เมื่อสายฟ้าฟาดนำพาข้ามภพ: บทที่ 1 - ลิขิตแห่งสวรรค์

Chapter 1 — เมื่อสายฟ้าฟาดนำพาข้ามภพ: บทที่ 1 - ลิขิตแห่งสวรรค์

เสียงฟ้าคำรามดังกึกก้องเหนือศีรษะ ราวกับเทพเจ้ากำลังพิโรธ แสงสีขาววาบผ่าลงมากลางลานจัตุรัส ตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่าง เหลือเพียงความว่างเปล่าชั่วขณะ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความโกลาหล

'กฤตเมธ' เด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้ในตำนานเทพปกรณัม ไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตอันแสนธรรมดาของตนเองจะต้องมาเผชิญกับเรื่องเหนือธรรมชาติเช่นนี้ เขาจำได้ว่ากำลังเดินเล่นอยู่ในตลาดนัดกลางคืน จู่ๆ ก็เกิดพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ผู้คนต่างแตกตื่นวิ่งหาที่หลบฝน แต่กฤตเมธกลับยืนนิ่ง มองไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้มด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ราวกับมีเสียงเรียกจากเบื้องบน ก่อนที่สายฟ้าจะผ่าลงมา…

เมื่อสติกลับคืนมา กฤตเมธพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในตลาดนัดที่คุ้นเคยอีกต่อไป เขาอยู่ในป่าทึบ แสงแดดส่องลอดผ่านใบไม้หนาทึบลงมาเป็นลำแสง เสียงนกร้องและแมลงส่งเสียงดังระงมรอบทิศทาง อากาศอบอ้าวและชื้นแฉะจนแทบหายใจไม่ออก

“ที่นี่… ที่ไหนกัน?” กฤตเมธถามตัวเองเสียงแผ่วเบา เขาลุกขึ้นยืนสำรวจร่างกาย พบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เปลี่ยนไป จากเสื้อยืดกางเกงยีนส์กลายเป็นเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าลินินเนื้อหยาบสีน้ำตาลอ่อน คล้ายกับชุดที่ตัวละครในเกมออนไลน์ที่เขาเคยเล่นสวมใส่

เขาเดินไปตามทางที่พอจะมองเห็นได้ พยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สมองประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว 'หรือว่า… เราจะมาอยู่ในโลกแฟนตาซีจริงๆ?' ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว

เดินไปได้ไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากทางด้านหน้า เสียงเหมือนคนกำลังต่อสู้กัน กฤตเมธตัดสินใจเดินเข้าไปดูด้วยความระมัดระวัง เมื่อเข้าไปใกล้ เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

สิ่งที่เขาเห็นคือกลุ่มคนสี่ห้าคนกำลังรุมทำร้ายชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นสวมชุดเกราะหนังเก่าๆ ถือดาบอยู่ในมือ พยายามป้องกันตัวเองจากการโจมตี แต่ดูเหมือนว่ากำลังจะหมดแรง

กลุ่มคนที่รุมทำร้ายชายคนนั้นมีลักษณะคล้ายโจรป่า พวกเขาสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ถืออาวุธมีดและกระบอง หน้าตาถมึงทึง ดวงตาเต็มไปด้วยความกระหายเลือด

กฤตเมธไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและสมจริงเช่นนี้มาก่อนในชีวิตจริง เขาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ ด้วยความตกใจ

แต่แล้ว ชายที่ถูกรุมทำร้ายก็พลาดท่า ถูกโจรป่าคนหนึ่งแทงเข้าที่สีข้าง เขาล้มลงกับพื้น ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

เมื่อเห็นดังนั้น กฤตเมธก็ตัดสินใจ เขาไม่สามารถยืนดูเฉยๆ ได้อีกต่อไป แม้ว่าเขาจะไม่รู้วิธีการต่อสู้ แต่เขาก็ต้องทำอะไรสักอย่าง

“เฮ้ย! พวกแกทำอะไรกันน่ะ!” กฤตเมธตะโกนออกไปสุดเสียง พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของพวกโจรป่า

พวกโจรป่าหันมามองกฤตเมธด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญ พวกเขาหยุดการโจมตี หันมาให้ความสนใจกับผู้มาใหม่

“แกเป็นใครวะ? อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น!” โจรป่าคนหนึ่งตะโกนกลับมา

“ฉันไม่รู้ว่าพวกแกเป็นใคร แต่การรุมทำร้ายคนอื่นแบบนี้มันไม่ถูกต้อง!” กฤตเมธตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

“หึ! แกอยากตายหรือไง?” โจรป่าคนนั้นเดินเข้ามาหากฤตเมธอย่างช้าๆ ในมือถือมีดสั้นที่เปื้อนเลือด

กฤตเมธกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้มาก่อน แต่เขาก็พยายามตั้งสติ

“ฉันแค่ไม่อยากเห็นคนถูกทำร้าย” กฤตเมธตอบกลับไป

“แกมันก็แค่คนโง่ที่อยากเป็นฮีโร่!” โจรป่าคนนั้นพูดจบก็พุ่งเข้าใส่กฤตเมธด้วยความเร็ว

กฤตเมธหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บปวด แต่แล้ว…

“เวทมนตร์รักษา!” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้น พร้อมกับแสงสีเขียวอ่อนที่ส่องออกมาจากด้านหลังของกฤตเมธ

แสงสีเขียวส่องไปที่ชายที่ถูกแทง ทำให้บาดแผลของเขาค่อยๆ สมานตัวอย่างรวดเร็ว

กฤตเมธลืมตาขึ้นด้วยความสงสัย เขาหันไปมองด้านหลัง พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ หญิงสาวสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ในมือถือคทาที่ประดับด้วยอัญมณีสีเขียว

“คุณ…” กฤตเมธพึมพำ

“ไม่ต้องกลัว ฉันจะช่วยคุณเอง” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

เมื่อเห็นดังนั้น พวกโจรป่าก็ตกใจ พวกเขารู้ดีว่านักเวทย์เป็นศัตรูที่น่ากลัว พวกเขาตัดสินใจที่จะล่าถอย

“หนีเร็ว!” โจรป่าคนหนึ่งตะโกน พวกเขาหันหลังวิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวไม่ได้ไล่ตาม พวกเธอหันมาให้ความสนใจกับชายที่ถูกทำร้าย ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนได้แล้ว เขามองมาที่หญิงสาวและกฤตเมธด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ

“ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้” ชายคนนั้นพูด

“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของพวกเรา” หญิงสาวตอบกลับ

“ข้าชื่อ 'ขุนพล' เป็นทหารประจำการอยู่ที่เมือง 'ศรีวิชัย' ท่านทั้งสองชื่ออะไร?” ชายคนนั้นถาม

“ฉันชื่อกฤตเมธ… ส่วนเธอ?” กฤตเมธตอบ

“ฉันชื่อ 'ดารา' เป็นนักบวชแห่งวิหารแสง” หญิงสาวตอบ

“ยินดีที่ได้รู้จักท่านทั้งสอง” ขุนพลพูด

“เช่นกันค่ะ” ดาราตอบ

“ว่าแต่… ที่นี่ที่ไหนเหรอครับ?” กฤตเมธถาม

“ที่นี่คือป่าศักดิ์สิทธิ์ ใกล้กับเมืองศรีวิชัย” ขุนพลตอบ

“เมืองศรีวิชัย…” กฤตเมธพึมพำ เขาไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้มาก่อน

“ท่านไม่รู้จักเมืองศรีวิชัยหรือ?” ขุนพลถามด้วยความสงสัย

“คือว่า… ผมมาจากที่ที่ห่างไกล” กฤตเมธตอบ

“เช่นนั้นหรือ… เอาล่ะ ไม่ว่าท่านจะมาจากที่ใด ข้าก็ขอขอบคุณท่านทั้งสองอีกครั้งที่ช่วยชีวิตข้าไว้” ขุนพลพูด

“ด้วยความยินดีค่ะ” ดาราตอบ

“ว่าแต่… ท่านทั้งสองจะไปที่ใดกันหรือ?” ขุนพลถาม

“พวกเรากำลังเดินทางไปยังเมืองหลวง” ดาราตอบ

“เมืองหลวง… ท่านจะไปทำอะไรที่เมืองหลวงหรือ?” ขุนพลถามด้วยความอยากรู้

“พวกเราได้รับมอบหมายให้ไปตรวจสอบเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นที่เมืองหลวง” ดาราตอบ

“เรื่องราวแปลกประหลาด…” ขุนพลพึมพำ

“ใช่ค่ะ มีข่าวลือว่ามีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นที่เมืองหลวง และมีผู้คนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย” ดาราอธิบาย

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของขุนพลก็เปลี่ยนไป เขามีท่าทีที่กังวล

“เรื่องนั้นเป็นความจริง… ข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาบ้างเหมือนกัน” ขุนพลพูด

“ท่านพอจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างไหมคะ?” ดาราถาม

“ข้าไม่รู้รายละเอียดมากนัก แต่ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่” ขุนพลตอบ

“ถ้าเช่นนั้น… ท่านพอจะกรุณาเล่าเรื่องราวที่ท่านรู้ให้พวกเราฟังได้ไหมคะ?” ดาราถาม

ขุนพลลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้า

“ก็ได้… ข้าจะเล่าเรื่องราวที่ข้ารู้ให้ท่านทั้งสองฟัง” ขุนพลพูด

พวกเขาหาที่นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ ขุนพลเริ่มเล่าเรื่องราวที่เขาได้ยินมาเกี่ยวกับเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นที่เมืองหลวง

“เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน เริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวขึ้นในเมืองหลวง สัตว์ประหลาดเหล่านั้นมีรูปร่างหน้าตาที่น่ากลัว พวกมันโจมตีผู้คนและทำลายบ้านเรือน” ขุนพลเล่า

“มีใครเห็นหน้าตาของสัตว์ประหลาดเหล่านั้นบ้างไหมคะ?” ดาราถาม

“มีบ้าง แต่คนที่เห็นก็เสียชีวิตไปแล้ว” ขุนพลตอบ

“เสียชีวิต…” ดาราพึมพำ

“ใช่… สัตว์ประหลาดเหล่านั้นมีพิษร้ายแรง ใครที่ถูกพวกมันกัดหรือข่วนก็จะเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมง” ขุนพลอธิบาย

“น่ากลัวจริงๆ” กฤตเมธพูด

“นอกจากสัตว์ประหลาดแล้ว ยังมีเรื่องของผู้คนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีกด้วย” ขุนพลกล่าวต่อ

“ผู้คนที่หายตัวไป…” ดาราพึมพำ

“ใช่… ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีผู้คนหายตัวไปจากเมืองหลวงแล้วกว่าร้อยคน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาหายไปไหน หรือว่าพวกเขาถูกสัตว์ประหลาดจับตัวไป” ขุนพลอธิบาย

“เรื่องนี้ร้ายแรงกว่าที่คิด” ดาราพูด

“ใช่… ข้าคิดว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิด” ขุนพลกล่าว

“ท่านหมายความว่าอย่างไร?” ดาราถาม

“ข้าหมายความว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับพลังอำนาจมืดที่กำลังคุกคามโลกของเรา” ขุนพลตอบ

เมื่อได้ยินดังนั้น ดาราก็หน้าซีดเผือด

“พลังอำนาจมืด…” ดาราพึมพำ

“ใช่… พลังอำนาจมืดที่เคยถูกผนึกไว้เมื่อนานมาแล้ว กำลังจะกลับมาอีกครั้ง” ขุนพลกล่าว

“เป็นไปไม่ได้!” ดาราอุทาน

“ข้าหวังว่าข้าจะคิดผิด แต่ข้ารู้สึกว่ามีลางร้ายกำลังจะเกิดขึ้น” ขุนพลกล่าว

“ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง… พวกเราจะต้องทำอะไรสักอย่าง” ดาราพูด

“ใช่… พวกเราจะต้องหาทางยับยั้งพลังอำนาจมืดนี้ให้ได้” ขุนพลกล่าว

“พวกเราจะทำได้ไหม?” กฤตเมธถาม

“ข้าไม่รู้… แต่พวกเราต้องพยายาม” ขุนพลตอบ

“เอาล่ะ… พวกเราควรจะเดินทางไปยังเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด” ดาราพูด

“เห็นด้วย… ข้าจะเดินทางไปกับท่านทั้งสองด้วย” ขุนพลกล่าว

“ท่านจะไปด้วยหรือ?” ดาราถามด้วยความแปลกใจ

“ใช่… ข้าอยากจะไปเห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นที่เมืองหลวง และข้าอยากจะช่วยเหลือท่านทั้งสองในการแก้ไขปัญหา” ขุนพลตอบ

“ขอบคุณมากค่ะ” ดาราพูด

“ไม่เป็นไร… พวกเราคือสหายร่วมเป็นร่วมตายกันแล้ว” ขุนพลกล่าว

พวกเขาตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังเมืองหลวงด้วยกัน กฤตเมธ ดารา และขุนพล เริ่มต้นการเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและความไม่แน่นอน

ระหว่างที่พวกเขาเดินทางอยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย พวกเขาได้ช่วยเหลือผู้คน ได้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้

กฤตเมธเริ่มปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ได้ เขาเริ่มเรียนรู้การใช้เวทมนตร์ และเริ่มเข้าใจถึงความสำคัญของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

ดาราก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้เวทมนตร์รักษาที่ยอดเยี่ยมของเธอ เธอช่วยเหลือผู้คนมากมายที่ได้รับบาดเจ็บ และเธอเป็นกำลังใจสำคัญให้กับกฤตเมธและขุนพล

ขุนพลก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความสามารถในการต่อสู้ของเขา เขาเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และเขาเป็นผู้ที่คอยปกป้องกฤตเมธและดาราจากอันตรายต่างๆ

พวกเขาเดินทางด้วยกันเป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองหลวง

เมื่อพวกเขาได้เห็นเมืองหลวง พวกเขาก็ต้องตกตะลึง เมืองหลวงที่เคยรุ่งเรืองและสวยงาม บัดนี้กลับกลายเป็นเมืองที่ทรุดโทรมและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

บ้านเรือนหลายหลังถูกทำลาย ผู้คนเดินไปมาด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย และมีทหารลาดตระเวนอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?” กฤตเมธถามด้วยความตกใจ

“ข้าไม่รู้… แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายกว่าที่คิด” ขุนพลตอบ

“พวกเราต้องหาทางเข้าไปในเมืองหลวงให้ได้” ดาราพูด

พวกเขาเดินเข้าไปในเมืองหลวงด้วยความระมัดระวัง เมื่อเข้าไปในเมือง พวกเขาก็ได้พบกับเรื่องราวที่น่าสลดใจมากมาย

พวกเขาได้เห็นผู้คนที่กำลังอดอยาก ได้เห็นผู้คนที่กำลังป่วย และได้เห็นผู้คนที่กำลังเสียใจ

พวกเขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่ออกมาอาละวาดในเวลากลางคืน และได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

“พวกเราต้องทำอะไรสักอย่าง” กฤตเมธพูดด้วยความเศร้าใจ

“ใช่… พวกเราต้องหาทางช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ให้ได้” ดาราตอบ

“แต่พวกเราจะทำอะไรได้บ้าง?” ขุนพลถาม

“พวกเราต้องหาทางค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เมืองหลวง และพวกเราต้องหาทางยับยั้งพลังอำนาจมืดนี้ให้ได้” ดาราตอบ

“ถ้าเช่นนั้น… พวกเรามาเริ่มกันเลย” กฤตเมธพูด

พวกเขาเริ่มออกสำรวจเมืองหลวง พวกเขาไปที่วิหาร ไปที่ตลาด และไปที่ตรอกซอกซอยต่างๆ พวกเขาพูดคุยกับผู้คน และรวบรวมข้อมูลต่างๆ

จากการสำรวจของพวกเขา พวกเขาได้รู้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เมืองหลวงนั้นซับซ้อนกว่าที่พวกเขาคิด

พวกเขารู้ว่าสัตว์ประหลาดที่ออกมาอาละวาดนั้นไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แต่มีหลายชนิด และพวกมันมีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน

พวกเขารู้ว่าผู้คนที่หายตัวไปนั้นไม่ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ถูกจับตัวไปโดยใครบางคน

และพวกเขารู้ว่าพลังอำนาจมืดที่กำลังคุกคามเมืองหลวงนั้นไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากภายใน

“เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มาก” ดาราพูด

“ใช่… ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่ากลัว” ขุนพลตอบ

“พวกเราจะทำอย่างไรดี?” กฤตเมธถาม

“พวกเราต้องรวมพลังกัน และพวกเราต้องไม่ยอมแพ้” ดาราตอบ

พวกเขาตัดสินใจที่จะร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่เมืองหลวง พวกเขาจะใช้ความสามารถของพวกเขาในการช่วยเหลือผู้คน ในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาด และในการเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผนอยู่นั้น พวกเขาก็ได้รับข่าวร้าย

มีคนพบศพของผู้ที่หายตัวไป พวกเขาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และร่างกายของพวกเขาถูกทิ้งไว้ในที่ลับตาคน

เมื่อกฤตเมธ ดารา และขุนพล ได้เห็นศพเหล่านั้น พวกเขาก็รู้สึกโกรธแค้นและเสียใจ

“ใครกันที่ทำเรื่องแบบนี้ได้?” กฤตเมธถามด้วยความโกรธ

“พวกเราต้องหาตัวมันให้ได้” ดาราตอบ

“และพวกเราจะต้องทำให้มันชดใช้” ขุนพลกล่าว

พวกเขาเริ่มออกตามล่าคนที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ พวกเขาใช้ทุกวิถีทางในการค้นหาเบาะแส และพวกเขาจะไม่ยอมหยุดจนกว่าพวกเขาจะจับตัวคนร้ายได้

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังตามล่าคนร้ายอยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่า

พวกเขารู้ว่าคนที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์นั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็น… ผู้ใช้เวทมนตร์มืด

และผู้ใช้เวทมนตร์มืดคนนั้น… ก็คือคนที่พวกเขาไว้ใจมากที่สุด