กลิ่นแก้วจาง...รางเลือน
Chapter 1 — กลิ่นแก้วจาง...รางเลือน
เสียงเปียโนดังก้องกังวานในห้องโถงใหญ่ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์กระทบกับชุดราตรียาวสีแดงเบอร์กันดีของฉัน ราวกับเยาะเย้ยความโง่เขลาที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน...ความโง่เขลาที่ทำให้ฉันต้องกลับมายืนอยู่ตรงนี้อีกครั้ง
“คุณฟ้า…” เสียงทุ้มนุ่มดังมาจากด้านหลัง ฉันหันไปพบกับคุณธนภัทร หนุ่มหล่อทายาทเจ้าของโรงแรมหรูที่ฉันกำลังยืนอยู่ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ เขาเดินเข้ามาใกล้ สองมือประคองแก้วแชมเปญ
“คุณธนภัทร” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่นเครือ “วันนี้คุณดูหล่อเป็นพิเศษเลยนะคะ”
“เช่นกันครับคุณฟ้า” เขาตอบกลับ “คุณสวยจนผมแทบละสายตาไม่ได้เลย”
คำชมนั้นทำให้ฉันรู้สึกหน่วงในใจ ฉันสวย…สวยในวันที่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตที่ฉันพยายามจะลืมเลือน อดีตที่ผูกพันกับชื่อของ ‘เขา’…คุณหมอชินธนภัทร
งานเลี้ยงเปิดตัวโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ แห่งนี้ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จทางธุรกิจ แต่เป็นการกลับมาของฉัน…พริมา หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า ‘ฟ้า’ ดีไซเนอร์สาวชื่อดังที่เคยทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังเมื่อสิบปีก่อน
สิบปีก่อน ฉันเป็นเพียงนักศึกษาปีสองที่ตกหลุมรักคุณหมอหนุ่มแสนดีที่อาสามาเป็นติวเตอร์ให้ ฉันหลงรักรอยยิ้มอบอุ่น ดวงตาที่แสนอ่อนโยน และความใส่ใจที่เขามีให้ ฉันคิดว่าเราคือพรหมลิขิต…จนกระทั่งวันที่ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้มีแค่ฉัน
ฉันจำได้ดีถึงวันที่ฉันตัดสินใจเดินจากมา วันที่ฝนตกหนักจนมองอะไรไม่เห็น วันที่หัวใจฉันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ฉันหนีไปเรียนต่อต่างประเทศ พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ สร้างชื่อเสียงในฐานะดีไซเนอร์ และคิดว่าฉันลืมเขาได้แล้ว
แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อโรงแรมที่คุณธนภัทรเป็นเจ้าของร่วมกับครอบครัว คือโรงพยาบาลที่คุณหมอชินธนภัทรทำงานอยู่…โรงพยาบาลที่เขาเป็นเจ้าของ
“คุณฟ้าดูเหม่อๆ นะครับ” คุณธนภัทรทักขึ้น “ไม่สบายหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ” ฉันรีบตอบ “แค่คิดอะไรเพลินๆ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอชวนคุณฟ้าไปเดินเล่นที่สวนด้านนอกหน่อยได้ไหมครับ บรรยากาศดีมาก”
ฉันลังเลเล็กน้อย การอยู่ใกล้คุณธนภัทรทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย…รู้สึกว่าฉันกำลังเดินไปข้างหน้า แต่การหลีกหนีจากความจริงไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป
“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงในที่สุด
สวนของโรงแรมถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แสงไฟสลัวๆ ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติก ดอกไม้หลากสีส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ฉันเดินเคียงข้างคุณธนภัทรอย่างเงียบๆ พยายามควบคุมความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาในใจ
“คุณฟ้าชอบดอกอะไรมากที่สุดครับ” คุณธนภัทรเอ่ยถามทำลายความเงียบ
“ดอกแก้วค่ะ” ฉันตอบ “ฉันชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมัน”
“ดอกแก้ว…เป็นดอกไม้ที่สวยและหอมจริงๆ” คุณธนภัทรพยักหน้าเห็นด้วย
เราเดินคุยกันเรื่องสัพเพเหระ จนกระทั่งสายตาของฉันเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาที่ยืนอยู่ไม่ไกล…คุณหมอชินธนภัทร เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงไฟส่องกระทบใบหน้า ทำให้เห็นรอยย่นที่หางตาอย่างชัดเจน เขายังคงดูดีเหมือนเดิม…หรืออาจจะดูดีกว่าเดิมเสียอีก
หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นมาทันที ฉันรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย สายตาของเราสบกัน…แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ฉันไม่สามารถอ่านออกได้
“คุณฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” คุณธนภัทรเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
ฉันรีบเบือนหน้าหนีจากคุณหมอชินธนภัทร “เปล่าค่ะ” ฉันตอบเสียงสั่น “ฉันแค่…รู้สึกเหนื่อย”
“ถ้าอย่างนั้น ผมว่าเรากลับเข้าไปข้างในกันดีกว่า” คุณธนภัทรเสนอ
ฉันพยักหน้าเห็นด้วย ฉันไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้…ไม่สามารถเผชิญหน้ากับเขาได้ในตอนนี้
ขณะที่เรากำลังจะเดินกลับเข้าไปในโรงแรม เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
“ฟ้า…”
ฉันหยุดชะงักเท้า หันกลับไปมองเขาอย่างช้าๆ
“ชิน…” ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบา
คุณหมอชินธนภัทรเดินเข้ามาใกล้เรามากขึ้น ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่ฉันเพียงคนเดียว
“เรา…มีเรื่องต้องคุยกัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฉัน…” ฉันอึกอัก ไม่รู้จะตอบอย่างไร
“ขอโทษนะครับคุณธนภัทร ผมขอคุยกับคุณฟ้าเป็นการส่วนตัวสักครู่นะครับ” คุณหมอชินธนภัทรหันไปพูดกับคุณธนภัทรด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
คุณธนภัทรดูลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “ได้ครับคุณหมอ ผมขอตัวก่อนนะครับคุณฟ้า”
คุณธนภัทรเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้นกับคุณหมอชินธนภัทรเพียงลำพัง ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนที่ดังชัดเจน
“ทำไม…” ฉันเอ่ยถามในที่สุด “ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่”
“ฉัน…” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “ฉันรอเธอ”
“รอฉัน?” ฉันเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “รอนานทำไม”
“ฉันรู้ว่าสักวันเธอจะกลับมา” เขาตอบ “และฉันก็รู้ว่าฉันต้องขอโทษเธอ”
“ขอโทษ?” ฉันหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ขอโทษเรื่องอะไร เรื่องที่ทำลายชีวิตฉันงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะฟ้า” เขาพยายามจะอธิบาย “ฉัน…”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วชิน” ฉันตัดบท “เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว”
ฉันหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้
“ไม่จริงฟ้า” เขาพูดเสียงสั่น “เรื่องของเรามันยังไม่จบ”
ฉันพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขา แต่เขาไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยฉันนะชิน” ฉันพูดเสียงดังขึ้น
“ไม่ปล่อย” เขาตอบ “ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว”
“นายไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้” ฉันโกรธจนตัวสั่น “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ว่ายังไง ฉันก็จะไม่ปล่อย” เขาพูดซ้ำ “ฉันเสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันอยากจะขอโอกาสเธออีกครั้ง”
คำพูดของเขาทำให้ฉันชะงัก ฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา…ดวงตาที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ
“โอกาส…” ฉันพึมพำ “นายคิดว่าฉันจะให้โอกาสนายได้อีกเหรอ”
“ฉันรู้ว่ามันยาก” เขาตอบ “แต่ฉันจะพยายาม ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอให้อภัยฉัน”
“ทุกอย่าง…” ฉันทวนคำ “นายจะทำทุกอย่างจริงๆ เหรอ”
“ใช่” เขาตอบอย่างหนักแน่น “ทุกอย่าง”
ฉันจ้องมองเขาอย่างพิจารณา ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น
“ถ้าอย่างนั้น…” ฉันพูด “ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน”
เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
“ถ้านายอยากได้โอกาสจากฉัน” ฉันพูดต่อ “นายต้อง…”
ฉันกระซิบข้อความบางอย่างข้างหูเขา…ข้อความที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่ฉันพูด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาดูตกใจ…สับสน…และลังเล
“เธอ…” เขาพูดไม่ออก
“ว่ายังไงชิน” ฉันถาม “นายจะทำตามข้อเสนอของฉันไหม”
เขาเงียบไปนาน…นานจนฉันเริ่มคิดว่าเขาจะปฏิเสธ
แต่แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมา สบตาฉันด้วยแววตาที่แน่วแน่
“ตกลง” เขาตอบ “ฉันจะทำตามข้อเสนอของเธอ”
คำตอบของเขาทำให้ฉันยิ้มออกมาอย่างพอใจ…รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ
“ดีมากชิน” ฉันพูด “ฉันรอวันนั้น…วันที่นายทำตามสัญญา”
ฉันปล่อยมือจากเขา และเดินจากไปอย่างไม่หันหลังกลับ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความสับสนและความลังเล
ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นั้นอาจจะไม่ถูกต้อง…อาจจะทำให้ฉันเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม แต่ฉันก็พร้อมที่จะเสี่ยง…เพื่อแก้แค้น…เพื่อชดเชยสิ่งที่ฉันเสียไป
แต่ฉันไม่รู้เลยว่าข้อเสนอของฉันนั้น…จะนำพาเราไปสู่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
เมื่อฉันกลับมาถึงห้องพัก ฉันก็ทรุดตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง น้ำตาไหลอาบแก้ม ฉันเหนื่อย…เหนื่อยกับการต้องสวมหน้ากาก เหนื่อยกับการต้องเผชิญหน้ากับอดีต และเหนื่อยกับการต้องวางแผนแก้แค้น
แต่ฉันรู้ว่าฉันหยุดไม่ได้…ฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับ…และฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เขามีความสุขได้อีกต่อไป
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉันปาดน้ำตา และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ฉันตกใจ
“คุณแม่…” ฉันพึมพำ
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ และกดรับโทรศัพท์
“สวัสดีค่ะคุณแม่” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติมากที่สุด
“ฟ้า…แม่มีเรื่องสำคัญจะบอกลูก” เสียงของแม่ฟังดูเคร่งเครียด
“เรื่องอะไรคะคุณแม่” ฉันถามด้วยความกังวล
“เรื่อง…” แม่เงียบไปครู่หนึ่ง “เรื่องของคุณหมอชินธนภัทร…”
“คุณหมอชินธนภัทร?” ฉันถามซ้ำ “มีอะไรเกี่ยวกับเขาเหรอคะ”
“เขา…” แม่พูดเสียงสั่น “เขากำลังจะแต่งงาน…”
คำพูดของแม่ทำให้โทรศัพท์ในมือฉันแทบจะร่วงลงพื้น หัวใจของฉันราวกับถูกบีบอย่างแรง
“แต่งงาน…” ฉันพึมพำ “แต่งงานกับใคร…”
“กับ…” แม่เงียบไปอีกครั้ง “กับน้องสาวของลูกเอง…”
“น้องสาว…” ฉันพูดไม่ออก ความรู้สึกชาหนึบแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย น้องสาวของฉัน…กำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ
ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะรู้สึกอย่างไร…เสียใจ…โกรธ…หรือสมเพชตัวเอง
แต่สิ่งที่ฉันรู้ก็คือ…เกมแก้แค้นของฉัน…เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น