หัวใจที่กลับมาเต้น

Chapter 1 — หัวใจที่กลับมาเต้น

เสียงโทรศัพท์ดังแสบแก้วหูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องทำงาน อนัญญาสะดุ้งโหยงจากภวังค์ความคิดถึงอดีต มือเรียวเอื้อมไปคว้ามันอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าสายนั้นจะขาดหายไป

“สวัสดีค่ะ อนัญญาพูดค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติที่สุด

“ไหม… นี่พ่อเองนะ” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ

“คุณพ่อ…” น้ำเสียงของอนัญญาสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ ความทรงจำมากมายถาโถมเข้ามาในความคิดถึง ราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา

“ไหมสบายดีไหมลูก พ่อ…” เสียงของพ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิด “พ่อขอโทษนะไหม สำหรับทุกอย่าง”

น้ำตาของอนัญญาไหลรินอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล

“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ ไหมเข้าใจ” เธอตอบกลับไปทั้งที่เสียงยังคงสั่นเครือ

“พ่ออยากเจอไหมสักครั้งจะได้ไหมลูก พ่อรู้ว่าพ่อไม่ควรที่จะขอ แต่…”

อนัญญาเงียบไปครู่หนึ่ง ความคิดมากมายตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว เธอควรจะทำอย่างไรดี เธอควรจะให้อภัยพ่อที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่เด็กได้หรือไม่

“ไหมขอคิดดูก่อนนะคะคุณพ่อ” เธอตอบกลับไปในที่สุด

“ได้สิลูก พ่อเข้าใจ พ่อจะรอไหมเสมอนะ”

หลังจากวางสาย อนัญญาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ความทรงจำในอดีตถาโถมเข้ามาในความคิดถึง ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ

อนัญญาลืมตาขึ้นมองเพดานห้องสีขาว ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดในอดีตยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของเธอ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแสนนานแล้วก็ตาม

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถจมอยู่กับอดีตได้อีกต่อไป เธอต้องก้าวต่อไปข้างหน้า เธอต้องเข้มแข็งให้ได้

อนัญญาลุกขึ้นยืน เดินตรงไปยังหน้าต่างห้องทำงาน เธอเปิดมันออกรับลมเย็นๆ ที่พัดโชยเข้ามา แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

เธอมองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า เห็นตึกรามบ้านช่องที่ตั้งตระหง่านอยู่มากมาย เห็นรถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่อยู่บนท้องถนน เห็นผู้คนมากมายที่กำลังใช้ชีวิตของตัวเอง

อนัญญายิ้มออกมาเล็กน้อย เธอรู้ว่าชีวิตของเธอยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่ว่าอดีตจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม

ชีวิตของอนัญญาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ใครหลายคนคิด เบื้องหลังรอยยิ้มหวานและท่าทางที่ดูสดใส กลับซ่อนความเจ็บปวดไว้มากมาย พ่อของเธอทิ้งเธอไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ทิ้งให้เธอและแม่ต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงลำพัง

แม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและอดทน เธอทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูอนัญญาให้เติบโตมาอย่างดีที่สุด แม่สอนให้อนัญญาเป็นคนดี มีน้ำใจ และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

อนัญญารักแม่ของเธอมาก เธอรู้ว่าเธอเป็นหนี้บุญคุณแม่มากมายเหลือเกิน เธอตั้งใจว่าจะตอบแทนพระคุณของแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก แม่ของเธอจากไปด้วยโรคร้ายเมื่อสองปีก่อน การจากไปของแม่ทำให้อนัญญาเสียใจมาก เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

หลังจากแม่เสียชีวิต อนัญญาก็ต้องเผชิญกับชีวิตเพียงลำพัง เธอต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองและดูแลตัวเอง เธอต้องเข้มแข็งและอดทนให้มากกว่าเดิม

อนัญญาทำงานเป็นดีไซเนอร์อยู่ที่บริษัทออกแบบชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอเป็นคนที่มีความสามารถและมีความคิดสร้างสรรค์ เธอเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงานและเป็นที่ชื่นชมของผู้บริหาร

ถึงแม้ว่าหน้าที่การงานของเธอจะราบรื่น แต่ชีวิตส่วนตัวของเธอกลับไม่เป็นเช่นนั้น อนัญญาเป็นคนที่ค่อนข้างจะปิดตัวเอง เธอไม่ค่อยเปิดใจให้ใครเข้ามาในชีวิต เธอไม่ต้องการที่จะเจ็บปวดอีกต่อไป

แต่แล้ววันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับเขา ผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

เขาชื่อว่า ธีร์ ชายหนุ่มรูปหล่อที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติทุกอย่างที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ ธีร์เป็นคนใจดี อบอุ่น และเอาใจใส่ เขาทำให้อนัญญารู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก

อนัญญาตกหลุมรักธีร์อย่างหมดหัวใจ เธอคิดว่าเธอได้พบกับรักแท้แล้ว เธอคิดว่าเธอจะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับเขาไปตลอดกาล

แต่แล้วความสุขของเธอก็อยู่ได้ไม่นาน ธีร์ทิ้งเธอไปอย่างไม่มีเหตุผล ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอีกครั้ง

การถูกทิ้งครั้งนี้ทำให้อนัญญาเสียใจมาก เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของเธอแตกสลาย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมธีร์ถึงทำกับเธอแบบนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมความรักของเธอถึงต้องจบลงแบบนี้

หลังจากถูกทิ้ง อนัญญาก็กลายเป็นคนที่เย็นชาและไม่เชื่อในความรักอีกต่อไป เธอตัดสินใจที่จะอยู่คนเดียวและไม่เปิดใจให้ใครเข้ามาในชีวิตอีกเลย

แต่แล้ววันนี้ พ่อของเธอก็โทรศัพท์มาหาเธอ พ่อที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่เด็ก พ่อที่เธอไม่เคยเจอหน้ามานานแสนนาน

พ่อต้องการที่จะเจอเธอ พ่อต้องการที่จะขอโทษเธอ พ่อต้องการที่จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธออีกครั้ง

อนัญญาไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไรดี เธอควรจะให้อภัยพ่อได้หรือไม่ เธอควรจะให้โอกาสพ่อได้หรือไม่ เธอควรจะเปิดใจรับพ่อกลับเข้ามาในชีวิตได้หรือไม่

เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะความเจ็บปวดในอดีตยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของเธอ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของอนัญญา เธอหันไปมองที่ประตู เห็นเลขาของเธอยืนอยู่หน้าประตู

“คุณอนัญญาคะ มีคนต้องการที่จะพบค่ะ” เลขาของเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ใครคะ” อนัญญาถามกลับไป

“เขาบอกว่าเป็น…” เลขาของเธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ “เขาบอกว่าเป็นคุณธีร์ค่ะ”

หัวใจของอนัญญากระตุกวูบ เธอไม่เชื่อหูตัวเอง เธอไม่คิดว่าเธอจะได้เจอธีร์อีกครั้ง เธอไม่คิดว่าเขาจะกลับมาหาเธออีกครั้ง

“คุณบอกเขาว่าฉันไม่ว่าง” อนัญญาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

“แต่ว่า…” เลขาของเธอลังเลที่จะพูดต่อ

“ไม่มีแต่ค่ะ บอกเขาไปตามนั้น” อนัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ค่ะ คุณอนัญญา” เลขาของเธอตอบรับคำสั่งอย่างว่าง่าย

หลังจากที่เลขาของเธอเดินออกไป อนัญญาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอีกครั้ง เธอรู้สึกสับสนและว้าวุ่นใจ เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไรดี

เธอควรจะหลีกหนีจากธีร์ไปตลอดกาล หรือเธอควรจะให้โอกาสเขาได้อธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น

เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไร เพราะความรู้สึกของเธอมันตีกันวุ่นวายไปหมด

ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความเสียใจ ความคิดถึง ทุกอย่างมันปะปนกันไปหมด

อนัญญายกมือขึ้นกุมขมับ เธอรู้สึกปวดหัวอย่างมาก เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไป

ในขณะที่เธอกำลังสับสนและว้าวุ่นใจอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เธอเอื้อมมือไปคว้ามันอย่างรวดเร็ว หวังว่าจะเป็นข่าวดี หวังว่ามันจะช่วยให้เธอตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

แต่เมื่อเธอเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ เธอก็ต้องตกใจจนแทบช็อก

เพราะชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์นั้นคือ… “คุณพ่อ”

อนัญญาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เธอไม่รู้ว่าพ่อของเธอต้องการที่จะพูดอะไรกับเธออีก

เธอตัดสินใจที่จะกดรับสายโทรศัพท์

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติที่สุด

“ไหม… พ่อมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกลูก” เสียงของพ่อฟังดูเคร่งเครียดอย่างมาก

“เรื่องอะไรคะคุณพ่อ” อนัญญาถามกลับไปด้วยความสงสัย

“เรื่อง…” พ่อของเธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวล “เรื่องที่เกี่ยวกับธีร์…”

หัวใจของอนัญญากระตุกวูบอีกครั้ง เธอไม่เข้าใจว่าพ่อของเธอรู้เรื่องของธีร์ได้อย่างไร และเรื่องที่พ่อของเธอกำลังจะบอกนั้นคืออะไรกันแน่

“เรื่องอะไรคะคุณพ่อ บอกไหมมาเถอะค่ะ” อนัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ

“พ่อ…” พ่อของเธอเงียบไปอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “พ่อคือพ่อของธีร์…”

คำพูดของพ่อทำให้อนัญญาตกใจจนพูดอะไรไม่ออก เธอไม่เชื่อหูตัวเอง เธอไม่คิดว่าพ่อของเธอจะเป็นพ่อของธีร์ เธอไม่คิดว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นแบบนี้

“คุณพ่อ…” อนัญญาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้

“ไหม… พ่อขอโทษนะลูก พ่อรู้ว่าเรื่องนี้มันยากที่จะทำใจ แต่…”

“ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหมคะคุณพ่อ” อนัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“พ่อ…”

“บอกไหมมาสิคะคุณพ่อ ว่ามันไม่จริง” อนัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มดังขึ้น

“พ่อขอโทษนะลูก” พ่อของเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสนเศร้า

อนัญญาไม่สามารถทนฟังอะไรได้อีกต่อไป เธอตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง ร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องราวทั้งหมดถึงเป็นแบบนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตของเธอถึงต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆ

เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถก้าวผ่านเรื่องราวทั้งหมดนี้ไปได้อย่างไร

ในขณะที่เธอกำลังร้องไห้อยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เธอไม่สนใจที่จะลุกขึ้นไปเปิดประตู เธอปล่อยให้เสียงเคาะประตูดังอยู่เช่นนั้น

แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ และดังขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดประตูก็ถูกเปิดออก

อนัญญาเงยหน้าขึ้นมองไปยังคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เธอต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นธีร์

“ไหม…” ธีร์เอ่ยชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

อนัญญามองธีร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความเกลียดชัง

“ออกไป ออกไปจากชีวิตของฉัน” เธอตะโกนใส่หน้าธีร์

ธีร์ไม่ตอบอะไร เขาเดินเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ

“ไหม…” เขาเอ่ยชื่อของเธออีกครั้ง

“ฉันบอกให้ออกไป” อนัญญาตะโกนใส่หน้าธีร์อีกครั้ง

ธีร์ไม่ฟังสิ่งที่เธอพูด เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ

“ไหม… ผมขอโทษ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

อนัญญามองธีร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะเชื่อใจเขาได้หรือไม่ เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากเธอ

“ทำไม ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้” เธอถามธีร์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

ธีร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แสนเศร้า

“ผม…”

ยังไม่ทันที่ธีร์จะได้พูดอะไรจบ เสียงโทรศัพท์ของอนัญญาก็ดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้ง

อนัญญามองไปยังโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอลังเลที่จะรับสาย

เธอไม่รู้ว่าใครโทรมา และเธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถรับมือกับเรื่องราวอะไรได้อีก

แต่แล้วธีร์ก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมา

“ใครโทรมา” อนัญญาถามธีร์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย

ธีร์มองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอนัญญาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ

“ไหม… คุณต้องรับสายนี้” ธีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ทำไม” อนัญญาถามกลับไป

“เพราะว่า…” ธีร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “เพราะว่าคนที่โทรมาคือ… คุณแม่ของคุณ”

คำพูดของธีร์ทำให้อนัญญาตกใจจนพูดอะไรไม่ออก เธอไม่เชื่อหูตัวเอง เธอไม่คิดว่าเธอจะได้ยินชื่อแม่ของเธออีกครั้ง เธอไม่คิดว่า… แม่ของเธอจะยังมีชีวิตอยู่…