พันธนาการรัก บัลลังก์เลือด

Chapter 5 — เงาในม่านหมอกเลือด

เสียงปืนนัดสุดท้ายยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโถงกว้างของคฤหาสน์อิทธิฤทธิ์ ฝุ่นควันจากการยิงลอยอวลปะปนกับกลิ่นคาวเลือดฉุนกึ้ก ลลิตายืนแข็งทื่อ ปืนในมือยังคงสั่นเทา ภาพของคฤนย์ที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองเพดานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา กระสุนนัดนั้นไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของหญิงสาวปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผี ก่อนจะเลือนหายไปในความมืดมิดราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง

เดชายืนนิ่ง ใบหน้าฉายแววพอใจระคนยินดีอย่างประหลาด เขามองร่างของคฤนย์ที่นอนจมกองเลือด ก่อนจะหันมาสบตาลลิตาที่ยังคงตกอยู่ในภวังค์ “เห็นไหมลลิตา… นี่คือสิ่งที่เธอต้องทำเพื่อหลุดพ้นจากเขา” เสียงของเขาแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยความมั่นคงราวกับหินผา

“คุณ… คุณทำบ้าอะไร!” ลลิตาตะคอกเสียงสั่น เธอไม่เข้าใจเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคืออะไร ทำไมเดชาถึงได้ดูมีความสุขกับการเห็นคนอื่นเจ็บปวดเช่นนี้ นี่หรือคือชายที่บอกว่ารักเธอ? หรือนี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘อิสรภาพ’?

“ฉันช่วยเธอ… ฉลอ ช่วยให้เธอเป็นอิสระจากปีศาจร้ายตนนั้น” เดชาเดินเข้ามาใกล้ มือหยาบกร้านพยายามจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่ลลิตาก็ผงะถอยหลัง หนีห่างจากสัมผัสที่เย็นเยียบนั้น

“อย่าแตะต้องตัวฉัน!” เธอตะโกนเสียงดัง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มไหลริน “คุณมันก็ไม่ต่างอะไรกับเขา! คุณมันก็เป็นปีศาจเหมือนกัน!”

แววตาของเดชาฉายวูบหนึ่งของความผิดหวัง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันตราย “เธอจะเข้าใจ… สักวันหนึ่งเธอจะเข้าใจ” เขาพึมพำ ก่อนจะหันไปสั่งการคนของเขา “เก็บกวาดให้หมด อย่าให้เหลือร่องรอย”

เหล่าลูกสมุนของเดชาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับหุ่นยนต์ พวกเขาจัดการกับร่างของคฤนย์อย่างไม่ลังเล ราวกับกำลังเก็บกวาดขยะชิ้นหนึ่ง ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ลลิตาเหลือบไปเห็นร่างของ 'ภัทร' ร่างปลอมที่เดชาเพิ่งยิงไปเมื่อครู่ ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นห่างออกไปไม่ไกลนัก ความรู้สึกผิดปนเปกับความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาในใจ เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปหา แต่ก็ถูกเดชาคว้าแขนไว้แน่น

“อย่าไปยุ่งกับมัน… มันเป็นแค่ของเล่น” เดชาพูดเสียงเรียบ แต่แววตาของเขากลับเย็นชาจนน่าขนลุก

“คุณ… คุณมันปีศาจ!” ลลิตาร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ร่างกายของเธออ่อนแรงเกินกว่าจะต่อสู้ รอยช้ำจากการถูกคฤนย์ทำร้ายยังไม่ทันจางหายไปไหน ตอนนี้เธอกลับต้องมาตกอยู่ภายใต้อำนาจของเดชา ชายที่อันตรายยิ่งกว่า

“ฉันจะพาเธอไปจากที่นี่… ไปยังที่ที่ปลอดภัย” เดชาบอก พยายามจะประคองร่างของเธอ “ที่ที่เธอจะได้อยู่กับฉัน… ตลอดไป”

ลลิตาได้แต่ปล่อยให้เขาพยุงไปอย่างหมดอาลัย เธอมองไปรอบๆ คฤหาสน์ที่บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิเลือด ความฝันและความหวังทั้งหมดของเธอได้แตกสลายไปพร้อมกับเสียงปืนนัดนั้น หญิงสาวปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยเธอ หรืออาจจะเป็นการผลักเธอให้จมดิ่งลงไปในนรกที่ลึกกว่าเดิม?

***

สามวันต่อมา

ลลิตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย ผนังสีขาวสะอาดตา เฟอร์นิเจอร์เรียบหรู ดูสบายตา แต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดแก่เธออย่างประหลาด แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามา แต่กลับไม่สามารถขับไล่ความมืดมนในใจของเธอได้

เธอจำได้ว่าหลังจากเหตุการณ์ที่คฤหาสน์อิทธิฤทธิ์ เดชาได้พาเธอมาที่นี่ สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนคฤหาสน์หลังเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมสงบแห่งหนึ่ง ห่างไกลจากความวุ่นวายภายนอก เดชาดูแลเธอเป็นอย่างดี ปรนเปรอทุกอย่างที่เธอต้องการ แต่ทุกการกระทำของเขากลับแฝงไปด้วยความต้องการที่จะครอบครอง

“อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ลลิตาหันไปมอง เดชายืนพิงกรอบประตูอยู่ ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนผิดปกติเมื่อมองมาที่เธอ ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนไม่เคยเกิดขึ้น

“คุณ… ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ” ลลิตาเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่”

เดชายิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ถึงดวงตา “ไม่… เธอจะอยู่ที่นี่กับฉัน ลลิตา ที่นี่คือบ้านของเธอ… บ้านที่เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน”

“ฉันมีครอบครัวอยู่แล้ว! ฉันมีสามี!” ลลิตาเผลอพูดออกไปอย่างไม่ทันคิด

คำว่า ‘สามี’ ที่หลุดออกจากปากของลลิตา ทำให้เดชาชะงักไปเล็กน้อย แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นทันที “คฤนย์น่ะเหรอ? เขาตายไปแล้ว… หรือไม่ก็กำลังจะตาย”

“คุณ… คุณทำอะไรกับเขา?” ลลิตาถามเสียงสั่น

“ฉันแค่… กำจัดสิ่งกีดขวาง” เดชาเดินเข้ามาใกล้ “และตอนนี้… สิ่งกีดขวางนั้นก็หายไปแล้ว”

ลลิตาตัวสั่น เธอรู้ดีว่าเดชาไม่ได้พูดเล่น ชายคนนี้อันตรายกว่าที่เธอเคยคิดไว้มากนัก เธอพยายามมองหาช่องทางหลบหนี แต่ทุกอย่างดูเหมือนถูกวางแผนมาอย่างดี

“คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉันไว้ที่นี่!” ลลิตาพยายามรวบรวมสติ

“ฉันมีสิทธิ์… เพราะฉันรักเธอ” เดชาตอบกลับอย่างหน้าตาเฉย “ฉันจะปกป้องเธอ… จากโลกภายนอกที่โหดร้าย และจากตัวเธอเอง”

ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเดชาดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ใครกันนะ… ที่โทรมาตอนนี้” เขาปรายตามองลลิตา “เธออยากรู้ไหมว่าใครโทรมา?”

ลลิตาได้แต่ส่ายหน้า เธอไม่อยากรู้เรื่องอะไรอีกแล้ว เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากผู้ชายคนนี้

เดชายักไหล่ ก่อนจะกดรับสาย “ฮัลโหล… ว่าไง?” สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย “อะไรนะ… เป็นไปไม่ได้! เธอ… เธออยู่ที่นั่นได้ยังไง?”

ลลิตาได้ยินเสียงพูดคุยของเดชาผ่านลำโพงโทรศัพท์อย่างอึดอัด แต่สิ่งที่ทำให้เธอขนลุกซู่ คือเสียงที่ดังออกมาจากปลายสาย… เสียงที่เธอคุ้นเคย… เสียงของผู้หญิงคนนั้น… หญิงสาวปริศนาที่ยิงคฤนย์

“ฉัน… ไม่ได้คาดคิดว่าจะเจอคุณที่นี่ค่ะ คุณเดชา” เสียงหวานเย็นเยียบดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ “คิดว่าคุณคงจะพาลลลิตาไปซ่อนตัวที่ไหนสักแห่งเสียอีก”

เดชาหน้าซีดเผือด “แก… แกเป็นใคร? มาถึงที่นี่ได้ยังไง?”

“ใครน่ะเหรอคะ?” หญิงสาวปริศนาหัวเราะเบาๆ “ฉันก็แค่คนที่… เป็นห่วงลลิตาค่ะ”

ทันใดนั้น ลลิตาก็รู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ เธอเหลือบไปมองนอกหน้าต่าง ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้า มีเงาร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน… เงาร่างที่สวมชุดสีดำสนิท…

“คุณเดชาคะ” เสียงหญิงสาวปริศนาในโทรศัพท์เปลี่ยนโทนไปเป็นเยือกเย็นกว่าเดิม “คงต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องทำให้คุณผิดหวัง… ฉันมาเพื่อรับลลิตากลับบ้านค่ะ”

แล้วลลิตาก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งเข้ามาใกล้… ใกล้เข้ามา…

“ลลิตา!” เสียงตะโกนดังมาจากข้างนอก… เป็นเสียงของผู้หญิงคนนั้นเอง!

ก่อนที่เดชาจะได้ตั้งตัว ลลิตาก็เห็นร่างของหญิงสาวปริศนาพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดอยู่… กระจกแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ… เธอมีปืนในมือ… และเล็งมาที่เดชา!