ดวงวิญญาณในตู้เสื้อผ้า
Chapter 1 — ดวงวิญญาณในตู้เสื้อผ้า
ลมหายใจอุ่นชื้นรดต้นคอของฉัน ฉันสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมอง แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า มือน้อยๆเย็นเฉียบเมื่อครู่หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกขนลุกเกรียวที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัว
ฉันชื่อ ‘พิมพ์’ เป็นนักศึกษาปีสุดท้าย คณะโบราณคดี ฉันย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเก่าแก่หลังนี้ได้เพียงไม่กี่เดือน บ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดจากคุณยายที่เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน บ้านทรงไทยโบราณอายุเกือบร้อยปี ตั้งอยู่สุดซอยลึกในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรยากาศรอบบ้านเงียบสงบ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาครึ้มตลอดทั้งวัน
ตอนแรกฉันดีใจมากที่ได้บ้านหลังนี้ เพราะมันใกล้กับมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนอยู่ แถมยังมีพื้นที่กว้างขวางให้ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นส่วนตัว แต่หลังจากที่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน ฉันก็เริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างในบ้านหลังนี้
เสียงแปลกๆที่ฉันได้ยินครั้งแรก คือเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากห้องเก็บของใต้ดิน ห้องเก็บของนั้นตั้งอยู่ใต้ถุนบ้าน เป็นห้องแคบๆที่เต็มไปด้วยข้าวของเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างไว้ ฉันไม่เคยลงไปในห้องนั้นเลยตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ เพราะมันดูน่ากลัวและอับชื้น แต่เสียงกระซิบนั้นกลับดังขึ้นเรื่อยๆ และดังขึ้นทุกที จนฉันเริ่มรู้สึกว่ามันกำลังเรียกหาฉัน
คืนหนึ่ง ฉันตัดสินใจที่จะลงไปสำรวจห้องเก็บของใต้ดิน ฉันถือตะเกียงน้ำมันเดินลงบันไดไม้ที่ผุพังอย่างระมัดระวัง เมื่อลงมาถึงด้านล่าง ฉันก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ห้องเก็บของนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นละอองและหยากไย่ ข้าวของเก่าแก่ถูกวางทิ้งระเกะระกะไปทั่ว ทั้งหีบไม้โบราณ เก้าอี้โยกเก่าๆ และรูปภาพบุคคลที่ซีดจางจนแทบมองไม่ออก
ฉันเดินสำรวจห้องเก็บของอย่างช้าๆ ฉันพยายามมองหาที่มาของเสียงกระซิบที่ฉันได้ยิน แต่ก็ไม่พบอะไรเลย ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดมากไปเอง และเสียงที่ฉันได้ยินอาจจะเป็นเพียงแค่เสียงลมที่พัดผ่านเข้ามาในบ้านเท่านั้น
แต่แล้ว ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินออกจากห้องเก็บของ เสียงกระซิบนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังใกล้กว่าเดิมมาก จนฉันรู้สึกเหมือนว่ามันกำลังกระซิบอยู่ข้างหูฉัน
"ช่วยด้วย… ช่วยฉันด้วย…"
ฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ฉันรีบหันขวับไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใครเลย ฉันเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ ฉันรีบวิ่งออกจากห้องเก็บของใต้ดิน และขึ้นไปบนบ้านอย่างรวดเร็ว
หลังจากคืนนั้น ฉันก็ไม่กล้าลงไปในห้องเก็บของใต้ดินอีกเลย ฉันพยายามที่จะไม่สนใจเสียงกระซิบที่ฉันได้ยิน และพยายามที่จะใช้ชีวิตตามปกติ แต่เสียงนั้นก็ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ และดังขึ้นทุกที จนฉันเริ่มรู้สึกว่ามันกำลังกัดกินจิตใจของฉันไปทีละน้อย
ฉันเริ่มนอนไม่หลับ ฝันร้ายถึงห้องเก็บของใต้ดินอยู่เสมอ ในฝัน ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ในห้องนั้น เธอสวมชุดไทยโบราณสีขาว ผมยาวสยาย ใบหน้าของเธอซีดเซียว และดวงตาของเธอก็เศร้าสร้อย
ผู้หญิงคนนั้นมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ขอความช่วยเหลือ เธอพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉันไม่ได้ยินเสียงของเธอเลย ฉันพยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือเธอ แต่ฉันก็ไม่สามารถขยับตัวได้เลย ฉันได้แต่ยืนมองเธอด้วยความสิ้นหวัง
เมื่อฉันตื่นขึ้น ฉันก็พบว่าตัวเองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียอย่างมาก ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้ว ฉันต้องหาทางที่จะไขปริศนาของบ้านหลังนี้ให้ได้ ก่อนที่มันจะกัดกินจิตใจของฉันไปจนหมด
ฉันเริ่มศึกษาประวัติของบ้านหลังนี้ ฉันไปที่หอสมุดแห่งชาติ และค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลของคุณยายของฉัน ฉันพบว่าตระกูลของฉันเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ก็มีเรื่องราวลึกลับและความตายที่น่าเศร้าเกิดขึ้นในตระกูลนี้หลายครั้ง
ฉันพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งในตระกูลของฉันชื่อว่า ‘คุณหญิงวาด’ เธอเป็นหญิงสาวที่สวยงามและฉลาดหลักแหลม เธอเป็นที่รักของคนในตระกูล แต่เธอกลับเสียชีวิตอย่างกะทันหันในห้องเก็บของใต้ดินเมื่อร้อยกว่าปีก่อน
ตามประวัติศาสตร์ คุณหญิงวาดป่วยหนักและเสียชีวิต แต่มีข่าวลือหนาหูว่าเธอถูกฆาตกรรม มีคนเห็นชายแปลกหน้าเข้ามาในบ้านก่อนวันที่คุณหญิงวาดเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน และหลังจากนั้นชายคนนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ฉันเริ่มสงสัยว่าเสียงกระซิบที่ฉันได้ยินนั้นเป็นเสียงของวิญญาณของคุณหญิงวาด เธออาจจะต้องการให้ฉันช่วยเหลือเธอ ไขปริศนาการตายของเธอ และนำความยุติธรรมมาสู่เธอ
ฉันตัดสินใจที่จะลงไปในห้องเก็บของใต้ดินอีกครั้ง คราวนี้ฉันไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนครั้งก่อน แต่ฉันกลับรู้สึกสงสารและเห็นใจคุณหญิงวาด ฉันต้องการที่จะช่วยเหลือเธอให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน
ฉันถือตะเกียงน้ำมันเดินลงบันไดไม้ที่ผุพังอย่างระมัดระวัง เมื่อลงมาถึงด้านล่าง ฉันก็เริ่มพูดกับวิญญาณของคุณหญิงวาด
"คุณหญิงวาดคะ ฉันชื่อพิมพ์ ฉันเป็นหลานของคุณยายทวดของคุณหญิง ฉันรู้เรื่องราวของคุณหญิงแล้วนะคะ ฉันอยากจะช่วยคุณหญิงค่ะ บอกฉันมาได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหญิงกันแน่"
ในขณะที่ฉันกำลังพูด เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังชัดเจนกว่าเดิมมาก จนฉันสามารถจับใจความได้
"เขา… เขาฆ่าฉัน…"
เสียงกระซิบนั้นขาดหายไป ฉันยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ฉันรู้แล้วว่าใครเป็นคนฆ่าคุณหญิงวาด แต่ฉันยังไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องฆ่าเธอ
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องเก็บของใต้ดินก็ปิดลงอย่างแรง เสียงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง ฉันพยายามที่จะเปิดประตู แต่ประตูกลับถูกล็อกจากข้างนอก ฉันถูกขังอยู่ในห้องเก็บของใต้ดินกับวิญญาณของคุณหญิงวาด
ความมืดมิดเข้าปกคลุม ฉันได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังมาจากมุมห้อง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของคุณหญิงวาด แต่มันเป็นเสียงหัวเราะที่ชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัว เสียงหัวเราะนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนฉันรู้สึกเหมือนว่ามันกำลังจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว
ฉันกรีดร้องออกมาสุดเสียง และทรุดตัวลงกับพื้น ฉันไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับฉันต่อไป แต่ฉันรู้ว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างแน่นอน
ตะเกียงน้ำมันในมือของฉันดับลง ทิ้งให้ฉันอยู่ในความมืดมิดเพียงลำพัง ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และเสียงกระซิบที่ดังข้างหูฉัน
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังนี้… พิมพ์…"
และแล้ว… ฉันก็รู้สึกถึงมือน้อยๆเย็นเฉียบที่จับมาที่มือของฉัน… มือนั้นเย็น…เหมือนน้ำแข็ง…
แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ… ฉันไม่ได้มีแค่มือเดียวที่จับมือฉัน… ยังมีมืออีกข้าง… กำลังบีบคอฉันอยู่…