น้ำตาแห้งแล้วรักก็มา
Chapter 1 — น้ำตาแห้งแล้วรักก็มา
เสียงกรีดร้องแหลมสูงราวคนถูกทรมานดังสะท้านก้องไปทั่วห้องบอลรูม แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดมหึมากลับยิ่งขับเน้นให้เห็นรอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าของ ‘คุณหญิงอรุณฉัตร’ ชัดเจนขึ้น
“แกมันก็แค่นกสองหัว! สมควรแล้วที่ต้องจบชีวิตลงแบบนี้!”
ภาพตรงหน้าพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตา ‘ปานตะวัน’ พยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นเสียงสะอื้น ทว่าความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วร่างกลับทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่ พิษร้ายจากยาที่อรุณฉัตรบังคับให้เธอดื่มกำลังกัดกินทุกอณูในร่างกายอย่างช้าๆ เธอทรุดลงคุกเข่า กอบโกยอากาศหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก
“ทำไม… ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้…” เสียงของปานตะวันแผ่วเบาราวกระซิบ เธอเงยหน้ามองอรุณฉัตรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและความเสียใจ
“ทำไมเหรอ? ก็เพราะแกมันโง่ไงล่ะ! คิดว่าการเข้าไปตีสนิทกับ ‘คุณธนดล’ แล้วจะช่วยให้แกได้สมบัติของตระกูลฉันเหรอ? ฝันไปเถอะ!” อรุณฉัตรหัวเราะเสียงดัง ใบหน้าสวยคมของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “แกมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ฉันใช้เพื่อกำจัด ‘ยัยดาวิกา’ เท่านั้น!”
คำพูดของอรุณฉัตรราวกับมีดกรีดลงกลางใจ ปานตะวันจุกเสียดจนพูดไม่ออก เธอถูกหลอกใช้… ถูกหลอกใช้มาตลอด! ความรัก ความหวังดีที่เธอเคยมอบให้ทุกคนกลับกลายเป็นดาบที่หันกลับมาทำร้ายเธอเอง
ภาพในอดีตไหลย้อนเข้ามาในความทรงจำ… รอยยิ้มอบอุ่นของ ‘คุณท่านภูมิพัฒน์’ ผู้ซึ่งเมตตาเอ็นดูเธอเหมือนหลานแท้ๆ คำสัญญาที่เธอให้ไว้กับ ‘ดาวิกา’ เพื่อนรักว่าจะปกป้องเธอจากอรุณฉัตร… ทุกอย่าง… ทุกอย่างล้วนไร้ความหมาย
“ดาวิกา… ฉันขอโทษ…” ปานตะวันพึมพำ น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งที่ปกป้องเพื่อนรักไว้ไม่ได้ แถมยังกลายเป็นเครื่องมือให้คนชั่วร้ายอย่างอรุณฉัตรใช้ทำร้ายดาวิกาอีกด้วย
“ไม่ต้องห่วงหรอก แกไม่ได้เดียวดายหรอกนะ ยัยดาวิกามันก็กำลังจะตามแกไปติดๆ นั่นแหละ!” อรุณฉัตรแสยะยิ้มอย่างสะใจ “หลังจากที่แกตาย ฉันก็จะใส่ร้ายว่าแกเป็นคนฆ่าดาวิกา แล้วทุกอย่างก็จะจบ!”
สิ้นเสียงของอรุณฉัตร ปานตะวันก็รู้สึกเหมือนร่างกายแตกสลายเป็นผุยผง ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เธอหมดสติลงในที่สุด…
ลมเย็นยะเยือกพัดโชยมาปะทะใบหน้า ปานตะวันค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้อง ทำให้เธอต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ที่นี่… ที่ไหนกัน?” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบแห้งและสั่นเครือ
ปานตะวันพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่กลับต้องตกใจเมื่อพบว่าร่างกายของเธอยังคงแข็งแรงดี ไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวดหรือพิษร้ายใดๆ ทั้งสิ้น เธอสำรวจตัวเองอย่างละเอียด ผมยาวสลวยของเธอถูกมัดรวบไว้หลวมๆ ชุดนอนผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่เธอสวมใส่อยู่เป็นชุดที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี… มันเป็นชุดนอนที่เธอเคยใส่เมื่อสิบปีก่อน!
“ไม่จริงน่า…” ปานตะวันเบิกตากว้าง เธอรีบลุกขึ้นจากเตียงและตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง เธอมองตัวเองในกระจกอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ใบหน้าของเธอ… ใบหน้าของเธอในวัยยี่สิบปี!
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” ปานตะวันยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าตัวเองอย่างแผ่วเบา เธอรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในความฝัน… ความฝันที่เหมือนจริงจนน่าตกใจ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเธอ
“คุณหนูปานคะ คุณท่านให้มาเรียนว่าให้คุณหนูลงไปทานอาหารเช้าได้แล้วค่ะ” เสียงของ ‘ป้าแจ่ม’ แม่บ้านเก่าแก่ของบ้านดังลอดประตูเข้ามา
ปานตะวันยืนนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดประตู ป้าแจ่มยืนรออยู่หน้าประตูด้วยรอยยิ้มใจดีเหมือนเช่นเคย
“คุณหนูยังไม่ตื่นดีเหรอคะ หน้าตาดูงงๆ นะคะ” ป้าแจ่มทักทายด้วยความเป็นห่วง
“ป้าแจ่ม…” ปานตะวันเรียกชื่อป้าแจ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอโผเข้ากอดป้าแจ่มแน่น น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
“คุณหนูเป็นอะไรไปคะ ร้องไห้ทำไม?” ป้าแจ่มตกใจ ถามด้วยความเป็นห่วง
“หนู… หนูคิดถึงป้าแจ่มค่ะ” ปานตะวันตอบทั้งน้ำตา
“โธ่… คุณหนูของป้า” ป้าแจ่มลูบศีรษะปานตะวันเบาๆ “คุณหนูคงจะฝันร้ายสินะคะ ไม่เป็นไรนะคะ ป้าอยู่ตรงนี้แล้ว”
ปานตะวันผละออกจากอ้อมกอดของป้าแจ่ม เธอเช็ดน้ำตาและพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“หนูไม่เป็นอะไรแล้วค่ะป้าแจ่ม หนูจะลงไปทานอาหารเช้าเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
ปานตะวันเดินตามป้าแจ่มลงไปยังห้องอาหาร บรรยากาศในบ้านทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม… เหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
‘คุณท่านภูมิพัฒน์’ นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ใบหน้าของท่านยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและเมตตาเหมือนเช่นเคย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปู่” ปานตะวันทักทายคุณท่านภูมิพัฒน์ด้วยรอยยิ้ม
“อรุณสวัสดิ์จ้ะหลานรัก วันนี้ตื่นสายนะเรา” คุณท่านภูมิพัฒน์ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เมื่อคืนหนูนอนไม่ค่อยหลับค่ะ” ปานตะวันตอบ
“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า บอกปู่ได้นะ” คุณท่านภูมิพัฒน์ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณปู่” ปานตะวันตอบ “ว่าแต่คุณปู่นั่งรอทานข้าวคนเดียวเหรอคะ แล้วคุณอาล่ะคะ?”
“‘ธนดล’ เหรอ? วันนี้เขามีประชุมแต่เช้า เลยออกไปตั้งแต่ไก่โห่แล้ว” คุณท่านภูมิพัฒน์ตอบ
‘ธนดล’… ชื่อนี้ทำให้หัวใจของปานตะวันกระตุกวูบ เธอพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา
“ทานข้าวกันเถอะจ้ะ” คุณท่านภูมิพัฒน์พูด
ปานตะวันนั่งลงทานอาหารเช้ากับคุณท่านภูมิพัฒน์อย่างเงียบๆ ความคิดมากมายตีรวนอยู่ในหัว เธอพยายามประติดประต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอได้ย้อนเวลากลับมาจริงๆ หรือนี่? แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไป?
“ปาน” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเธอ
ปานตะวันเงยหน้าขึ้นมอง ‘ธนดล’ ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องอาหาร ใบหน้าหล่อเหลาของเขายังคงคมคายและเย็นชาเหมือนเช่นเคย
“มีอะไรเหรอคะ?” ปานตะวันถาม
“วันนี้ฉันจะเข้าไปคุยเรื่องการประมูลที่ดินกับคุณท่าน เธอเตรียมเอกสารให้พร้อมด้วย” ธนดลตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ค่ะ” ปานตะวันตอบรับสั้นๆ
ธนดลเดินเข้ามาในห้องอาหารและนั่งลงข้างๆ คุณท่านภูมิพัฒน์ เขาทานอาหารเช้าอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดจากับปานตะวันแม้แต่คำเดียว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัด ปานตะวันรู้สึกเหมือนมีกำแพงน้ำแข็งกั้นขวางระหว่างเธอกับธนดล เธอรู้ดีว่าธนดลไม่เคยชอบเธอ… ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอด้วยซ้ำ
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ ธนดลก็ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องอาหารไปโดยไม่กล่าวลา ปานตะวันมองตามหลังเขาไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
เธอรู้ดีว่าการย้อนเวลากลับมาครั้งนี้คือโอกาส… โอกาสที่เธอจะแก้ไขอดีต โอกาสที่เธอจะปกป้องคนที่เธอรัก และโอกาสที่เธอจะแก้แค้นคนที่ทำร้ายเธอ
แต่เธอจะเริ่มต้นอย่างไร? และเธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองได้หรือไม่?
ขณะที่ปานตะวันกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
“ใครโทรมานะ?” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ ปานตะวันพูดสายค่ะ”
“…”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
“คิดถึงฉันไหม?”
ปานตะวันเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอจำเสียงนี้ได้… เสียงของคนที่เธอไม่อยากเจอมากที่สุดในชีวิต!
“‘ชัชวิน’…” เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา
“ใช่ ฉันเอง… ชัชวิน” ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เตรียมตัวให้พร้อมนะ ปานตะวัน… เพราะเกมของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”
สิ้นเสียงของชัชวิน ปานตะวันก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของเธอกำลังจะพังทลายลงมาอีกครั้ง! เธอรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด… เพราะศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเธอกำลังจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน!