รอยไหม้บนกลีบกุหลาบ

Chapter 1 — รอยไหม้บนกลีบกุหลาบ

เสียงกรีดร้องแหลมสูงบาดลึกถึงกระดูกดังมาจากห้องนอนชั้นบน ฉันกำแก้วไวน์ในมือแน่นจนเกือบแตกคามือ มองไปยังบันไดวนสีขาวที่ทอดตัวขึ้นไปอย่างเงียบงัน ราวกับมันรู้ดีถึงความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น

“คุณอนุชา…อย่า! ได้โปรด…” เสียงนั้นขาดห้วงไป ตามมาด้วยเสียงตบอย่างแรง ฉันหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตารินไหลอาบแก้ม ความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจมันสาหัสเกินกว่าจะทน

ฉันคือ รดา (Rada) หญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อมั่นในความรัก แต่ตอนนี้…ความรักนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นคมมีดที่กรีดเฉือนทุกความรู้สึก ฉันแต่งงานกับ อนุชา (Pattra) ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน ผู้ที่ใครๆ ต่างก็อิจฉาในความโชคดีของฉัน ชีวิตของฉันเหมือนดั่งเทพนิยาย…อย่างน้อยก็เคยเป็นแบบนั้น

ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ฉันเป็นเพียงนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังมองหางานทำ อนุชาเข้ามาในชีวิตฉันเหมือนแสงสว่าง เขาหล่อเหลา ร่ำรวย และแสนดี เขาตามจีบฉันอย่างจริงจัง ดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง จนฉันตกหลุมรักเขาอย่างหมดหัวใจ เขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยาย เขาพาฉันไปดินเนอร์หรูๆ ซื้อของขวัญราคาแพงให้ พาฉันไปเที่ยวต่างประเทศ และที่สำคัญ…เขามอบความรักที่ฉันไม่เคยได้รับจากใคร

เราแต่งงานกันอย่างยิ่งใหญ่ อลังการสมฐานะทายาทเจ้าสัว งานแต่งงานของเรากลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ทุกคนต่างพูดถึงความเหมาะสมของเรา ราวกับเราถูกสร้างมาคู่กัน ฉันสวมชุดเจ้าสาวราคาแพงระยับ เดินเคียงข้างอนุชาเข้าไปในงาน ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก

ชีวิตหลังแต่งงานก็ดูเหมือนจะราบรื่น อนุชายังคงดูแลฉันอย่างดี พาฉันไปออกงานสังคมต่างๆ แนะนำให้ฉันรู้จักกับเพื่อนฝูงและหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขา ฉันพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตไฮโซ พยายามเรียนรู้มารยาททางสังคม และพยายามเป็นภรรยาที่ดีของอนุชา ฉันคิดว่าฉันกำลังมีความสุข…แต่ความสุขนั้นมันช่างเปราะบาง

จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อประมาณหกเดือนที่แล้ว อนุชาเริ่มกลับบ้านดึกขึ้นเรื่อยๆ เขามักจะอ้างว่าติดงาน หรือไม่ก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ฉันเริ่มสังเกตเห็นว่าเขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เขาดูหงุดหงิดง่ายขึ้น ไม่ค่อยพูดคุยกับฉันเหมือนเมื่อก่อน และที่สำคัญ…เขาเริ่มเย็นชา

ฉันพยายามถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ปัดๆ ไปทุกครั้ง เขาบอกว่าฉันคิดมากเกินไป เขาบอกว่าเขาแค่เหนื่อย แต่ฉันรู้…ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องงาน ฉันรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปในตัวเขา

วันหนึ่ง ฉันบังเอิญไปเจอข้อความในโทรศัพท์ของเขา ข้อความจากผู้หญิงคนหนึ่ง…ข้อความที่บอกว่าเธอคิดถึงเขา ข้อความที่ทำให้หัวใจของฉันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ฉันรู้ทันทีว่าอนุชานอกใจฉัน

ฉันตัดสินใจเผชิญหน้ากับเขา ฉันถามเขาเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น แต่เขาปฏิเสธทุกอย่าง เขาบอกว่าฉันเข้าใจผิด เขาบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาพยายามโกหกฉัน แต่ฉันไม่เชื่อ ฉันเห็นทุกอย่างในสายตาของเขา ฉันเห็นความผิด ความกลัว และความละอายใจ

ฉันเสียใจ เสียใจที่เชื่อใจเขา เสียใจที่มอบความรักให้เขาอย่างหมดหัวใจ เสียใจที่คิดว่าเขาคือคนที่ใช่ ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของฉันพังทลายลงต่อหน้าต่อตา

หลังจากวันนั้น ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อนุชาไม่เคยกลับบ้านตรงเวลาอีกเลย เขามักจะออกไปข้างนอกกับผู้หญิงคนนั้นอย่างเปิดเผย เขาไม่สนใจความรู้สึกของฉันอีกต่อไป เขาทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนในบ้านหลังนี้

ฉันพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งเขาไว้ ฉันพยายามเอาใจเขา พยายามทำทุกอย่างที่เขาชอบ แต่ก็ไม่มีอะไรได้ผล เขายังคงเย็นชาและห่างเหิน เขาไม่เคยแม้แต่จะมองหน้าฉันด้วยซ้ำ

ฉันเริ่มหมดหวัง ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ฉันเริ่มคิดว่าฉันไม่ดีพอสำหรับเขา ฉันเริ่มโทษตัวเองที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของเราล้มเหลว

แต่แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ตระหนักได้ว่าฉันไม่ควรโทษตัวเอง ฉันไม่ควรยอมแพ้ ฉันไม่ควรปล่อยให้อนุชาทำร้ายฉันต่อไป ฉันควรลุกขึ้นสู้ ฉันควรเอาคืน…

ฉันเริ่มวางแผน ฉันเริ่มศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจของอนุชา ฉันเริ่มทำความรู้จักกับหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขา ฉันเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น ฉันเตรียมพร้อมที่จะทำลายทุกอย่างที่อนุชารัก…

และวันนี้…คือวันที่ฉันจะเริ่มต้นแผนการของฉัน เสียงกรีดร้องที่ดังมาจากห้องนอนชั้นบนคือสัญญาณเริ่มต้นของสงครามครั้งนี้ อนุชากำลังทำร้ายผู้หญิงคนนั้น…ผู้หญิงที่เข้ามาทำลายชีวิตของฉัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาทำแบบนี้ต่อไป ฉันจะทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าที่ฉันเคยเจ็บ

ฉันเดินขึ้นบันไดไปอย่างช้าๆ แต่ละก้าวที่ฉันเหยียบลงไปคือความมุ่งมั่นที่เพิ่มมากขึ้น ฉันจะไม่หยุดจนกว่าอนุชาจะต้องเสียใจ…จนกว่าเขาจะต้องชดใช้ทุกสิ่งที่เขาทำกับฉัน

เมื่อฉันมาถึงหน้าห้องนอน ฉันได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปิดประตูเข้าไป

ภาพที่ฉันเห็นทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ อนุชากำลังยืนอยู่เหนือร่างของผู้หญิงคนนั้น…ผู้หญิงที่นอนร้องไห้อยู่บนพื้น ผู้หญิงคนนั้นคือ…น้องสาวของฉันเอง… นารา (Nara)