วิวาห์สะท้านฟ้า
Chapter 1 — วิวาห์สะท้านฟ้า
เสียงโทรศัพท์ดังแสบแก้วหูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องนอนหรูหรา ปลุก 'ปริศนา' ให้ตื่นจากห้วงนิทราอันแสนสั้น หญิงสาวเอื้อมมือไปควานหามือถือบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความงัวเงีย ขอบตาร้อนผ่าวจากการร้องไห้เมื่อคืนยังคงทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ
"ฮัลโหลค่ะ..." ปริศนากรอกเสียงลงไปอย่างแผ่วเบา พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ปริศนา นี่แม่เองนะ" เสียงของ 'คุณหญิงระริน' ดังลอดออกมาตามสาย น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด "ตื่นได้แล้วนะลูก วันนี้เป็นวันสำคัญ อย่าให้ใครต้องรอ"
ปริศนารู้ดีว่า 'วันสำคัญ' ที่มารดาพูดถึงนั้นคืออะไร หัวใจของเธอหนักอึ้งจนแทบจะหายใจไม่ออก วันที่เธอต้องแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก คนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะรู้จัก
"ค่ะแม่ พิมพ์ทราบแล้วค่ะ" ปริศนาตอบกลับไปเสียงแผ่วเบา เธอไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับมารดาในเรื่องนี้อีกแล้ว มันไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น
"ดีแล้ว รีบอาบน้ำแต่งตัวซะ" คุณหญิงระรินสั่งเสียงเข้ม "วันนี้ต้องทำให้ดีที่สุด เข้าใจไหม?"
"เข้าใจค่ะ" ปริศนาตอบรับ ก่อนที่คุณหญิงระรินจะตัดสายไป
ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างเชื่องช้า มองไปยังกระจกเงาที่สะท้อนภาพของหญิงสาวในชุดนอนผ้าไหมสีชมพูอ่อน ดวงตากลมโตที่เคยสดใส บัดนี้กลับเศร้าสร้อยและไร้ประกาย ผิวขาวผ่องที่เคยเปล่งปลั่ง บัดนี้กลับดูซีดเซียวและเหนื่อยล้า
ปริศนารู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่ความต้องการของเธอ แต่เป็นความต้องการของครอบครัว ธุรกิจของครอบครัวกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก และการแต่งงานของเธอกับ 'ภาวินท์' ทายาทของตระกูล 'ธนรัตนสกุล' จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวให้กลับคืนมาได้
เธอไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว เธอรักครอบครัวของเธอมาก และเธอพร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อช่วยให้ครอบครัวของเธออยู่รอด แต่ถึงอย่างนั้น หัวใจของเธอก็ยังคงเจ็บปวด เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะต้องมาจบลงด้วยการแต่งงานที่ปราศจากความรัก
น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลอาบแก้มของปริศนา เธอรีบยกมือขึ้นปาดมันออกอย่างรวดเร็ว เธอจะไม่ยอมอ่อนแอ เธอจะต้องเข้มแข็งเพื่อครอบครัวของเธอ
ปริศนาเดินเข้าห้องน้ำไป อาบน้ำแต่งตัวด้วยความรวดเร็ว เธอเลือกสวมชุดไทยศิวาลัยสีงาช้างอ่อน ปักด้วยดิ้นทองอย่างประณีตบรรจง ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างสวยงาม ประดับด้วยปิ่นทองคำขาวและดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์
เมื่อแต่งตัวเสร็จ ปริศนาก็เดินลงมาข้างล่าง เธอเห็นคุณหญิงระรินยืนรอเธออยู่แล้ว สีหน้าของมารดายังคงเคร่งเครียดเช่นเดิม
"สวยมาก" คุณหญิงระรินเอ่ยชมลูกสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "วันนี้ต้องยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าไว้นะ อย่าให้ใครรู้ว่าเราไม่เต็มใจ"
"ค่ะแม่" ปริศนาตอบรับอย่างว่าง่าย
"ไปกันเถอะ" คุณหญิงระรินพูดพร้อมกับเดินนำออกไป
ปริศนาเดินตามมารดาไปขึ้นรถ รถยนต์หรูเคลื่อนตัวออกจากบ้านไปยังโรงแรมห้าดาวชื่อดัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของเธอ
ตลอดทาง ปริศนานั่งเงียบ เธอไม่รู้จะพูดอะไร เธอทำได้เพียงแค่ภาวนาให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี
เมื่อรถยนต์มาจอดที่หน้าโรงแรม ปริศนาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า ก่อนที่จะก้าวลงจากรถ
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสาดเข้ามาอย่างไม่ยั้ง ปริศนาพยายามยิ้มให้กับช่างภาพ เธอเดินเข้าไปในโรงแรม โดยมีคุณหญิงระรินเดินเคียงข้าง
บรรยากาศภายในโรงแรมเต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ แขกเหรื่อมากมายมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอและภาวินท์ ปริศนายิ้มและทักทายแขกเหล่านั้นด้วยความสุภาพ
แต่ในใจของเธอกลับว่างเปล่า เธอไม่รู้สึกอะไรเลย เธอเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาให้ทำตามคำสั่ง
ในที่สุด ปริศนาก็ได้พบกับภาวินท์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาคมคาย เขายืนรอเธออยู่ตรงหน้าเวที
ภาวินท์ยิ้มให้กับปริศนา แต่รอยยิ้มนั้นดูเย็นชาและไม่จริงใจ ปริศนารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
พิธีแต่งงานดำเนินไปตามขั้นตอน ปริศนาและภาวินท์แลกแหวนกัน กล่าวคำสาบานต่อหน้าแขกเหรื่อ และจุมพิตกันอย่างแผ่วเบา
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการ ปริศนาและภาวินท์ก็เดินลงจากเวที เพื่อไปถ่ายรูปกับแขกผู้มีเกียรติ
ในขณะที่กำลังถ่ายรูปอยู่นั้นเอง ปริศนาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งยืนมองเธออยู่จากมุมหนึ่งของห้องโถง เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาเป็นประกายคมกริบ
ปริศนารู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต เธอไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย
ชายหนุ่มคนนั้นค่อยๆ เดินเข้ามาหาเธอ เขาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอขนลุกซู่
"ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ คุณปริศนา"