พันธนาการรัก บัลลังก์เลือด

Chapter 6 — เงาสะท้อนในกระจกที่ร้าว

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้งในคฤหาสน์ที่ถูกปกคลุมด้วยรัตติกาล ลลิตากลั้นหายใจ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้า หญิงสาวปริศนาในชุดสีดำสนิท ยืนตระหง่านท่ามกลางซากปรักหักพังของเฟอร์นิเจอร์ที่แตกกระจาย เดชายืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างนัก ใบหน้าเคร่งขรึม สายตาคมกริบจับจ้องไปยังเงาร่างของศัตรูที่ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผีปีศาจ

“แก!” เดชาคำรามเสียงลอดไรฟัน “กล้าดียังไงถึงมายุ่งกับผู้หญิงของฉัน!”

หญิงสาวปริศนายิ้มเย้ยหยัน “ผู้หญิงของแก? เธอเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เดชา? ฉันเห็นเธอทุกข์ทรมานภายใต้เงื้อมมือของแกมาตลอด” เสียงของเธอเย็นเยียบ ราวกับน้ำแข็งที่กัดกินเข้าไปในหัวใจ

“เธอไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!” เดชาตอบโต้ “ถอยไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”

“ความอดทนของแกน่ะเหรอ? ฉันเห็นมันหมดไปนานแล้ว ตั้งแต่แกบังคับให้เธอแต่งงานกับไอ้คฤนย์นั่น” หญิงสาวปริศนาเอ่ย น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “และตอนนี้แกก็กำลังจะขังเธอไว้ที่นี่อีกคน ฉันยอมไม่ได้!”

ลลิตาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นระส่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก คำพูดของหญิงสาวปริศนาทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม ใครคือเธอ? ทำไมเธอถึงรู้จักเดชา? และทำไมเธอถึงดูเหมือนจะรู้จักเรื่องราวของเธอดีขนาดนี้

“เธอ… รู้จักฉันเหรอ?” ลลิตาเอ่ยถาม เสียงสั่นพร่า

หญิงสาวปริศนาหันมามองลลิตา ดวงตาคู่นั้นฉายแววเศร้าสร้อย “แน่นอน ฉันรู้จักเธอ ลลิตา… ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ”

เดชาไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่หญิงสาวปริศนาอย่างรวดเร็ว หวังจะใช้จังหวะที่เธอกำลังเสียสมาธิ แขนของเขาตวัดไปข้างหน้า หวังจะคว้าตัวลลิตาไว้ แต่หญิงสาวปริศนาก็ไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น เธอกระโดดหลบอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเงื้อปืนขึ้นเล็ง

“อย่าเข้ามานะ!” เธอตะโกน

เดชายังคงมุ่งมั่น เขาพยายามเข้าประชิดอีกครั้ง แต่แล้ว…

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลังของเดชา

ทั้งเดชาและหญิงสาวปริศนาชะงักกึก หันไปมองตามเสียงอย่างพร้อมเพรียง ภาพที่เห็นทำให้ทั้งคู่ตกตะลึง

คฤนย์… เขาเดินออกมาจากเงามืด สภาพของเขาคือฝันร้าย ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่น มีรอยเลือดจางๆ ตามใบหน้าและลำแขน แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือแววตาของเขา มันวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้นและความบ้าคลั่งที่ยากจะคาดเดา

“คฤนย์!” เดชาอุทานเสียงหลง

“แก… แกไม่น่าจะรอดมาได้” หญิงสาวปริศนาพึมพำด้วยความตกใจ

คฤนย์ไม่ตอบอะไร เขาเดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆ เท้าที่สวมรองเท้าหนังราคาแพงเหยียบย่ำไปบนเศษซากปรักหักพังอย่างไม่ใส่ใจ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ลลิตาเพียงผู้เดียว ไม่ได้มองเดชา หรือหญิงสาวปริศนาเลย ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขาเหลือเพียงภาพสะท้อนของเธอ

“ลลิตา…” เขาเอ่ยชื่อเธอแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม

ลลิตาตัวสั่นสะท้าน เธอไม่รู้ว่าควรจะกลัวคฤนย์ที่ปรากฏตัวขึ้นมาในสภาพนี้ หรือควรจะโล่งใจที่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ แววตาของเขา… มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความมืดมิดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“ฉัน… ฉัน…” เธอพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ที่ลำคอ

คฤนย์ยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและน่าขนลุก “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น… ที่รัก” เขาเน้นคำว่า ‘ที่รัก’ อย่างเย้ยหยัน “ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่… ฉันตามหาเธอมาตลอด”

เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เดชาพยายามจะขวาง แต่คฤนย์ปัดเขาออกไปอย่างง่ายดายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลลิตา สูงสง่าและน่าสะพรึงกลัว

“เธอคิดว่าจะหนีฉันไปได้จริงๆ น่ะเหรอ?” คฤนย์กระซิบถาม ดวงตาของเขาไล้สำรวจใบหน้าซีดเผือดของเธอ “ไม่มีที่ไหนในโลกนี้ที่เธอจะหลุดพ้นจากฉันไปได้…”

ก่อนที่ลลิตาจะได้เอ่ยตอบอะไร มือที่เย็นเฉียบของคฤนย์ก็คว้าข้อมือของเธอไว้แน่น บีบราวกับเหล็กเส้น

“อ๊า!” ลลิตาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“เอาล่ะ… ไปกันได้แล้ว” คฤนย์กล่าวกับเดชาและหญิงสาวปริศนาเสียงเรียบ “ส่วนเธอ…” เขาหันไปมองลลิตาด้วยแววตาที่เหมือนจะเปลี่ยนสี “กลับบ้านของเรากัน”

แต่ก่อนที่คฤนย์จะกระชากลลิตาออกไป หญิงสาวปริศนาก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง

“คฤนย์! อย่าพาเธอไป! ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!”

คฤนย์หันไปมองหญิงสาวปริศนาอย่างรำคาญ “แกยังไม่ยอมแพ้สินะ”

“ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด!” หญิงสาวปริศนาประกาศก้อง “ฉันจะปกป้องเธอเอง!”

แล้วจู่ๆ เธอก็พุ่งเข้าใส่คฤนย์อย่างไม่ทันตั้งตัว หวังจะดึงตัวลลิตาออกจากอ้อมแขนของเขา แต่คฤนย์ก็ว่องไวกว่า เขาชักปืนพกออกมาจากซองหนังอย่างรวดเร็ว เล็งไปที่ศีรษะของหญิงสาวปริศนา

“อย่าขยับ!” เสียงของเขากระด้าง ไร้ความปรานี

ท่ามกลางความตึงเครียดที่คุกรุ่น เดชาได้แต่ยืนอึ้ง มองภาพที่เกิดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เขาควรจะทำอย่างไร? ช่วยลลิตา? หรือจัดการกับคฤนย์? หรือปล่อยให้หญิงสาวปริศนาเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเธอ?

แต่แล้ว… ท่ามกลางเสียงปืนที่กำลังจะดังขึ้นอีกครั้ง… เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นจากกระเป๋าเสื้อของคฤนย์

เขาหรี่ตาลงอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยอมลดปืนลงเล็กน้อยเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู…

หน้าจอแสดงชื่อผู้โทร… ชื่อที่ทำให้แววตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง…

“เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำ

“ใครโทรมา?” เดชาถามอย่างสงสัย

คฤนย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุนไปแล้ว…

“ฉัน… ได้ยินเรื่องของเธอแล้ว…” เสียงปลายสายดังออกมาจากโทรศัพท์… เป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงที่ทำให้ลลิตาถึงกับแข็งทื่อ…

“ภัทร…?” ลลิตากระซิบถามอย่างไม่อยากเชื่อหู

บนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏภาพ… ภาพของภัทร… คนรักที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว… แต่ในภาพ… เขากลับยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ… พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก… และเขากำลังพูดว่า…

“ฉันไม่ได้ตาย… ลลิตา”