ลูกปืนสองนัด
Chapter 1 — ลูกปืนสองนัด
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ฉีกกระชากความเงียบสงัดของค่ำคืนในตรอกแคบๆ เลือดสีแดงสดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ของฉัน ราวกับดอกกุหลาบที่ถูกย้อมด้วยความตาย… ฉันหลับตาปี๋ สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมสติที่กำลังจะแตกกระเจิง ไม่นะ… ไม่ใช่ตอนนี้
ฉันชื่อ รดา นันทชัย ชื่อที่พ่อตั้งให้ด้วยความหวังว่าจะนำพาความสุขและความเจริญมาสู่ชีวิต แต่ดูเหมือนว่าชีวิตของฉันจะถูกลิขิตให้เดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและความมืดมิดมากกว่า
ตระกูลนันทชัยของฉันไม่ใช่ตระกูลธรรมดา เราคือหนึ่งในตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย ควบคุมธุรกิจผิดกฎหมายมากมาย ตั้งแต่บ่อนพนัน ค้าอาวุธ ไปจนถึงยาเสพติด ฉันถูกเลี้ยงดูมาในโลกที่อำนาจและความรุนแรงเป็นใหญ่ เรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเองและคนที่ฉันรัก แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
แต่ฉันไม่เคยต้องการชีวิตแบบนี้เลย ฉันใฝ่ฝันที่จะเป็นนักออกแบบแฟชั่น มีร้านเสื้อผ้าเล็กๆ เป็นของตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข… แต่ความฝันเหล่านั้นก็คงเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น
เมื่อสามปีก่อน พ่อของฉันเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ฉันในวัยเพียง 22 ปีต้องขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลนันทชัยอย่างไม่เต็มใจ ฉันรู้ดีว่าฉันยังอ่อนประสบการณ์และไม่พร้อม แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น ฉันต้องปกป้องตระกูลของฉัน ปกป้องคนที่ฉันรัก จากศัตรูที่จ้องจะทำลายเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ชีวิตในฐานะหัวหน้ามาเฟียไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมาย ทั้งจากศัตรูภายนอกและคนในตระกูลเองที่ต้องการจะโค่นล้มฉัน ฉันต้องเรียนรู้ที่จะเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และโหดเหี้ยม… แม้ว่ามันจะขัดกับจิตใจของฉันก็ตาม
วันนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของพ่อ ฉันจัดงานเลี้ยงเพื่อรำลึกถึงท่านและเพื่อแสดงให้เห็นว่าตระกูลนันทชัยยังคงแข็งแกร่งและเป็นปึกแผ่น แต่ใครจะรู้ว่าในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองนี้ จะมีภัยร้ายแฝงตัวเข้ามา…
ฉันมองไปรอบๆ งานเลี้ยงที่จัดขึ้นอย่างหรูหราในคฤหาสน์ของตระกูล แขกเหรื่อมากมายต่างสวมใส่เสื้อผ้าสวยงาม พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ฉันรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มเหล่านั้น มีแต่ความเสแสร้งและการแก่งแย่งชิงดีกัน
ฉันเดินเข้าไปทักทายแขกผู้มีเกียรติแต่ละคน พูดคุยเรื่องธุรกิจ และรับฟังคำเยินยอต่างๆ นานา แต่สายตาของฉันก็คอยสอดส่องระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น แม้แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดฉันมากที่สุด
จู่ๆ สายตาของฉันก็ไปสะดุดกับชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง เขาสวมสูทสีดำสนิท ใบหน้าคมคายถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาหมวกปีกกว้าง ฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขาเป็นใครกัน?
ฉันพยายามเพ่งมองเขาให้ชัดเจน แต่เขาก็หายตัวไปจากมุมห้องอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลย ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ฉันรู้ว่าต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่ๆ
“รดา… เป็นอะไรไปหรือเปล่า?” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างหู ฉันหันไปมอง พบว่าเป็น ธีธัช น้องชายของฉันเอง ธีธัชเป็นน้องชายที่ฉันรักและไว้ใจมากที่สุด เขาเป็นคนฉลาด มีไหวพริบ และคอยช่วยเหลือฉันมาตลอด
“ไม่มีอะไรหรอก ธี แค่รู้สึกว่ามีคนกำลังจับจ้องมองเราอยู่” ฉันตอบ
“ไม่ต้องกังวลน่า พี่มีผมอยู่ทั้งคน ใครหน้าไหนก็ทำอะไรพี่ไม่ได้” ธีธัชพูดพร้อมกับยิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่น รอยยิ้มของธีธัชทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ความกังวลในใจก็ยังไม่จางหายไป
“ฉันหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” ฉันพึมพำ
ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องก็ดับลง มืดมิดไปทั่วบริเวณ แขกเหรื่อต่างตกใจร้องเสียงหลง ฉันรีบคว้าปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้กระโปรงออกมา กำกระชับไว้แน่น
“อย่าตกใจไป ทุกคนอยู่ในความสงบ” ฉันตะโกนออกไป เสียงของฉันดังพอที่จะกลบเสียงโกลาหลรอบข้างได้
ฉันสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวรอบตัว มีใครบางคนกำลังแฝงตัวอยู่ในความมืด ฉันรู้ว่าพวกมันกำลังจะโจมตี
“ธี ระวังตัวด้วย” ฉันกระซิบ
“ครับพี่” ธีธัชตอบ
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง ฉันหลบกระสุนได้อย่างหวุดหวิด ฉันยิงตอบโต้กลับไปอย่างแม่นยำ ฉันได้ยินเสียงคนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด แขกเหรื่อต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ฉันและธีธัชพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเองและคนของเรา แต่พวกมันมีจำนวนมากกว่า
ฉันถูกกระสุนเฉี่ยวเข้าที่แขน เลือดไหลซึมออกมา ฉันกัดฟันแน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวด ฉันต้องแข็งแกร่ง ฉันต้องปกป้องทุกคน
จู่ๆ ฉันก็รู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างรุนแรงที่ด้านหลัง ฉันทรุดลงกับพื้น มองเห็นร่างของธีธัชนอนจมกองเลือดอยู่ข้างๆ ฉัน
“ธี!!!” ฉันร้องเสียงดัง
ฉันคลานเข้าไปหาธีธัช เขามีบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก เลือดไหลออกมาไม่หยุด ฉันรู้ว่าเขาอาการหนักมาก
“พี่… รดา…” ธีธัชพยายามพูด
“อย่าพูดอะไรเลย ธี ฉันจะพาแกไปโรงพยาบาล” ฉันพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
“ผม… รัก… พี่…” ธีธัชพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะหมดสติไป
“ไม่นะ ธี อย่าเป็นอะไรไปนะ” ฉันกอดร่างของธีธัชไว้แน่น ร้องไห้อย่างสิ้นหวัง ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย
ทันใดนั้นเอง ฉันก็รู้สึกถึงเงาของใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าเป็นชายที่ฉันเห็นตรงมุมห้องเมื่อสักครู่ เขายืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมคายยังคงถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาหมวกปีกกว้าง แต่ฉันสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“สวัสดี รดา นันทชัย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แกเป็นใคร? แกต้องการอะไร?” ฉันถาม
“ฉันคือคนที่แกจะต้องแต่งงานด้วย” เขาตอบ
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ฉันจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก แถมยังเป็นคนที่ฆ่าน้องชายของฉันอย่างนั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก!
“ไม่มีทาง ฉันไม่มีวันแต่งงานกับแก” ฉันพูดอย่างเด็ดเดี่ยว
“เธอไม่มีสิทธิ์เลือก” เขาพูดพร้อมกับยื่นซองเอกสารให้ฉัน “นี่คือข้อตกลง ถ้าเธอไม่ยอมแต่งงาน ตระกูลนันทชัยของเธอจะต้องล่มสลาย”
ฉันรับซองเอกสารมาเปิดอ่าน ข้อความในนั้นทำให้ฉันแทบทรุด ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉัน
ฉันต้องตัดสินใจ ฉันจะยอมแต่งงานกับเขาเพื่อปกป้องตระกูลของฉัน หรือจะปล่อยให้ตระกูลของฉันล่มสลายและน้องชายของฉันต้องตายฟรี?
ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี…