กลิ่นกาแฟไหม้กับรอยยิ้มของศัตรู

Chapter 1 — กลิ่นกาแฟไหม้กับรอยยิ้มของศัตรู

กลิ่นกาแฟไหม้คลุ้งไปทั่วร้าน มันเป็นกลิ่นที่ทำให้พิมพ์ตะวันแทบจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธออยากจะทำลายข้าวของมากกว่านั้นคือรอยยิ้มกวนประสาทของคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์

“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณพิมพ์ตะวัน” ภูผาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นต้นเหตุของหายนะที่กำลังเกิดขึ้น

“อรุณสวัสดิ์บ้านนายสิ! กาแฟไหม้ขนาดนี้ ใครจะกินลง!” พิมพ์ตะวันตวาดกลับ เธอพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมาต่อหน้าลูกค้าคนอื่นๆ ในร้าน

“โอ้… ผมขอโทษทีครับ สงสัยวันนี้จะรีบไปหน่อย” ภูผาแสร้งทำหน้าเสียใจ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

พิมพ์ตะวันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ดีว่าภูผากำลังยั่วโมโหเธอ และเธอจะไม่ยอมตกหลุมพรางของเขา “ไม่ต้องมาสำออยเลยนะภูผา นายตั้งใจทำใช่ไหมล่ะ?”

“ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร” ภูผายักไหล่ “แต่ถ้าคุณไม่ชอบกาแฟไหม้ ผมยินดีชงให้ใหม่นะครับ”

“ไม่ต้องเลย! ฉันทำเองได้” พิมพ์ตะวันเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ ผลักภูผาให้พ้นทาง แล้วเริ่มลงมือชงกาแฟแก้วใหม่ด้วยตัวเอง

“ตามสบายเลยครับ” ภูผายิ้มกริ่ม “ผมจะไปต้อนรับลูกค้าคนอื่นๆ เอง”

พิมพ์ตะวันมองตามหลังภูผาด้วยความขุ่นเคือง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้ทุกเช้าด้วย แค่คิดว่าต้องเจอหน้าภูผาทุกวันก็แทบจะบ้าแล้ว

ร้าน “ตะวันคอฟฟี่” เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบสงบแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พิมพ์ตะวันเปิดร้านนี้มาได้สองปีแล้ว และมันก็เป็นเหมือนลูกน้อยของเธอ เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับร้านนี้ และมันก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นร้านกาแฟยอดนิยมของคนในย่านนี้

แต่ความสุขของพิมพ์ตะวันก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อภูผาตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ “ผาเบเกอรี่” ตรงข้ามกับร้านของเธอ ภูผาเป็นลูกชายของเจ้าของที่ดินที่พิมพ์ตะวันเช่าร้านอยู่ และเขาก็ไม่เคยชอบขี้หน้าเธอตั้งแต่แรกเจอ

ภูผาเป็นคนหล่อ รวย และมั่นใจในตัวเอง เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ หลายคน แต่พิมพ์ตะวันไม่เคยสนใจเขาเลยสักนิด เธอรำคาญความกวนประสาทและความเย่อหยิ่งของเขา

และที่สำคัญที่สุด ภูผาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้ร้าน “ตะวันคอฟฟี่” ของเธอต้องเจ๊ง ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาเครื่องดื่ม การจัดโปรโมชั่นที่เย้ายวนใจ หรือแม้กระทั่งการปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับร้านของเธอ

พิมพ์ตะวันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอพยายามสู้กลับทุกวิถีทาง แต่ดูเหมือนว่าภูผาจะมีไพ่เหนือกว่าเธอเสมอ

“กาแฟได้แล้วค่ะ” พิมพ์ตะวันวางกาแฟแก้วใหม่ลงบนเคาน์เตอร์

“ขอบคุณค่ะ” ลูกค้ารับกาแฟไปพร้อมกับรอยยิ้ม

พิมพ์ตะวันมองลูกค้าด้วยความรู้สึกขอบคุณ เธอรู้ว่าลูกค้าเหล่านี้คือคนที่ทำให้ร้านของเธอยังคงอยู่รอดได้

“วันนี้อากาศดีจังเลยนะครับ” ภูผาเดินเข้ามาทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ค่ะ อากาศดีมากๆ” ลูกค้าตอบกลับ

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอแนะนำเค้กมะพร้าวอ่อนของทางร้านนะครับ อร่อยมากๆ เลย” ภูผาเสนอ

“น่าสนใจจังเลยค่ะ” ลูกค้าหันไปมองเค้กในตู้

พิมพ์ตะวันกัดฟันแน่น เธอรู้ว่าภูผากำลังพยายามแย่งลูกค้าของเธอ

“ร้านเราก็มีเค้กอร่อยๆ นะคะ” พิมพ์ตะวันพูดขึ้น

“ร้านคุณมีเค้กด้วยเหรอครับ? ผมไม่เห็นรู้เลย” ภูผาแสร้งทำเป็นตกใจ

“มีสิคะ เค้กช็อกโกแลตลาวาของร้านเราอร่อยที่สุดในย่านนี้เลยค่ะ” พิมพ์ตะวันตอบกลับ

“ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องลองชิมดูบ้างแล้ว” ภูผายิ้มเยาะ

พิมพ์ตะวันมองภูผาด้วยความโกรธ เธออยากจะกระโดดเข้าไปบีบคอเขาให้ตาย แต่เธอทำไม่ได้ เธอต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเอง

“ตามสบายเลยค่ะ” พิมพ์ตะวันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ภูผาสั่งเค้กช็อกโกแลตลาวาของร้านพิมพ์ตะวัน แล้วนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง เขาเริ่มกินเค้กอย่างช้าๆ ราวกับกำลังพิจารณารสชาติของมัน

พิมพ์ตะวันมองภูผาด้วยความกระวนกระวาย เธออยากรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเค้กของเธอ

“เป็นยังไงบ้างคะ?” พิมพ์ตะวันถาม

“ก็งั้นๆ แหละครับ” ภูผาตอบ “ไม่เห็นอร่อยอย่างที่คุยเลย”

พิมพ์ตะวันแทบจะคลั่ง เธอรู้ว่าภูผาโกหก เค้กช็อกโกแลตลาวาของเธออร่อยมากๆ ใครๆ ก็ชอบกิน

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป” พิมพ์ตะวันพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“แต่ผมว่ากาแฟของคุณอร่อยกว่าเยอะเลยนะครับ” ภูผาพูดต่อ

“จริงเหรอคะ?” พิมพ์ตะวันถามด้วยความสงสัย

“จริงสิครับ” ภูผาตอบ “ผมชอบกาแฟของคุณมากๆ เลย”

“…” พิมพ์ตะวันไม่รู้จะพูดอะไร เธอสับสนไปหมด

“ว่าแต่ว่า…” ภูผาเว้นจังหวะ “คุณจะยอมให้ผมชิมกาแฟของคุณฟรีๆ ได้ไหมครับ?”

พิมพ์ตะวันมองภูผาด้วยความไม่ไว้วางใจ เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่

“ทำไมฉันต้องให้คุณชิมกาแฟฟรีๆ ด้วย?” พิมพ์ตะวันถาม

“ก็เพราะว่าผมอยากจะรู้ว่ากาแฟของคุณอร่อยแค่ไหนไงล่ะครับ” ภูผาตอบ

“…” พิมพ์ตะวันยังคงลังเล

“ถ้าคุณไม่ให้ ผมก็คงต้องไปซื้อกินเอง” ภูผาพูด

“…” พิมพ์ตะวันตัดสินใจ “ก็ได้ ฉันจะให้คุณชิมกาแฟฟรีๆ”

“จริงเหรอครับ?” ภูผาถามด้วยความดีใจ

“จริงสิคะ” พิมพ์ตะวันตอบ “แต่มีข้อแม้”

“ข้อแม้อะไรเหรอครับ?” ภูผาถาม

“คุณต้องบอกมาว่าทำไมคุณถึงพยายามทำให้ร้านของฉันต้องเจ๊ง” พิมพ์ตะวันตอบ

ภูผาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ผมจะบอกคุณ… ถ้าคุณยอมไปกินข้าวกับผม”

พิมพ์ตะวันตกตะลึง เธอไม่คิดว่าภูผาจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา

“ว่าไงครับ?” ภูผาถาม “คุณจะยอมไปกินข้าวกับผมไหม?”

พิมพ์ตะวันไม่รู้จะตอบยังไง เธอรู้แต่ว่าเธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต…