรายยิ่งกว่าที่เธอคิดไว้เสียแล้ว
“คุณเป็นใคร? และคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?” ชนิกานต์ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ผมจะบอกคุณทุกอย่าง แต่คุณต้องมาพบผม” ชายคนนั้นตอบ “มาที่…” เขาส่งสถานที่แห่งหนึ่งมาให้ชนิกานต์ทางข้อความ “แล้วผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟัง”
ก่อนที่ชนิกานต์จะได้ตอบอะไร ชายคนนั้นก็ตัดสายไปเสียแล้ว ชนิกานต์มองไปยังสถานที่ที่ชายคนนั้นส่งมาให้ด้วยความหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เธอควรจะไปพบชายคนนั้นหรือไม่ หรือเธอควรจะบอกเรื่องนี้ให้ปาลิตารู้
แต่สิ่งที่เธอรู้ก็คือ เธอได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะรับมือได้เสียแล้ว และชีวิตของเธอก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป