พันธนาการโลหิต: บทเพลงแห่งอรุณรุ่ง
Chapter 1 — พันธนาการโลหิต: บทเพลงแห่งอรุณรุ่ง
กลิ่นคาวเลือดคลุ้งฟุ้งไปทั่วลานประหาร แสงตะวันสีแดงฉานสาดส่องร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกตรึงอยู่บนแท่นไม้ หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับกลองศึก มิใช่ด้วยความหวาดกลัว หากแต่เป็นความโกรธแค้นที่กัดกินวิญญาณ
"หนานจิ่ง!" เสียงแผดร้องของหญิงชราดังมาจากฝูงชนที่เบียดเสียดอยู่เบื้องล่าง นางพยายามจะฝ่าวงล้อมเข้ามา แต่ถูกทหารร่างกำยำขวางกั้นเอาไว้ หนานจิ่งเหลือบมองไปยังร่างนั้นด้วยความปวดร้าว นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นหน้าย่าของเขา
หนานจิ่ง เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏต่อราชสำนัก ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการ 'พันธนาการโลหิต' พิธีกรรมโบราณที่ทรมานและปลิดชีพเหยื่ออย่างช้าๆ ด้วยการสูบโลหิตออกจากร่างจนหมดสิ้น เขาเคยเป็นความหวังของหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาเมฆา เป็นอัจฉริยะที่ได้รับการขนานนามว่ามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังปราณอันดับหนึ่งในรอบร้อยปี แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลงเมื่อเขาถูกใส่ร้าย
เสียงกลองเริ่มดังขึ้น เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นพิธี หนานจิ่งเงยหน้ามองไปยังบัลลังก์ทองที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า องค์จักรพรรดิทรงประทับอยู่บนนั้น สีหน้าเฉยเมยราวกับมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง หนานจิ่งจ้องมองไปยังดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ไร้ซึ่งความเมตตา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
"ข้าไม่ได้ทำ!" หนานจิ่งตะโกนสุดเสียง "ข้าถูกใส่ร้าย!"
แต่ไม่มีใครฟัง เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงกลองที่ดังกระหน่ำราวกับจะฉีกกระชากวิญญาณ
ชายในชุดคลุมสีดำเดินเข้ามา เขาคือมหาปุโรหิต ผู้ทำหน้าที่ในการประกอบพิธีพันธนาการโลหิต ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความกระหายใคร่รู้
"หนานจิ่ง" เสียงของมหาปุโรหิตแหบแห้ง "เจ้ามีอะไรจะกล่าวเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่?"
หนานจิ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเหลือบมองไปยังย่าของเขาอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มของนาง
"ข้าขอสาปแช่ง!" หนานจิ่งตะโกนก้อง "ข้าขอสาปแช่งพวกเจ้าทุกคน! ขอให้พวกเจ้าจงพบแต่ความวิบัติ! ขอให้ราชวงศ์ของพวกเจ้าจงล่มสลาย! ข้าจะกลับมา! ข้าจะกลับมาแก้แค้น!"
คำสาปแช่งดังก้องไปทั่วลานประหาร มหาปุโรหิตแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
"เริ่มพิธีได้!" เขาออกคำสั่ง
ทหารสองนายเดินเข้ามาพร้อมกับมีดสั้นในมือ พวกเขาจับแขนของหนานจิ่งตรึงไว้กับแท่นไม้ จากนั้นก็กรีดลงบนข้อมือของเขา
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างของหนานจิ่ง เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล หยดลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง
ท่อแก้วขนาดใหญ่ถูกนำมาติดตั้งไว้ใต้ข้อมือของหนานจิ่ง เลือดของเขาถูกสูบออกไปอย่างช้าๆ ทรมาน
ความรู้สึกอ่อนแรงเริ่มคืบคลานเข้ามา หนานจิ่งรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มชา ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว
แต่ความโกรธแค้นยังคงลุกโชนอยู่ในใจของเขา มันเป็นเชื้อเพลิงที่คอยเติมพลังให้เขา มันเป็นแรงผลักดันให้เขาอดทน
เขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจะไม่ยอมตาย เขาจะกลับมาแก้แค้น
ในขณะที่สติสัมปชัญญะของหนานจิ่งเริ่มเลือนราง เขาได้ยินเสียงกระซิบแว่วมาในหู
"เจ้าต้องการพลังหรือไม่?"
เสียงนั้นทุ้มต่ำและลึกลับ มันดังก้องอยู่ในจิตใจของเขา
"ข้าต้องการ!" หนานจิ่งตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล
"ข้าจะมอบมันให้เจ้า" เสียงนั้นกล่าว "แต่เจ้าต้องยอมรับข้อแลกเปลี่ยน"
"ข้อแลกเปลี่ยน?" หนานจิ่งถาม
"เจ้าต้องสละบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญยิ่งสำหรับเจ้า" เสียงนั้นตอบ
"ข้ามีอะไรให้สละ?" หนานจิ่งถามอย่างสิ้นหวัง
"เจ้ามีชีวิตของเจ้า" เสียงนั้นตอบ
หนานจิ่งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาคิดทบทวนถึงสิ่งที่เสียงนั้นกล่าว
ชีวิตของเขา...มันมีค่าอะไร? เขาถูกทรยศ เขาถูกใส่ร้าย เขาถูกตัดสินประหารชีวิต ชีวิตของเขาไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป
"ข้าตกลง!" หนานจิ่งตอบ
ทันทีที่หนานจิ่งตอบรับ เสียงนั้นก็หายไป ความเจ็บปวดที่เขากำลังประสบอยู่ก็ทวีความรุนแรงขึ้นราวกับจะฉีกกระชากร่างของเขาให้เป็นชิ้นๆ
ภาพทุกอย่างเริ่มดับวูบลง หนานจิ่งรู้สึกว่าวิญญาณของเขากำลังจะออกจากร่าง
แต่ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ เขาได้เห็นแสงสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา มันเป็นแสงที่มืดมิดและน่าสะพรึงกลัว มันแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบข้าง
ในขณะเดียวกัน ที่หุบเขาเมฆา ย่าของหนานจิ่งกำลังนั่งสวดภาวนาอยู่ที่หน้าแท่นบูชา ทันใดนั้น นางก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์ร้าย นางลืมตาขึ้นและมองไปยังทิศทางของเมืองหลวง
"เกิดอะไรขึ้นกับหนานจิ่ง?" นางพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ทันใดนั้น แท่นบูชาที่นางกำลังนั่งอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีดำพวยพุ่งออกมาจากพื้นดิน มันแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบข้าง
ย่าของหนานจิ่งกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว นางพยายามจะหนี แต่ก็ไม่ทัน แสงสีดำกลืนกินร่างของนางไปอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตา หุบเขาเมฆาทั้งหมดก็ถูกกลืนกินด้วยแสงสีดำ มันกลายเป็นดินแดนแห่งความมืดมิดและไร้ชีวิตชีวา
ณ ลานประหาร ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างของหนานจิ่งก็ลอยขึ้นจากแท่นไม้ ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีดำออกมา
ดวงตาของเขาเปิดขึ้น ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำราวกับโลหิต มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความมุ่งร้าย
"ข้ากลับมาแล้ว!" หนานจิ่งคำราม
จากนั้นเขาก็ระเบิดพลังปราณออกมา พลังปราณนั้นรุนแรงและชั่วร้าย มันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
ลานประหารราบเป็นหน้ากลอง ทหารและขุนนางถูกพลังปราณนั้นฉีกกระชากจนแหลกละเอียด
องค์จักรพรรดิทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์ทองด้วยความตื่นตระหนก พระองค์พยายามจะหลบหนี แต่ก็ไม่ทัน หนานจิ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพระองค์
"เจ้า!" องค์จักรพรรดิทรงร้องออกมา
หนานจิ่งไม่ตอบ เขาเงื้อมือขึ้นและบีบคอขององค์จักรพรรดิ
"เจ้าจะต้องชดใช้!" หนานจิ่งกล่าว
จากนั้นเขาก็บีบคอขององค์จักรพรรดิจนสิ้นพระชนม์
เมื่อองค์จักรพรรดิทรงสิ้นพระชนม์ แสงสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างของหนานจิ่งก็ดับวูบลง ร่างของเขาร่วงลงสู่พื้นดิน
หนานจิ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้นดิน เลือดไหลอาบร่างของเขา
แต่เขายังไม่ตาย เขายังมีลมหายใจ
และในขณะที่เขากำลังนอนหมดสติอยู่นั้น เขาได้ยินเสียงกระซิบแว่วมาในหูอีกครั้ง
"ภารกิจของเจ้าเพิ่งเริ่มต้นขึ้น" เสียงนั้นกล่าว "เจ้ายังมีหนทางอีกยาวไกล"
หนานจิ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาพบว่าตัวเองอยู่ในป่าทึบ แสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นทาง
เขาลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆ ตัว เขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
แต่เขารู้สิ่งหนึ่ง เขายังมีชีวิตอยู่ และเขาจะแก้แค้น