ดอกไม้เหล็กแห่งตระกูลวรนาถ
Chapter 1 — ดอกไม้เหล็กแห่งตระกูลวรนาถ
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังเสียดแทงทะลุโสตประสาท ราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของ ‘วรรณิศา’ หญิงสาววัย 24 ปี ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าแท่นพิธีสีทองอร่าม แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายวาววับจับดวงหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
“ไม่นะ! อย่าทำอะไรเขา!” วรรณิศาตะโกนสุดเสียง พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของชายฉกรรจ์สองคนที่จับจ้องเธอเอาไว้แน่นหนา ราวกับจะตรึงร่างเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง
เบื้องหน้าของเธอ ‘ธาวิน’ ชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก กำลังถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ริมฝีปากแตกช้ำจากการถูกทำร้าย ร่างกายบอบช้ำจากการถูกทรมาน
“วรรณิศา… อย่า…” ธาวินพยายามเปล่งเสียงแผ่วเบา ราวกับกระซิบ “หนีไป…”
“ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งคุณ!” วรรณิศาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจของเธอราวกับถูกบีบเค้นจนแหลกละเอียดเมื่อเห็นคนที่เธอรักต้องทนทุกข์ทรมานต่อหน้าต่อตา
ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าธาวิน แสงไฟส่องกระทบใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเหี้ยมโหด ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองธาวินด้วยสายตาเย็นชา
‘คิมหันต์’ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ผู้ที่กุมอำนาจเหนือทุกสิ่งในโลกมืดแห่งนี้ เขาคือคนที่วรรณิศาเกลียดชังมากที่สุด เขาคือคนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตของเธอ
“ธาวิน… แกมันก็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมของฉัน” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “แกคิดว่าแกจะสามารถขัดขวางฉันได้งั้นเหรอ?”
ธาวินกัดฟันแน่น พยายามเงยหน้าขึ้นสบตาคิมหันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น “ฉันไม่กลัวแกหรอก คิมหันต์! สักวัน… แกจะต้องได้รับผลกรรม!”
คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างเย็นชา “ผลกรรมงั้นเหรอ? น่าเสียดายที่ฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนั้น” เขาก้มลงกระซิบข้างหูธาวินด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “แต่ฉันจะทำให้แกเห็นเองว่านรกบนดินมันเป็นยังไง”
จากนั้นคิมหันต์ก็ผละออกจากธาวิน หันมามองวรรณิศาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่าง “วรรณิศา… เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องทำแบบนี้?”
วรรณิศาจ้องมองคิมหันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง “เพราะคุณมันเป็นปีศาจ! คุณมันเป็นคนไร้หัวใจ!”
คิมหันต์ยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา “เธอพูดถูก… ฉันมันเป็นปีศาจ แต่เธอเองก็มีส่วนทำให้ฉันเป็นแบบนี้”
“ฉัน?” วรรณิศาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย?”
“เธอก็รู้ดีแก่ใจ” คิมหันต์ตอบด้วยน้ำเสียงลึกลับ “แต่ไม่เป็นไร… ฉันจะค่อยๆ ทำให้เธอเข้าใจเอง”
จากนั้นคิมหันต์ก็หันไปสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “จัดการ!”
สิ้นเสียงของคิมหันต์ ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับมีดปลายแหลมในมือ วรรณิศาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการควบคุม
“ไม่! อย่าทำอะไรเขา! คิมหันต์! ฉันขอร้องล่ะ!” วรรณิศาร้องขอชีวิตธาวินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม
คิมหันต์ยืนมองวรรณิศาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขายกมือขึ้นห้ามลูกน้อง จากนั้นก็เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าวรรณิศา
“ฉันจะให้โอกาสเธอ” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าเธอตกลงที่จะแต่งงานกับฉัน… ฉันจะปล่อยธาวินไป”
“อะไรนะ?” วรรณิศาอุทานด้วยความตกใจ “แต่งงานกับคุณ… ไม่มีทาง!”
“งั้นก็แล้วแต่เธอ” คิมหันต์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ฉันให้เวลาเธอคิด… 24 ชั่วโมง”
จากนั้นคิมหันต์ก็เดินจากไป ทิ้งให้วรรณิศายืนอยู่ท่ามกลางความสับสนและความสิ้นหวัง เธอจะทำอย่างไรดี? เธอจะยอมแต่งงานกับคนที่เธอเกลียดชังเพื่อช่วยชีวิตคนที่เธอรักได้จริงหรือ?
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางเบา ปลุกให้ร่างบางที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างค่อยๆ ขยับ วรรณิศาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตาที่ประดับประดาไปด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรบรรจง
เธออยู่ที่ไหน? ความทรงจำสุดท้ายของเธอก็คือภาพของธาวินที่ถูกทรมาน และข้อเสนอที่แสนโหดร้ายของคิมหันต์
วรรณิศาลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปยังหน้าต่าง เธอเปิดผ้าม่านออก แสงแดดจ้าส่องกระทบใบหน้า ทำให้เธอต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เธอต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
เธออยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่า สไตล์ยุโรป มองเห็นสวนสวยที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน บริเวณโดยรอบเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ราวกับอยู่ในโลกอีกใบ
นี่คือบ้านของคิมหันต์… เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออก หญิงวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบแม่บ้านเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารในมือ
“คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ? ดิฉันเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้วค่ะ” หญิงรับใช้เอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” วรรณิศาถามด้วยความสงสัย
“คุณคิมหันต์เป็นคนพาคุณหนูมาค่ะ” หญิงรับใช้ตอบ “ท่านสั่งให้ดิฉันดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี”
“คิมหันต์…” วรรณิศาพึมพำชื่อนั้นด้วยความรู้สึกขยะแขยง “เขาต้องการอะไรกันแน่?”
“ดิฉันไม่ทราบค่ะ” หญิงรับใช้ตอบ “แต่คุณหนูไม่ต้องกังวลนะคะ คุณคิมหันต์เป็นคนใจดีค่ะ”
“ใจดี?” วรรณิศาหัวเราะเยาะ “เขาฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา คุณยังกล้าบอกว่าเขาใจดีอีกเหรอ?”
หญิงรับใช้เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ดิฉันไม่รู้ว่าคุณคิมหันต์เป็นคนยังไง แต่ดิฉันรู้ว่าท่านดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี”
“ดูแล?” วรรณิศาจ้องมองหญิงรับใช้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลง “นี่มันคือการกักขังชัดๆ!”
“ดิฉันไม่กล้าออกความเห็นค่ะ” หญิงรับใช้ตอบ “แต่ดิฉันขอแนะนำให้คุณหนูทานอาหารเช้าก่อนนะคะ”
วรรณิศาไม่ได้ตอบอะไร เธอเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร มองอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เธอไม่รู้สึกอยากอาหารเลยสักนิด
“ฉันอยากเจอคิมหันต์” วรรณิศาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ดิฉันจะแจ้งให้คุณคิมหันต์ทราบค่ะ” หญิงรับใช้ตอบ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
วรรณิศายืนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เธอต้องการรู้ว่าคิมหันต์ต้องการอะไรจากเธอกันแน่ เธอต้องการรู้ว่าธาวินเป็นอย่างไรบ้าง
เวลาผ่านไปนานแสนนาน ในที่สุดประตูก็เปิดออกอีกครั้ง คิมหันต์เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อรุณสวัสดิ์ วรรณิศา” คิมหันต์เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม “นอนหลับสบายดีไหม?”
“คุณต้องการอะไร?” วรรณิศาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันก็แค่ต้องการดูแลเธอ” คิมหันต์ตอบ “เธอเป็นคนสำคัญของฉันนะ”
“ฉันไม่มีวันเป็นคนสำคัญของคุณ!” วรรณิศาเถียงกลับ “คุณมันก็แค่ปีศาจร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน!”
คิมหันต์หัวเราะในลำคอ “ใจเย็นๆ สิ วรรณิศา” เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอ “ฉันจะค่อยๆ ทำให้เธอเข้าใจเองว่าทำไมฉันถึงต้องทำแบบนี้”
“ไม่มีวัน!” วรรณิศาถอยห่างจากคิมหันต์ “ฉันไม่มีวันเข้าใจคุณ!”
“อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ” คิมหันต์ยื่นมือมาจับแก้มของวรรณิศา “ฉันให้เวลาเธอคิด… 24 ชั่วโมง”
วรรณิศาปัดมือของคิมหันต์ออก “ฉันไม่มีอะไรต้องคิด! คำตอบของฉันก็คือไม่!”
“น่าเสียดาย” คิมหันต์ถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้น… ฉันคงต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ”
“คุณจะทำอะไร?” วรรณิศาถามด้วยความหวาดระแวง
คิมหันต์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป
วรรณิศายืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว คิมหันต์กำลังจะทำอะไร? เขาจะทำร้ายธาวินอีกหรือเปล่า? หรือว่าเขาจะทำอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น?
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น วรรณิศารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ
“ฮัลโหล…” วรรณิศาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“วรรณิศา…” เสียงปลายสายดังแผ่วเบา ราวกับกระซิบ
“ธาวิน!” วรรณิศาอุทานด้วยความดีใจ “คุณเป็นยังไงบ้าง? เขาทำอะไรคุณหรือเปล่า?”
“ฉันสบายดี…” ธาวินตอบ “แต่เธอต้องระวังตัวให้ดี คิมหันต์กำลังวางแผนอะไรบางอย่าง…”
“แผนอะไร?” วรรณิศาถามด้วยความร้อนรน
“ฉันบอกไม่ได้…” ธาวินตอบ “แต่เธอต้องหนีไปให้เร็วที่สุด… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป…”
“หนี?” วรรณิศาทวนคำ “ฉันจะหนีไปไหนได้? เขากักขังฉันไว้ที่นี่…”
“ฉันจะช่วยเธอ…” ธาวินตอบ “รอฉัน…”
สิ้นเสียงของธาวิน สายก็ตัดไป วรรณิศาพยายามโทรกลับ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ
ธาวินกำลังตกอยู่ในอันตราย! เธอต้องช่วยเขา! แต่เธอจะทำอย่างไรได้? เธอถูกกักขังอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ เธอไม่รู้ว่าจะหนีไปไหนได้
ขณะที่วรรณิศากำลังสิ้นหวังอยู่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ ที่หน้าต่าง เธอรีบเดินไปดู ก็พบว่ามีชายคนหนึ่งกำลังปีนเข้ามาในห้องของเธอ
“ใครน่ะ?” วรรณิศาถามด้วยความตกใจ
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองวรรณิศา แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้า ทำให้วรรณิศาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ไม่ต้องกลัว…” ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย “ฉันมาช่วยเธอ…”
ชายคนนั้นคือ ‘หมอวัฒนา’ หมอประจำตัวของตระกูลมาเฟีย… และเป็นคนที่วรรณิศาไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่ง
“หมอวัฒน์…” วรรณิศาพึมพำ “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“ผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว” หมอวัฒน์ตอบ “คุณต้องหนีไปจากที่นี่… คิมหันต์กำลังจะ…”
“กำลังจะอะไร?” วรรณิศาถามด้วยความร้อนรน
หมอวัฒน์เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คิมหันต์กำลังจะแต่งงานกับคุณ…”
วรรณิศาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “แต่งงานกับฉัน? ไม่มีทาง!”
“แต่เขาจะบังคับคุณ” หมอวัฒน์ตอบ “คุณต้องหนีไปก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
“แต่ฉันจะหนีไปไหน?” วรรณิศาถามด้วยความสิ้นหวัง
“ผมจะพาคุณไป…” หมอวัฒน์ตอบ “ผมมีที่ที่ปลอดภัยสำหรับคุณ”
“จริงเหรอ?” วรรณิศาถามด้วยความหวัง
“จริงสิ” หมอวัฒน์ตอบ “เชื่อใจผม… เราต้องรีบไปกันแล้ว”
หมอวัฒน์ยื่นมือมาให้วรรณิศา วรรณิศาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจยื่นมือไปจับมือของหมอวัฒน์
“ไปกันเถอะ…” หมอวัฒน์กระซิบ “ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย…”
ทั้งสองคนค่อยๆ ปีนออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่จากมุมมืด สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและผิดหวัง
คิมหันต์ยืนอยู่ในเงามืด ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาไม่เคยคิดเลยว่าวรรณิศาจะกล้าหักหลังเขา เขาไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะกล้าหนีไปจากเขา
“วรรณิศา…” คิมหันต์พึมพำชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เธอจะต้องเสียใจ…”
จากนั้นคิมหันต์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก “จัดการ…” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ตามล่าเธอมา… ไม่ว่าเธอจะหนีไปอยู่ที่ไหน… ก็ต้องลากตัวเธอกลับมาให้ได้…”
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้นในความมืด ราวกับเสียงของปีศาจร้ายที่กำลังกระหายเลือด…