ซีอีโอจอมเจ้าเล่ห์

Chapter 1 — ซีอีโอจอมเจ้าเล่ห์

เสียงโทรศัพท์ปลุกดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะประกาศสงครามกับเช้าวันใหม่ของ ‘จุฑามาศ’ หญิงสาวสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา ขยี้ตาไล่ความง่วงงุน ก่อนจะคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูบนหัวเตียงขึ้นมารับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“ว่าไงคะคุณน้า…มีอะไรรึเปล่าแต่เช้าเลย” จุฑามาศถามด้วยความสงสัย ปกติแล้ว ‘คุณหญิงธนวัฒน์า’ ผู้เป็นน้าสะใภ้มักจะไม่โทรหาเธอตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ ยกเว้นแต่จะมีเรื่องสำคัญจริงๆ

“มาดา…น้ามีเรื่องจะคุยด้วย ด่วนมาก! เข้ามาที่บ้านใหญ่เดี๋ยวนี้เลยนะ” เสียงของคุณหญิงธนวัฒน์าฟังดูร้อนรนอย่างผิดปกติ ทำเอาจุฑามาศใจคอไม่ดี

“มีเรื่องอะไรคะคุณน้า…บอกมาดาก่อนได้ไหม”

“ไม่ได้! มาดาต้องมาคุยกับน้าเอง น้ารออยู่ที่บ้านใหญ่” พูดจบคุณหญิงธนวัฒน์าก็ตัดสายทิ้งทันที ทิ้งให้จุฑามาศนั่งงงอยู่บนเตียงด้วยความกังวลใจ

จุฑามาศ สาวสวยวัย 25 ปี ทายาทคนเดียวของตระกูล ‘บูรณทรัพย์’ ตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงด้านอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย แม้ว่าบิดาและมารดาของเธอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่เธอก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากคุณหญิงธนวัฒน์าและ ‘คุณชายธนวัฒน์’ ผู้เป็นน้าชาย

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ จุฑามาศก็รีบขับรถไปยังบ้านบูรณทรัพย์ ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำในวัยเด็กของเธอ เมื่อมาถึงเธอพบว่าคุณหญิงธนวัฒน์านั่งรอเธออยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“มาดามาแล้วเหรอ…มานั่งนี่สิ” คุณหญิงธนวัฒน์าเรียกให้จุฑามาศเข้าไปนั่งใกล้ๆ

“คุณน้ามีเรื่องอะไรคะ…ทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลย” จุฑามาศถามด้วยความเป็นห่วง

คุณหญิงธนวัฒน์าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มาดา…น้ารู้ว่าเรื่องนี้อาจจะยากสำหรับหนู แต่หนูต้องรับฟังและทำความเข้าใจนะ”

“เรื่องอะไรคะคุณน้า…บอกมาได้เลยค่ะ”

“บริษัทของเรา…กำลังมีปัญหา” คุณหญิงธนวัฒน์าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “บูรณทรัพย์กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก หนี้สินล้นพ้นตัว ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง บริษัทอาจจะต้องล้มละลาย”

จุฑามาศรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าบริษัทของครอบครัวกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายขนาดนี้

“แล้ว…เราจะทำยังไงดีคะคุณน้า” จุฑามาศถามด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล

“น้ามีทางออก…แต่มันอาจจะไม่ใช่ทางที่มาดาอยากจะทำ” คุณหญิงธนวัฒน์าพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ทางออกอะไรคะ…บอกมาเถอะค่ะ มาดาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาบริษัทของเราไว้” จุฑามาศพูดด้วยความมุ่งมั่น

คุณหญิงธนวัฒน์ามองหน้าจุฑามาศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “มาดา…น้าต้องการให้หนูแต่งงาน”

“แต่งงาน…แต่งงานกับใครคะ” จุฑามาศถามด้วยความตกใจ

“กับ ‘คุณจิรายุ’…ลูกชายคนเดียวของตระกูล ‘ทรัพย์ไพศาล’ ” คุณหญิงธนวัฒน์าตอบ

จุฑามาศรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เธอรู้จักคุณจิรายุดี เขาคือหนุ่มหล่อรวยเสน่ห์ เจ้าของฉายา ‘เพลย์บอยอันดับหนึ่งของเมืองไทย’ ที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาแต่งงานกับผู้ชายคนนี้

“ทำไมต้องเป็นคุณจิรายุคะ…มีทางเลือกอื่นอีกไหม” จุฑามาศถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

“ไม่มีแล้วมาดา…ตระกูลทรัพย์ไพศาลคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทเรา ถ้าหนูแต่งงานกับคุณจิรายุ พวกเขาจะเข้ามาช่วยเหลือและประคับประคองบริษัทของเราให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้” คุณหญิงธนวัฒน์าอธิบาย

“แต่…มาดาไม่เคยรู้จักคุณจิรายุเลยนะคะ แล้วถ้าเขาไม่ต้องการแต่งงานกับมาดาล่ะ” จุฑามาศถามด้วยความกังวล

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง น้าคุยกับคุณท่านประธานทรัพย์ไพศาลไว้แล้ว ท่านยินดีที่จะให้มาดาแต่งงานกับคุณจิรายุ” คุณหญิงธนวัฒน์าตอบ

“แล้วคุณจิรายุล่ะคะ…เขาว่ายังไง” จุฑามาศถามด้วยความหวาดหวั่น

“คุณจิรายุ…” คุณหญิงธนวัฒน์าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้จุฑามาศขนลุก “เขาบอกว่า…เขาจะแต่งงานกับหนู…แต่มีข้อแม้”

“ข้อแม้อะไรคะ” จุฑามาศถามด้วยใจที่เต้นรัว

“เขาต้องการ…สัญญา” คุณหญิงธนวัฒน์าตอบ “สัญญาว่า…หนูจะต้องเป็นภรรยาของเขา…แค่ในนาม”

จุฑามาศรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอย่างแรง เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะต้องมาเผชิญกับเรื่องราวที่ซับซ้อนและเจ็บปวดขนาดนี้ เธอต้องแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่เคยรัก ต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขาภายใต้สัญญาที่แสนเย็นชา และต้องแบกรับความหวังของทั้งตระกูลไว้บนบ่า

“มาดา…” คุณหญิงธนวัฒน์าเรียกชื่อเธอด้วยความเป็นห่วง “หนูจะตัดสินใจยังไง”

จุฑามาศมองหน้าคุณหญิงธนวัฒน์าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและสิ้นหวัง เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องยอมแต่งงานกับคุณจิรายุเพื่อรักษาบริษัทของครอบครัวไว้ แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยความสุขและความเป็นตัวของตัวเองก็ตาม

“มาดา…ตกลงค่ะ” จุฑามาศตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

คุณหญิงธนวัฒน์าโผเข้ากอดจุฑามาศด้วยความสงสาร “ขอบใจมากนะมาดา…น้ารู้ว่าหนูต้องเสียสละมากแค่ไหน”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า…มาดาทำได้ทุกอย่างเพื่อครอบครัวของเรา” จุฑามาศตอบทั้งน้ำตา

หลังจากนั้น การเตรียมงานแต่งงานระหว่างจุฑามาศกับคุณจิรายุก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างถูกจัดเตรียมอย่างหรูหราอลังการสมฐานะของสองตระกูลใหญ่ แต่ภายใต้ความสวยงามเหล่านั้น กลับซ่อนไว้ด้วยความเศร้าและความอึดอัด

จุฑามาศพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอพยายามทำใจให้ยอมรับว่าชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอต้องเป็นภรรยาของชายที่เธอไม่ได้รัก ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้สัญญาที่แสนเย็นชา และต้องแบกรับความคาดหวังของคนทั้งตระกูล

ในวันแต่งงาน จุฑามาศอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่สวยงามราวกับเทพธิดา แต่ในแววตาของเธอกลับฉายแววเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินเข้าพิธีด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง รู้ดีว่าหลังจากนี้ชีวิตของเธอจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

เมื่อถึงเวลาที่ต้องกล่าวคำสาบาน จุฑามาศมองหน้าคุณจิรายุด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เธอไม่รู้สึกอะไรเลย นอกจากความว่างเปล่าและความสิ้นหวัง

“ฉัน…จุฑามาศ บูรณทรัพย์…ขอรับคุณ…จิรายุ ทรัพย์ไพศาล…เป็นสามี…” จุฑามาศกล่าวคำสาบานด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“ฉัน…จิรายุ ทรัพย์ไพศาล…ขอรับคุณ…จุฑามาศ บูรณทรัพย์…เป็นภรรยา…” คุณจิรายุกล่าวคำสาบานด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

เมื่อสิ้นสุดพิธี จุฑามาศและคุณจิรายุก็กลายเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถึงกระนั้น ทั้งสองคนก็ยังคงรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ในคืนแรกของการแต่งงาน จุฑามาศและคุณจิรายุอยู่ในห้องหอด้วยกัน แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเงียบและความอึดอัด ทั้งสองคนต่างนั่งอยู่บนเตียงโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ

“ฉัน…” คุณจิรายุเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจสัญญาของเรานะ”

“เข้าใจค่ะ” จุฑามาศตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“ดี…” คุณจิรายุพยักหน้า “ฉันจะให้เกียรติเธอในฐานะภรรยาของฉัน แต่เราจะไม่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่านั้น”

“ค่ะ” จุฑามาศตอบรับ

คุณจิรายุลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ประตู “ฉันจะนอนที่ห้องรับแขก…เธอพักผ่อนเถอะ”

“ค่ะ” จุฑามาศตอบ

คุณจิรายุเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้จุฑามาศนั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพัง เธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในความมืดมิดและความโดดเดี่ยว

จุฑามาศล้มตัวลงนอนบนเตียง ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอจะต้องเป็นอย่างไรต่อไป เธอรู้เพียงว่าเธอจะต้องเข้มแข็งและอดทน เพื่อที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

เช้าวันต่อมา จุฑามาศตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอรู้ว่าวันนี้คือวันแรกของการเป็นภรรยาของคุณจิรายุ เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสะใภ้ของตระกูลทรัพย์ไพศาล

เมื่อลงมาข้างล่าง จุฑามาศพบว่าคุณจิรายุนั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “วันนี้เธอต้องไปพบคุณท่านประธาน”

“คุณท่านประธาน…คุณพ่อของคุณเหรอคะ” จุฑามาศถาม

“ใช่…ท่านต้องการที่จะทำความรู้จักกับเธอ” คุณจิรายุตอบ

“ค่ะ” จุฑามาศตอบรับ

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ คุณจิรายุก็พาจุฑามาศไปยังบ้านทรัพย์ไพศาล ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่หรูหราอลังการไม่แพ้บ้านบูรณทรัพย์ เมื่อมาถึง จุฑามาศก็ได้รับการต้อนรับจาก ‘คุณท่านประธานทรงพล’ อย่างอบอุ่น

“ยินดีต้อนรับสู่บ้านทรัพย์ไพศาลนะลูกมาดา…ต่อไปนี้ที่นี่ก็คือบ้านของลูก” คุณท่านประธานทรงพลกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณค่ะคุณท่านประธาน” จุฑามาศตอบด้วยความเคารพ

“ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณท่านประธานหรอกนะลูก…เรียกฉันว่าคุณพ่อเถอะ” คุณท่านประธานทรงพลกล่าว

“ค่ะ…คุณพ่อ” จุฑามาศตอบด้วยรอยยิ้ม

คุณท่านประธานทรงพลพาจุฑามาศเดินชมบ้านด้วยความเป็นกันเอง เขาเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับตระกูลทรัพย์ไพศาลให้เธอฟังอย่างละเอียด จุฑามาศรู้สึกประทับใจในความเมตตาและความอบอุ่นของคุณท่านประธานทรงพล

“มาดา…ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอหน่อย” คุณท่านประธานทรงพลกล่าวหลังจากเดินชมบ้านเสร็จ

“เรื่องอะไรคะคุณพ่อ” จุฑามาศถาม

“เรื่องของจิรายุ…” คุณท่านประธานทรงพลกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ฉันรู้ว่าจิรายุอาจจะทำตัวไม่ดีนัก แต่ลึกๆ แล้วเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง ฉันหวังว่าเธอจะช่วยดูแลและเข้าใจเขาด้วยนะ”

“มาดาจะพยายามค่ะคุณพ่อ” จุฑามาศตอบ

“ขอบใจมากนะมาดา…ฉันเชื่อว่าเธอจะทำให้จิรายุมีความสุขได้” คุณท่านประธานทรงพลกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากคุยกับคุณท่านประธานทรงพลเสร็จ คุณจิรายุก็พาจุฑามาศกลับบ้าน ในระหว่างทาง ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเลย บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบและความอึดอัด

เมื่อมาถึงบ้าน จุฑามาศก็ขอตัวขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เธอไม่รู้ว่าชีวิตการแต่งงานของเธอกับคุณจิรายุจะเป็นอย่างไรต่อไป เธอรู้เพียงว่าเธอต้องเข้มแข็งและอดทน เพื่อที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ในขณะที่จุฑามาศกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนเตียง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย พบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย

“สวัสดีค่ะ…ใครคะ” จุฑามาศถาม

“สวัสดีค่ะคุณจุฑามาศ…ดิฉัน ‘รวินดา’ ค่ะ” เสียงปลายสายตอบ

“รวินดา…ใครคะ” จุฑามาศถามด้วยความสงสัย

“ดิฉันเป็น…แฟนเก่าของคุณจิรายุค่ะ” รวินดาตอบ

จุฑามาศรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เธอไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดนี้

“มีอะไรรึเปล่าคะ” จุฑามาศถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ดิฉันแค่อยากจะเตือนคุณว่า…อย่าไว้ใจจิรายุ” รวินดาตอบ “เขาไม่ใช่คนที่คุณคิด”

“หมายความว่ายังไงคะ” จุฑามาศถามด้วยความสงสัย

“จิรายุ…กำลังหลอกใช้คุณ” รวินดาตอบ “เขาไม่ได้รักคุณเลยสักนิด”

“…” จุฑามาศเงียบไป ไม่รู้จะตอบอะไร

“ถ้าคุณไม่อยากเจ็บปวด…คุณควรจะหนีไปจากเขา” รวินดากล่าว

พูดจบรวินดาก็ตัดสายทิ้งทันที ทิ้งให้จุฑามาศนั่งงงอยู่บนเตียงด้วยความสับสนและหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่รวินดาพูดเป็นความจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอรู้ก็คือ…ชีวิตการแต่งงานของเธอกับคุณจิรายุ…อาจจะไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิด

ทันใดนั้นเอง เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น จุฑามาศสะดุ้งสุดตัว หันไปมองที่ประตูด้วยความตกใจ…คุณจิรายุยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่เย็นชา

“คุยกับใคร” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

จุฑามาศกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่รู้ว่าจะตอบคุณจิรายุอย่างไร เธอจะบอกเขาเรื่องที่คุยกับรวินดาดีหรือไม่ หรือเธอควรจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับต่อไป

“ฉัน…” จุฑามาศเริ่มพูด แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

คุณจิรายุก้าวเท้าเข้ามาในห้อง เดินตรงมาหาเธอด้วยท่าทีที่คุกคาม จุฑามาศลุกขึ้นยืนด้วยความหวาดกลัว ถอยหลังหนีเขาไปทีละก้าว

“ฉันถามว่าคุยกับใคร” คุณจิรายุถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำ

จุฑามาศจนมุม เธอไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกแล้ว เธอต้องเผชิญหน้ากับคุณจิรายุ เธอต้องตัดสินใจว่าจะบอกความจริงกับเขาหรือไม่

“ฉัน…” จุฑามาศพยายามพูด แต่เสียงของเธอก็สั่นเครือ

คุณจิรายุจ้องมองเธอด้วยสายตาที่คมกริบ ราวกับจะแทงทะลุเข้าไปในหัวใจของเธอ จุฑามาศรู้สึกเหมือนถูกจับได้ เธอไม่สามารถปิดบังอะไรเขาได้อีกแล้ว

“บอกมา…” คุณจิรายุกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่น่าขนลุก “คุยกับใคร”